닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมากcopy569

“สันติ ปิยะทัต”สวน“จิรายุ”ยันไร้ผลประโยชน์ทับซ้อนกำกับ สคบ.ยืนยันโปร่งใส-ทำตามกม.ผ่านการตรวจสอบอย่างเคร่งครัดก่อนรับตำแหน่ง เผยยังไม่มีการแต่งตั้งที่ปรึกษา พร้อมทำงานเพื่อผลประโยชน์ปชช.-ปท. 


 
วันที่ 6 ต.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสันติ ปิยะทัต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้กรณีนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีต สส.พรรคเพื่อไทย(พท.) ให้มีการตรวจสอบการมอบหมายกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ) ไม่เหมาะสม อาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนว่า ขอยืนยันว่า การเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและการกำกับดูแล สคบ. เป็นไปตามหลักการที่ถูกต้องและโปร่งใส 

นายสันติ กล่าวว่า ตนได้ลาออกจากตำแหน่งกรรมการผู้จัดการในบริษัทอสังหาริมทรัพย์มาตั้งแต่ปี 2565 และจากคณะกรรมการบริหารของบริษัทในปี 2567 โดยได้ดำเนินการขายหุ้นของบริษัทที่เหลืออยู่จำนวนไม่มากทั้งหมดก่อนเข้ารับตำแหน่งตามระเบียบของทางราชการทุกประการ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปอย่างบริสุทธิ์และปราศจากข้อครหา ยืนยันว่าได้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเคร่งครัดก่อนรับตำแหน่ง และไม่ได้ประกอบธุรกิจลิสซิ่งแต่อย่างใด 

ส่วนการกำกับดูแล สคบ. และหน่วยงานที่กำกับดูแล ยืนยันไม่มีปัญหาใด ๆ 
ในเรื่องการกำกับดูแลสคบ.รวมถึงหน่วยงานที่กำกับดูแล ไม่มีปัญหาความขัดแย้งทางด้านผลประโยชน์ใด ๆ และได้ทราบข้อมูลจากทางสคบ.ว่า ปัจจุบันไม่มีเรื่องร้องทุกข์จากผู้บริโภคต่อบริษัทอสังหาริมทรัพย์ตามที่ปรากฏในข่าวแต่อย่างใด พร้อมยืนยันว่า รัฐมนตรีไม่สามารถแทรกแซงการทำงานของ สคบ.ได้ เนื่องจากมีกรอบข้อกำหนดของการดำเนินงาน และมีคณะกรรมการกลั่นกรอง ตรวจสอบในทุกขั้นตอน จากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความสามารถและเป็นบุคคลภายนอก

นายสันติ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการแต่งตั้งคณะที่ปรึกษาแต่อย่างใด ขอยืนยันว่าในการแต่งตั้งที่ปรึกษาจะไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับหน่วยงานที่กำกับดูแลอย่างแน่นอน ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า การคัดเลือกบุคคลเพื่อเข้ามาช่วยในการทำงานของรัฐบาลจะคำนึงถึงความเหมาะสม ความสามารถ และจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นสำคัญ