“อ.วันวิชิต” มองโอกาสริบหรี่ “แพทองธาร” รอดคดีคลิปเสียง “ฮุน เซน”
“อ.วันวิชิต” มองโอกาสริบหรี่ “แพทองธาร” รอดคดีคลิปเสียง “ฮุน เซน” เหตุยังมีคดีอยู่ใน ป.ป.ช.อีก ชี้ขอยืดเวลาเพราะไม่มั่นใจว่าจะรอด ถ้ามั่นใจคงไม่ขอ
เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2568 ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อ.ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว The Room 44 ถึงกรณีแนวทางคำ วินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กรณีที่มีคลิปเสียงพูดคุยกับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ว่า ถ้าดูตามทรงแนวทางหรือหลักฐานประจักพยานนั้น โอกาสรอดยากมากเสียงของศาลอาจเป็นเอกฉันท์เลยก็ได้ ที่อาจจะทำให้ นางสาวแพทองธาร พ้นจากตำแหน่งเพราะเมื่อเทียบเคียงกับคดีของศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมาวินิจฉัยที่ผ่านมาจะมีเกี่ยวกับเรื่องหลักฐานสภาพแวดล้อมในรัฐศาสตร์เข้ามาประกอบมากพอสมควร
“ผมบอกว่านายกรัฐมนตรีก็เหนื่อยและหลังจากนั้นถ้านายกรัฐมนตรีไม่ได้ไปต่อนายภูมิธรรมก็จะยังรักษาการนายกรัฐมนตรีต่อไปซึ่งกระบวนการนี้อาจจะเกิดแรงกดดันการต่อรองของพรรคร่วมรัฐบาลแรงกดดันของสังคมว่าจะต้องสรรหานายกรัฐมนตรีให้เร็วให้ไว เพราะเป็นจุดอ่อนคือการไม่ระบุว่าจะต้องสรรหานายกรัฐมนตรีภายในกี่วัน มันก็ต้องรักษากันไปเรื่อยๆแต่ขณะเดียวกันก็ไม่ดีต่อบรรยากาศการเมืองของบ้านเรา” อ.วันวิชิต กล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงแนวทางที่หากจะไม่รอดจากการวินิจฉัย และหลักฐานของนายกฯ จะนำมาเป็นข้อต่อสู้ได้หรือไม่เพราะก่อนหน้านี้ก็มีการยืดเวลาเพื่อขอยื่นหลักฐาน อ.วันวิชิต เผยว่า ที่ของขยายเวลาในการชี้แจงเป็นความไม่มั่นใจในส่วนหนึ่งเพราะถ้าเกิดมั่นใจในหลักฐานเพียบพร้อม ก็ไม่น่าจะขอต่อการอธิบายชี้แจง ซึ่งตนก็มองว่าเป็นการซื้อเวลามากกว่า
อ.วันวิชิต ยังกล่าวอีกแนวทางว่าหากนายกลาออกก็เท่ากับว่าคดีจะตกไป ศาลรัฐธรรมนูญก็จะไม่ต้องอ่านคำวินิจฉัย ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ไม่ต้องมาฟังคำวินิจฉัย แต่ยังมีในส่วนของคดีในสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในเรื่องคลิปเสียงหลุดเช่นกันที่ ป.ป.ช.จะร้องต่อไปในเรื่องมูลฐานความผิด ซึ่งตนมองว่าเป็นโอกาสที่ริบรี่มากในวงการการเมืองที่นายกรัฐมนตรีอาจจะรอด ซึ่งหากเป็นปาฏิหาริย์ก็จะเป็นวิกฤตทางการเมืองอีกแบบหนึ่ง
“ การชุมนุมมวลชนบนท้องถนนที่เชื่อว่าความผิดสำเร็จแล้ว อันนั้นก็จะกลายเป็นวิกฤตทางการเมืองการชุมนุมของกลุ่มรวมพลัง ม็อบอะไรต่างๆจะมีความชอบธรรมในการขับเคลื่อนกดดันรัฐบาลต่อไป” อ.วันวิชิต
ซึ่งหาก หากถูกวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่งก็จะต้องออกจากทุกตำแหน่งทั้ง นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเพราะอยู่ในฐานะผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทั้งหมดและศาลก็จะดูเรื่องของการสิ้นสภาพความเป็นนายกรัฐมนตรีและหมดสิทธิ์สภาพผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สิทธิ์ของผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งและการดำเนินการทางเมืองในอนาคต ซึ่งขึ้นอยู่ว่าจะเป็นระยะเวลาเท่าไหร่
z-z1603487247937.jpg)