“สุดารัตน์” ย้ำ เงินเทา-ดำแก๊งอาชญากรข้ามชาติ คุกคามความมั่นคงเศรษฐกิจไทย
โพสต์เมื่อ : 3 ธ.ค 2568 เวลา 12:44 น.
“สุดารัตน์” ย้ำ เงินเทา-ดำแก๊งอาชญากรข้ามชาติ คุกคามความมั่นคงเศรษฐกิจไทย แทรกซึมตลาดทุน ถึงขั้นถือหุ้น ‘บางจาก’ จ่อ 25% ชี้ เป็นภัยระบบการเงินชาติ จี้รัฐบาล–ก.ล.ต.เร่งสางเส้นเงินผิดกฎหมาย ก่อนเศรษฐกิจ-ความเชื่อมั่นไทย พังพินาศ
เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2568 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.)กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการธุรกรรมของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) มีมติเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 สั่งยึดและอายัดทรัพย์สินเครือข่ายยิม เลียก และเบน สมิธ รวม 66 รายการ มูลค่ากว่า 9,279 ล้านบาท เชื่อมโยงกับคดีสแกมเมอร์ข้ามชาติ ว่า ป.ป.ง.ได้เริ่มต้นทำงานอย่างกล้าหาญและเป็นรูปธรรม สามารถยึดทรัพย์มูลค่ากว่าหมื่นล้านบาทจากขบวนการฟอกเงินข้ามชาติได้สำเร็จ แต่ยืนยันว่านี่ยังเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของทรัพย์สินสกปรกจำนวนมหาศาลที่ยังซุกซ่อนอยู่ในประเทศไทย ซึ่งอาจมีมูลค่าสูงถึงระดับแสนล้านบาท เครือข่ายฟอกเงินจากกัมพูชาและขบวนการสแกมเมอร์ระหว่างประเทศเหล่านี้มีโครงสร้างซับซ้อน ใช้บริษัทบังหน้า บัญชีม้า อสังหาริมทรัพย์ และสินทรัพย์ดิจิทัล เป็นเครื่องมือในการฟอกเงิน ทำให้การปราบปรามเป็นภารกิจที่ท้าทายอย่างยิ่ง และต้องการความจริงจังต่อเนื่องจากทุกหน่วยงานรัฐ พร้อมย้ำว่า ต้องให้กำลังใจ ป.ป.ง.ในการเดินหน้าตรวจสอบต่อไป เพราะกลุ่มเหล่านี้ยังมีทรัพย์สินอีกมหาศาล ที่แฝงตัวในระบบเศรษฐกิจไทย และกำลังแทรกซึมเข้ามาสร้างอิทธิพลทางธุรกิจ รวมถึงในตลาดทุนด้วย
“สิ่งที่น่ากังวลยิ่งคือ ความเชื่อมโยงของเครือข่ายฟอกเงินเหล่านี้กับกลุ่มผู้มีอิทธิพล นักการเมือง และบริษัทมหาชนบางแห่ง ซึ่งเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ โดยเฉพาะกรณีมีรายงานว่า เงินสกปรกจากเครือข่ายสแกมเมอร์ถูกนำไปซื้อหุ้นบริษัทพลังงานรายใหญ่ของประเทศ อย่างบริษัท บางจาก จนมีสัดส่วนถือครองเกือบ 25% ซึ่งเพียงพอที่จะครอบงำทิศทางบริษัท และอาจถูกใช้เป็นช่องทางในการฟอกเงินหรือใช้ธุรกิจที่มีคุณค่าของชาติไปกระทำกิจกรรมที่ผิดกฎหมายได้ บางจากเป็นบริษัทพลังงานที่คนไทยภาคภูมิใจ แต่กำลังถูกคุกคามจากเงินสกปรกของอาชญากรข้ามชาติ ซึ่งเป็นภัยต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างยิ่ง จึงขอเรียกร้องให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เข้าไปตรวจสอบเส้นทางเงินที่เข้ามาซื้อหุ้นดังกล่าวอย่างละเอียด พร้อมสืบสวนผู้มีหน้าที่กำกับดูแล ที่อาจปล่อยปละละเลย หรือเอื้อให้เงินผิดกฎหมายไหลเข้าสู่ตลาดทุนไทย ทั้งที่ต้องมีมาตรการป้องกันเงินฟอกเงินอย่างเคร่งครัด และต้องรับผิดชอบต่อสังคมหากพบการละเมิด หรือหากผู้บริหารบางราย มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปิดช่องให้กลุ่มทุนอาชญากรเข้ามาแทรกแซงระบบเศรษฐกิจไทย นี่ไม่ใช่แค่คดีฟอกเงินธรรมดา แต่เป็นปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ที่กระทบต่อความมั่นคงทางการเงิน การลงทุน และชื่อเสียงของตลาดทุนไทยทั้งหมด หากปล่อยให้เงินสกปรกเข้ามาครอบงำบริษัทมหาชนได้ ประเทศไทยจะสูญเสียความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั่วโลก และประชาชนจะเป็นผู้แบกรับความเสียหายในที่สุด ซึ่งพรรคจะติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง และพร้อมสนับสนุนทุกมาตรการของรัฐที่นำไปสู่การปราบปรามเครือข่ายฟอกเงินและสแกมเมอร์ข้ามชาติอย่างจริงจัง โดยดำเนินการอย่างโปร่งใส ไม่ยอมให้กลุ่มทุนมืดเข้ามาครอบงำระบบเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนและสถาบันทางเศรษฐกิจของไทยในระยะยาว“ คุณหญิงสุดารัตน์ดารัตน์ ระบุ
z-z1603487247937.jpg)