닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมาก---0

“สุทิน” ร่ายยาวหนุน “ชัยเกษม” เป็นนายกฯ เพราะสบายใจกว่ามอง “อนุทิน” มีคดีค้างบอกนายกฯต้องคุณสมบัติครบทั้งกฎหมายและจริยธรรม



วันที่ 5 ก.ย. 68 ที่ รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในที่ประชุม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสำคัญต่อชีวิตคนไทยทุกชีวิต และมีส่วนต่อหน้าตาและความเชื่อถือของประเทศ ทั้งนี้ตนไม่ติดใจว่าใครจะได้เป็น และยิ่งเป็นตัวแทนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ตนพร้อมสนับสนุน แต่สิ่งที่พวกเราในฐานะสส.ต้องคำนึงอย่างมากคือ แม้เราอยากให้พวกเราได้เป็น แม้เราไม่ขัดข้องแต่ประการแรกเราต้องคัดคน ที่สง่างามที่สุดในสภา เพื่อศักดิ์สรีและเกียรติยศของสภา ไม่ให้สถาบันอื่นมาดูแคลนได้ ว่าสภานั้นเลือกผุ้แทนมาเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นใช้ไม่ได้ นอกเหนือจากความสง่างามของรัฐสภา ก็ต้องเป็นที่ยอมรับของต่างชาติ เพราะความเชื่อถือของต่างชาติมีผลต่อชีวิตคนไทย เพราะฉะนั้นความสง่างามรวมถึงความยอมรับใคร ยอมรับคนนั้นว่าสง่างามซึ่งสิ่งนั้นคือคุณสมบัติตามข้อกฎหมายและจริยธรรม ซึ่งมาตรฐานสองอย่างนั้นต้องได้ จริยธรรมต้องถูก นี่เป็นสิ่งที่เราต้องคำนึงว่าจะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรี รวมถึงกระบวนการก็เป็นสิ่งสำคัญแม้จะได้บุคคลดีมีความสง่างาม ทั้งนี้จากที่ตนได้ฟังเพื่อนสมาชิกกล่าวมานั้นตนรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง ว่าการได้มาของนายกฯครั้งนี้ เพราะถือเป็นการทำลายระบบของรัฐสภาเป็นอย่างมาก และมาตรฐานสภาตกต่ำ

ทั้งนี้ตคนได้มีการตรวจสอบคุณสมบัติของแคนดิเดตนายกฯทั้งสองคน ก็ดูไม่มีปัญหาอะไรโดยเฉพาะในส่วนของนายชัยเกษม ที่เรียบร้อยบริสุทธิ์ แต่นายอนุทินตนไม่สบายใจในคุณสมบัติอาจมีปัญหาตามมาแน่นอน ไม่ว่าจะคดีฮั้วสว. ที่นายอนุทินเองก็เคยถูกดำเนินคดีและไปรับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งคดีขณะนี้ก็ยังอยู่ที่ชั้นสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) และอยุ่ในกระบวนการกฎหมายยุติธรรม รวมไปถึงการการทำเอ็มโอเอ ระหว่างพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยที่เหมือนว่าเป็นการหมิ่นเหม่ รัฐธรรมนูญ ทั้งนี้จากสองชื่อที่มีการเสนอมาวันนี้นายชัยเกษม ผ่านทั้งคุณสมบัติทางกฎหมายและเรื่องจริยธรรมแต่นายอนุทินยังมีข้อกังขาเรื่องคดีที่ค้างอยู่หากนายอนุทินได้รับการยอมรับจากสภา และประธานสภาต้องยื่นทูลเกล้า เพื่อรับพระปรมาภิไธย ความใดที่จะนำความขึ้นกราบบังคมทูล หากมีปัญหาเรื่องข้อกฎหมายต้องให้มีข้อยุติทางกฎหมายเสียก่อน มิฉะนั้นก็เป็นเรื่องมิบังควร ซึ่งถือเป็นความรับผิดชอบของประธานสภา 

ซึ่งขั้นตอนที่ตนเป็นห่วงที่สุดคือขั้นตอนยื่นชื่อบุคคลขึ้นทูลเกล้าและยังมีปัญหาเรื่องข้อกฎหมายอยู่ ซึ่งตนฟังแล้วรู้สึกไม่สบายใจในตัวนายอนุทิน และตนก็ต้องเลือกนายชัยเกษมเพราะเลือกแล้วสบายใจ ประธานนำขึ้นทูลเกล้าได้ จึงขอสรุปว่าสนับสนุนนายชัยเกษมและไม่สนับสนุนนายอนุทิน