“หนุ่ม กรรชัย” แจ้งหมิ่นประมาท ตัดขาด “ฟิล์ม รัฐภูมิ”
โพสต์เมื่อ : 14 พ.ย 2567 เวลา 18:18 น.
“หนุ่ม กรรชัย” เผย แจ้งข้อหาหมิ่นประมาท ปมตบทรัพย์ พร้อมยุติความสัมพันธ์ “ฟิล์ม รัฐภูมิ”
วันที่ 14 พ.ย. 2567 ที่ กองบังคับการปราบปราม นายภูดิท กำเนิดพลอย หรือหนุ่ม กรรชัย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม กรณีที่มีคลิปเสียง น.ส.กฤษอนงค์ และนายรัฐภูมิ หรือ ฟิล์ม ที่แอบอ้างชื่อ และรายการโหนกระแส เรียกรับเงินจาก น.ส.ปัญจรัศม์ กนกรักษ์ธนพร หรือ บอสปัน จำนวน 20 ล้านบาท เพื่อแลกกับการให้นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือ บอสพอล ได้ไปออกรายการชี้แจง
นายภูดิท กล่าวว่า ตนเองมาให้ปากคำในกรณีที่มีคลิปเสียงที่มีการกล่าวอ้างพาดพิงชื่อตน ในการเรียกรับเงิน 20 ล้านบาท โดยใช้ถ้อยคำประมาณว่า สามารถที่จะเขียนบทหรือเขียนสคริปต์รายการให้ได้ หากบอสพอลมาออกรายการ และยังมีการกล่าวอ้างว่า เปิดทางให้แล้ว และสามารถชี้ผิดให้เป็นถูกได้ ซึ่งทุกสิ่งที่ได้มีการพูดออกไปในคลิปเสียงนั้น เป็นการหมิ่นประมาทตน และโกหกหลอกลวงคนอื่น
เบื้องต้นได้แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทก่อน แต่หากกฎหมายจะสามารถเอาผิดในเรื่องใดได้บ้าง ตนเองจะดำเนินการในทุกเรื่อง และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดไม่มีการยอมความ ไม่ไกล่เกลี่ยหรือเจรจา เพราะตนไม่ใช่นักเคลียร์ ไม่ต้องมาเคลียร์กับตน
ทั้งนี้ นอกจากคลิปเสียงนี้แล้ว ยังมีคลิปเสียงที่กล่าวอ้างถึงรัฐมนตรีท่านหนึ่งด้วย นำมามอบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ นายภูดิท กล่าวว่า ส่วนนี้ ต้องให้รัฐมนตรีคนดังกล่าวเป็นคนดำเนินการเอง ส่วนตัวได้ส่งคลิปให้กับรัฐมนตรีแล้ว
นายภูดิท ระบุว่า ภายหลังจากที่เข้าแจ้งความแล้ว ไม่ได้ติดต่อกับนายรัฐภูมิแต่อย่างใด แต่ก่อนแจ้งความ 1 วัน ได้โทรศัพท์หานายรัฐภูมิแล้ว 3 ครั้ง เพื่อถามข้อเท็จจริง แต่นายรัฐภูมิ ยืนยันว่า ไม่ได้กระทำ และเป็นคลิปตัดต่อ ซึ่งขณะที่โทรยังหวังให้เจ้าตัวพูดความจริง และหากยอมรับว่าเป็นผู้กระทำจริง ตนจะไม่มีการเผยแพร่คลิปที่มีความยาวถึง 29 นาทีที่มีอยู่ในมือ และจะให้โอกาสเจ้าตัวได้ออกมาชี้แจงกับสังคม แต่เมื่อไม่ยอมรับ ตนเองจึงตัดสินใจวางสาย และตัดขาดความสัมพันธ์พี่น้องในทันที และโทรหาทนายความส่วนตัวเพื่อดำเนินการเข้าแจ้งความเอาผิด ทั้งนี้ตนยังฝากข้อความสุดท้ายกับนายรัฐภูมิไว้ว่า “หากมีอะไรเกิดขึ้นต้องรับผิดชอบเองทั้งหมด”
“อยากจะพูดอะไรก็เชิญ แต่คิดว่าประชาชนรวมถึงผมไม่ได้กินหญ้า ทุกคนกินข้าว ไม่ใช่ควาย เรามีสมอง มีสามัญสำนึก และมีวุฒิภาวะ ที่จะรู้ได้ว่าอะไรคืออะไร สิ่งที่คุณออกมาพูด คุณจะกลายเป็นตัวตลกด้วยซ้ำ” นายภูดิท กล่าว
ส่วนเรื่องที่ นางสาวกฤษอนงค์ กล่าวอ้างว่า ไม่ใช่การกรรโชกทรัพย์แต่เป็นการเสนอแนวทางการแก้ปัญหาเพื่อการแก้ภาพรวมทั้งหมดของธุรกิจนั้น ฟังขึ้นหรือไม่ นายภูดิท ระบุว่า ต้องถามว่า น.ส.กฤษอนงค์ ตีความคำว่ากรรโชกทรัพย์ว่าอย่างไร เพราะจากที่ตนฟัง การที่ไปบอกว่าหากไม่ทำแบบนี้ ตนจะชี้ผิดชี้ถูก คนที่กลัวอยู่ก็ต้องตกใจ และยอมจ่าย รวมถึงเจ้าตัวก็มีทนายในมือ ก็ให้ไปถอดคลิปเสียงทีละคำดูว่าเข้าข่ายกรรโชกทรัพย์หรือไม่ ซึ่งตนไม่ชอบคนที่อาศัยจุดอ่อนของคนอื่นเพื่อหาผลประโยชน์ และรู้สึกว่าวิธีการดังกล่าวไม่แฟร์ และไม่ถูกต้อง
ทั้งนี้ นายภูดิท กล่าวอีกว่า อยากให้ทุกคนที่ถูกบุคคลเหล่านี้กระทำดังกล่าว ให้ออกมาร้องทุกข์เพิ่มได้เลยไม่ต้องอาย อย่าปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในสังคม
สำหรับ การเรียกค่าเสียหายนั้น ตนเองเชื่อว่า ชื่อเสียงของตนเองที่เสียไป ไม่ใช่แค่ตัวเลข 20 ล้านบาท เพราะทำงานมานาน และมีมูลค่ามากกว่านั้น และที่ผ่านมาตน และทีมงานรายการโหนกระแสถูกนำชื่อไปอ้างและหลอกลวงประชาชนมาเยอะ แต่ไม่คิดว่าจะถูกนำไปหลอกเอาเงินมูลค่าขนาดนี้
เมื่อถามว่าจะใช้คำว่า “มันจบแล้วครับน้องได้หรือไม่” นายภูดิท ถามกลับว่า เขาเป็นน้องตอนไหน ตนเองไม่มีน้องแบบนี้ และไม่ได้สนิทอะไร แค่ทำงานร่วมกัน ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าเกินไป เพราะเป็นจำนวนเงินที่เยอะ และเป็นคนที่มีหน้ามีตาในสังคม ลำบากยากแค้นถึงขั้นต้องทำขนาดนี้เลยหรือ ไม่มีศักดิ์ศรีเลยหรือ
"เตือนแล้วฟังหรือไม่ ไม่เตือนดีกว่า เพราะผิดชอบชั่วดีเป็นสิ่งที่พ่อแม่ ครูบาอาจารย์จะสอนตั้งแต่เด็กๆ สิ่งที่คุณเป็นอยู่วันนี้ ก็ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่เด็กๆ ว่า ที่บ้านคุณสอนหรือไม่ ว่าเป็นคนดีอย่างไรไม่ต้องให้คนอื่นมาสอน" นายภูดิท กล่าวทิ้งทาย
z-z1603487247937.jpg)