닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ2

“หัวหน้าอิ๊งค์” พอใจผล อบจ. บอกผู้ช่วยหาเสียงทำคุ้มค่าจ้าง 


วันที่ 3 ก.พ. 2568 ที่ ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฒนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมผลการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)พอใจหรือไม่ ว่า พอใจ เพราะความจริงเห็นมาตั้งแต่แรกๆที่เริ่มกำหนดวันเลือกตั้ง ทุกคนก็ลุยช่วยกันเต็มที่ ช่วงเช้าวันที่ 3 ก.พ.ตนส่งข้อความไปทางไลน์กรุ๊ปสส.เพื่อไทย อันไหนที่เราไม่ได้เราต้องปรับปรุงยังไง เกิดการเลือกตั้งทุกครั้ง สส.หรือทุกคนในพรรคมีบทเรียนจากการเลือกตั้งทุกครั้ง ประชาชน พอเลือกตั้งผ่านๆไปกี่ครั้งได้เรียนรู้เทรนมากขึ้นเยอะ เมื่อถามว่า ได้ 10 จังหวัดจาก 16 จังหวัด ถือว่าตรงตามเป้าหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ถือว่าดีเลย จริงๆอยากได้ทั้งหมด แต่ได้แค่นี้ก็ถือว่าดีมากๆแล้ว เมื่อถามว่า จะนำผลการเลือกตั้งสนามท้องถิ่นที่แตกต่างจากสนามเลือกตั้งใหมญ่ไปวิเคราะห์หรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า การเลือกตั้งทุกระดับสำคัญอยู่แล้ว การเลือกตั้งครั้งนี้ต้องมาวิเคราะห์ว่าชนะเพราะอะไรไม่ได้เพราะอะไร เราต้องดูว่าจะปรับปรุงอะไรเพิ่มเติมได้ไหม การสื่อสารประชาชนเข้าใจหรือไม่ ต้องวิเคราะห์กันทั้งหมด เดี๋ยวเข้าพรรคต้องคุยกับสส.ด้วย 

เมื่อถามว่า พื้นที่จังหวัดเชียงราย กับลำพูน ที่ตั้งเป้าไว้แต่กลับแพ้ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่าเสียดายที่ไม่ได้ แต่ก็อยากได้ และอยากให้ได้ทุกพื้นที่ เพราะจะได้ทำงานช่วยเหลือประชาชน แน่นอนว่าบอกไปแล้วว่าพื้นที่ไหนที่ไม่ได้ก็ยังต้องทำงานให้ประชาชนอยู่ อาจจะไม่ได้มากเท่าที่ควรกับคนที่ได้ แต่ก็ไม่ให้ขาดเรื่องการทำพื้นที่ เมื่อถามต่อว่า ได้คุยกับนายทักษิณ ชินวัตร ผู้ช่วยหาเสียงว่าเราจะต้องปรับกลยุทธ์อย่างไรเพื่อเตรียมความพร้อมสนามเลือกตั้งใหญ่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า คุนทุกวัน คุยกับผู้ช่วยหาเสียงทุกวัน เมื่อถามว่า ผู้ช่วยหาเสียงแฮปปี้หรือไม่กับการเลือกตั้งรอบนี้ น.ส.แพทองธาร ตอบว่า แน่นอน นายทักษิณไม่ได้หาเสียงแบบนี้ 17-18  ปีแล้ว ในอดีตเคยทำอยู่แล้ว แต่เป็นอดีตที่ไกล กลับมาทำตอนนี้ความจริงก็เป็นห่วงเหมือนกัน เวลาไปหลายเวที เพราะอายุเยอะ แต่ท่านก็ทำเต็มที่ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงก็ถือว่าคุ้มสตางค์ที่ที่จ่าย เมื่อถามอีกว่า การหาเสียงที่ออกแนวดุเดือดจะต้องมีการปรับรูปแบบหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า มันเป็นช่วงเวลาช่วงแรกที่ลงพื้นที่หาเสียงต้องการอธิบายอะไรให้ประชาชนเข้าใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไปประชาชนเข้าใจสเต็ปแรกแล้ว ครั้งต่อไปถ้าไม่ได้มีประเด็นที่มันร้อน หรือต้องหาเสียงดุเดือดก็คงต้องปลี่ยนไปตามสถานการณ์ หรือไม่ก็เป็นคาเรกเตอร์นั้นไปเลย