“อ.ยุทธพร” เผย การเมืองไทยคัดตัวจริงออก ส่งทายาทสืบสันดาน
โพสต์เมื่อ : 13 ธ.ค 2567 เวลา 16:51 น.
“อ.ยุทธพร” เผย การเมืองไทยคัดตัวจริงออก ส่งทายาทสืบสันดาน ชี้จริยธรรมคัดกรองให้การเมืองถดถอย เชื่อรัฐบาล “แพทองธาร” จะอยู่ยืดหรือไม่ขึ้นกับแก้ปากท้อง
วันที่ 6 ก.ย. 2567 ที่ บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ (เอ็นที) รศ.ยุทธพร อิสรชัย อดีตรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ตอบคำถามกรณีการสืบทอดพรรคการเมืองเป็นแบบสืบสันดานเปลี่ยนเป็นระบอบชินวัตร ว่าการเมืองไทยในระยะ 20 ปีที่ผ่านมาเป็นแบบการคัดตัวจริงออก ทั้งการยุบพรรค การตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค ถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และเรื่องจริยธรรมการเมือง ทำให้เกิดการคัดตัวจริงออกจากการเมือง และการเมืองก็เข้าสู่ภาวะนอมินิหรือการเมืองแบบตัวแทนปรากฏการณ์ในลักษณะนี้เป็นพื้นฐานทางสังคมวัฒนธรรมในเอเชีย หลายประเทศก็ทำแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาคือเราพยายามใช้กฎหมายให้กลายเป็นการเมืองก็จะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาการเป็นตระกูลทางการเมืองการเมืองแบบเครือข่าย ทายาททางการเมืองขึ้นมาทำงานทดแทนแบบตัวจริง หลายคนมองว่าการคัดกรองจะได้นักการเมืองที่มีมีความรู้ความสามารถมีคุณภาพ ท้ายที่สุดไม่มองแบบนั้นเพราะการเมืองแบบคัดออกจะทำให้การเมืองแย่และถดถอยลงกว่าเดิม
เมื่อถามว่า รัฐบาลของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะยืดยาวหรือไม่ รศ.ยุทธพร เผยว่าหนึ่งปีหลังจากนี้คือส่วนสำคัญที่จะประเมินชี้อนาคตของรัฐบาลชุดนี้ โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจเพราะเกี่ยวกับประชาชน หากหลังจากนี้เศรษฐกิจไม่ดีขึ้นรัฐบาลนี้จะอยู่ต่อไม่ได้ก็เป็นไปได้สูง แต่หากเศรษฐกิจดีขึ้นก็เป็นไปได้สูงที่ปีรัฐบาลจะอยู่ต่อได้ ส่วนเรื่องรองลงมาคือการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ทั้ง ดิจิทัลวอลเล็ต ซอฟเพาเวอร์ นิรโทษกรรม แก้รัฐธรรมนูญ และเรื่องสำคัญคือการร้องคดีต่างๆ เริ่มตั้งแต่จุดเริ่มต้นไม่ว่าจะเป็นการตั้งรัฐมนตรีหรือบทบาทนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นความเสี่ยงของนางสาวแพทองธาร และรัฐบาลชุดนี้ มองว่ากระบวนการการใช้กฎหมายในการเมืองทุกอย่างยังคงดำเนินต่อไปต่อไป แต่ต้องเรียกร้องบรรดานักน้องต่างๆและองค์กรทางการเมืองที่ต้องพิจารณาว่าการใช้กฎหมายดำเนินการทางการเมืองมีสาระประโยชน์ใช่หรือไม่ เพราะหากเกิดการเปลี่ยนตัวทางการเมืองผู้ที่ได้รับผลระทบที่สุดคือประชาชน และจะวนกลับสู่ปากท้องของประชาชนดังเดิม
"10 กว่าปีที่ผ่านมา เราใช้กฎหมายเป็นการเมืองจนประเทศไทยอยู่ในวังวนมายาว" รศ.ยุทธพร กล่าว
เมื่อถามถึงการเมืองระบบเครือญาติไม่ได้เป็นสิ่งแปลกในสังคมไทย ใช่หรือไม่ รศ.ยุทธพรกล่าวว่าการเมืองในระบบเครือญาติ ถ้าไม่ใช่เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือเครือญาติ ไม่ได้เป็นปัญหาถ้าเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์สาธารณะแต่ถ้าทำเพื่อประโยชน์คนกลุ่มใดเป็นพิเศษต้องถูกตรวจสอบและต้องมีมาตรการในการดำเนินการทางการเมืองและกฎหมาย สิ่งสำคัญต้องทำให้การเมืองกลับเข้าสู่ระบบปกติไม่ใช่การเมืองที่บิดเบี้ยวจนท้ายที่สุดตัวจริงเล่นไม่ได้ส่งตัวสำรองมา ยิ่งทำให้การเมืองเกิดปัญหาระยะยาวมากกว่า
วันที่ 6 ก.ย. 2567 ที่ บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ (เอ็นที) รศ.ยุทธพร อิสรชัย อดีตรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ตอบคำถามกรณีการสืบทอดพรรคการเมืองเป็นแบบสืบสันดานเปลี่ยนเป็นระบอบชินวัตร ว่าการเมืองไทยในระยะ 20 ปีที่ผ่านมาเป็นแบบการคัดตัวจริงออก ทั้งการยุบพรรค การตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค ถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และเรื่องจริยธรรมการเมือง ทำให้เกิดการคัดตัวจริงออกจากการเมือง และการเมืองก็เข้าสู่ภาวะนอมินิหรือการเมืองแบบตัวแทนปรากฏการณ์ในลักษณะนี้เป็นพื้นฐานทางสังคมวัฒนธรรมในเอเชีย หลายประเทศก็ทำแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาคือเราพยายามใช้กฎหมายให้กลายเป็นการเมืองก็จะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาการเป็นตระกูลทางการเมืองการเมืองแบบเครือข่าย ทายาททางการเมืองขึ้นมาทำงานทดแทนแบบตัวจริง หลายคนมองว่าการคัดกรองจะได้นักการเมืองที่มีมีความรู้ความสามารถมีคุณภาพ ท้ายที่สุดไม่มองแบบนั้นเพราะการเมืองแบบคัดออกจะทำให้การเมืองแย่และถดถอยลงกว่าเดิม
เมื่อถามว่า รัฐบาลของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะยืดยาวหรือไม่ รศ.ยุทธพร เผยว่าหนึ่งปีหลังจากนี้คือส่วนสำคัญที่จะประเมินชี้อนาคตของรัฐบาลชุดนี้ โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจเพราะเกี่ยวกับประชาชน หากหลังจากนี้เศรษฐกิจไม่ดีขึ้นรัฐบาลนี้จะอยู่ต่อไม่ได้ก็เป็นไปได้สูง แต่หากเศรษฐกิจดีขึ้นก็เป็นไปได้สูงที่ปีรัฐบาลจะอยู่ต่อได้ ส่วนเรื่องรองลงมาคือการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ทั้ง ดิจิทัลวอลเล็ต ซอฟเพาเวอร์ นิรโทษกรรม แก้รัฐธรรมนูญ และเรื่องสำคัญคือการร้องคดีต่างๆ เริ่มตั้งแต่จุดเริ่มต้นไม่ว่าจะเป็นการตั้งรัฐมนตรีหรือบทบาทนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นความเสี่ยงของนางสาวแพทองธาร และรัฐบาลชุดนี้ มองว่ากระบวนการการใช้กฎหมายในการเมืองทุกอย่างยังคงดำเนินต่อไปต่อไป แต่ต้องเรียกร้องบรรดานักน้องต่างๆและองค์กรทางการเมืองที่ต้องพิจารณาว่าการใช้กฎหมายดำเนินการทางการเมืองมีสาระประโยชน์ใช่หรือไม่ เพราะหากเกิดการเปลี่ยนตัวทางการเมืองผู้ที่ได้รับผลระทบที่สุดคือประชาชน และจะวนกลับสู่ปากท้องของประชาชนดังเดิม
"10 กว่าปีที่ผ่านมา เราใช้กฎหมายเป็นการเมืองจนประเทศไทยอยู่ในวังวนมายาว" รศ.ยุทธพร กล่าว
เมื่อถามถึงการเมืองระบบเครือญาติไม่ได้เป็นสิ่งแปลกในสังคมไทย ใช่หรือไม่ รศ.ยุทธพรกล่าวว่าการเมืองในระบบเครือญาติ ถ้าไม่ใช่เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือเครือญาติ ไม่ได้เป็นปัญหาถ้าเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์สาธารณะแต่ถ้าทำเพื่อประโยชน์คนกลุ่มใดเป็นพิเศษต้องถูกตรวจสอบและต้องมีมาตรการในการดำเนินการทางการเมืองและกฎหมาย สิ่งสำคัญต้องทำให้การเมืองกลับเข้าสู่ระบบปกติไม่ใช่การเมืองที่บิดเบี้ยวจนท้ายที่สุดตัวจริงเล่นไม่ได้ส่งตัวสำรองมา ยิ่งทำให้การเมืองเกิดปัญหาระยะยาวมากกว่า
z-z1603487247937.jpg)