“สว.สำรอง”ร้องศาลปกครองสูงสุด ปมบาร์โค้ด เอาผิด กกต.ย้ำเป็นบัตรเสียแต่แรกไม่สามารถนับคะแนนได้ทั้งประเทศ
โพสต์เมื่อ : 16 ก.พ 2569 เวลา 10:22 น.
“สว.สำรอง”ร้องศาลปกครองสูงสุด ปมบาร์โค้ด เอาผิด กกต.ย้ำเป็นบัตรเสียแต่แรกไม่สามารถนับคะแนนได้ทั้งประเทศ
เมื่อวันที่ 16 ก.พ.69 ที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) บัญชีสำรอง ตัวแทนภาคประชาชน เผยว่า เมื่อวันที่ 15 ก.พ. ที่ผ่านมา ตนได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ เลขาธิการ กกต. ฐานกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย ในกรณีจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีรหัสบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดลงบนบัตรเลือกตั้ง ส.ส.
ซึ่วการพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มี บาร์โค้ดและ คิวอาร์โค้ด ขัดหลักการลงคะแนนลับและรัฐธรรมนูญ ต่อศาลปกครองสูงสุด ผ่านระบบงานคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์ โดยให้ศาลสั่ง ให้บัตรเลือกตั้ง ส.ส. ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบ่งเขต ในรอบวันที่ 1 และ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นบัตรเสียและไม่ให้นับเป็นคะแนน และให้ กกต.เผาหรือทำลายบัตรเลือกตั้ง ดังกล่าวโดยเปิดเผยต่อสาธารณะ พร้อมทั้งสั่งลงโทษ กกต. และ เลขาธิการ กกต.ร่วมชดใช้ค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งสิ้น และสั่งลงโทษ กกต. และ เลขาธิการ กกต. ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ด้วยโทษจำคุกและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง รวมทั้งให้ ให้ผู้ถูกฟ้อง ชดใช้ค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งสิ้น และ ขอให้ศาลเร่งพิจารณาคดีให้เสร็จสิ้นโดยเร็วก่อนที่ผูู้ถูกฟ้องจะประกาศรับรองผลเลือกตั้ง ส.ส. ใหม่ นอกจากนี้ ยังได้ขอให้ศาลสั่ง ไม่รับรองผลการเลือกตั้งเป็นการชั่วคราว ก่อนมีคำพิพากษาอีกด้วย
ขณะเดียวกัน นายอัครวัฒน์ ยังระบุอีกว่า แม้ทาง กกต. จะเคยชี้แจงไปแล้วเมื่อวันที่ 13 ก.พ. ที่ผ่านมา ว่าทำไปเพื่อรักษาความปลอดภัยและป้องกันบัตรปลอม ซึ่งมีวิธีการป้องกันการทุจริตหลายวิธี เช่น การทำลายน้ำ หรือแถบสะท้อนแสง ซึ่งยังมีอีกหลายวิธี ดังนั้นเป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น เพราะในการลงคะแนนออกเสียงประชามติ กลับไม่มีการพิมพ์บาร์โค้ด หรือคิวอาร์โค้ดลงในบัตรแต่อย่างใด ส่อให้เห็นเจตนาทุจริตเจาะจงเฉพาะการเลือกตั้ง ส.ส.การกระทำนี้สร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชน เพราะหากกรรมการประจำหน่วยหรือหัวคะแนนแอบถ่ายรูปบัตรขณะนับคะแนน ก็จะสามารถนำไปตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าใครเลือกใคร นำไปสู่ความไม่ปลอดภัยในชีวิต หรือเอื้อประโยชน์ต่อการซื้อสิทธิขายเสียงอย่างง่ายดาย
นายอัครวัฒน์กล่าวอีกว่า ต้องให้ กกต.ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวแสดงความเป็นสุภาพบุรุษว่ากกต. ขอโทษในความผิดพลาดและจะรีบดำเนินการตรวจสอบหาผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฏหมายขอโทษกับพี่น้องประชาชนที่เกิดแบบนี้ ตนไม่รู้ว่าจะอ่านคำว่า “แถลงหรือว่าแถดี” ตรงนี้พี่น้องประชาชนอยากเห็นหน้าที่องค์กรอิสระทำงานอย่างเต็มที่ไม่ใช่โยนความผิดให้คนอื่นสิ่งที่เกิดขึ้นประชาชนต้องการคำขอโทษและดำเนินการให้ถูกต้อง ให้เป็นไปตามกฏหมายถ้าท่านไม่ทำท่านยังดื้อดึงประวิงเวลาถ่วงเวลาให้กฎหมายมันหมดไป 30 วันเพื่อจะรับรองคะแนน ซึ่งในการเลือกตั้งที่ผ่านมาท่านจะไม่รอดมาตรา 157 ท่านมีโอกาสที่จะพลาดครั้งที่สองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ตรงนี้เรียนพี่น้องประชาชนให้ทราบว่าการ“เลือกตั้งครั้งนี้คือการใช้บัตรเสียไปให้พี่น้องประชาชนเลือกมันไม่สามารถจะนับเป็นคะแนนได้ทั้งประเทศ”
z-z1603487247937.jpg)