닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมากcopy28

“หวัง อี้” เตือนอย่าใช้กฎแห่งป่าปกครองโลก หนุนหยุดยิงตะวันออกกลางทันที ชี้สงครามไม่มีผู้ชนะ



วันที่ 8 มี.ค. 2569 หวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของ สาธารณรัฐประชาชนจีน แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน นอกรอบการประชุม การประชุมสองสภาจีน ที่กรุง ปักกิ่ง โดยชี้แจงท่าทีและแนวนโยบายด้านการต่างประเทศของรัฐบาลจีนต่อประเด็นสถานการณ์โลกในปัจจุบัน

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกสื่อสอบถาม คือสถานการณ์ความตึงเครียดใน ตะวันออกกลาง ซึ่งหวัง อี้ ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ควรเกิดขึ้น และไม่เป็นผลดีต่อฝ่ายใด พร้อมย้ำว่าจีนยึดจุดยืนเป็นกลาง ไม่เลือกข้าง และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดยิงและยุติความรุนแรง เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ลุกลาม

หวัง อี้ กล่าวว่า ท่าทีของจีนตั้งอยู่บนหลักการที่ชัดเจนและได้ประกาศมาอย่างต่อเนื่อง โดยสาระสำคัญคือการผลักดันให้เกิดข้อตกลงหยุดยิงและยุติการสู้รบ พร้อมอ้างภูมิปัญญาจีนโบราณที่เตือนว่า “อาวุธเป็นเครื่องมือที่น่าหวาดกลัว และไม่ควรถูกใช้โดยปราศจากวิจารณญาณ” พร้อมระบุว่า เมื่อเห็นสถานการณ์ในตะวันออกกลางปะทุขึ้น ก็ยิ่งตอกย้ำว่านี่คือสงครามที่ไม่ควรเกิดขึ้น และไม่มีฝ่ายใดได้ประโยชน์จากความขัดแย้งดังกล่าว

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า ประวัติศาสตร์ของตะวันออกกลางได้เตือนประชาคมโลกซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า การใช้กำลังไม่ใช่หนทางแก้ปัญหา และการพึ่งพาอาวุธมีแต่จะก่อให้เกิดความเกลียดชังและวิกฤตการณ์ใหม่ ๆ ดังนั้นจีนจึงเรียกร้องอีกครั้งให้ยุติปฏิบัติการทางทหารโดยทันที เพื่อหลีกเลี่ยงการบานปลายของสถานการณ์และป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งขยายวงกว้าง

หวัง อี้ ยังระบุว่า จีนพร้อมทำงานร่วมกับประเทศต่าง ๆ ในตะวันออกกลาง เพื่อช่วยฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยในภูมิภาค พร้อมสนับสนุนแนวทางคลี่คลายความตึงเครียดที่ตั้งอยู่บนหลักการสำคัญ ได้แก่ การเคารพอธิปไตยของรัฐ การไม่ใช้กำลังในทางที่ผิด การไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น และการหันกลับไปใช้การเจรจาทางการเมืองแทนการใช้กำลังทางทหาร

รัฐมนตรีต่างประเทศจีนยังย้ำว่า การใช้กำลังอย่างจงใจไม่ใช่เครื่องพิสูจน์ถึงความเข้มแข็งของประเทศใดประเทศหนึ่ง และโลกไม่ควรถูกปกครองด้วย “กฎแห่งป่า” (Law of the Jungle)

นอกจากนี้ เมื่อถูกถามถึงกระแสความพยายามเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองใน อิหร่าน หวัง อี้ ระบุว่า การวางแผนก่อการปฏิวัติหรือโค่นล้มรัฐบาลจะไม่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนอิหร่าน พร้อมย้ำว่าประชาชนในตะวันออกกลางคือผู้กำหนดอนาคตของภูมิภาค และกิจการของตะวันออกกลางควรถูกกำหนดทิศทางโดยประเทศในภูมิภาคเอง ไม่ใช่โดยอำนาจจากภายนอก