“สว.สำรอง” มอบดอกไม้ ให้กำลังใจดีเอสไอ ปมฮั้วเลือกสว.
“สว.สำรอง” มอบดอกไม้ ให้กำลังใจดีเอสไอ ปมฮั้วเลือกสว. มั่นใจ ประชุมบอร์ดรอบสอง ดีเอสไอรับคดีพิเศษแน่นอน
วันที่ 26 ก.พ.2568 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ( ดีเอสไอ) นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล ตัวแทนจากกลุ่มสว.สำรอง พร้อมคณะสว.สำรอง มาให้กำลังใจพร้อมขอบคุณกระทรวงยุติธรรม และ ดีเอสไอ จากกรณีโพยฮั้ว สว.2567 ในการดำเนินการเพื่อค้นหาความจริง โดยระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยความเชื่อมั่นแทบไม่มี ในระบบนานาชาติมองประเทศไทยทดถ้อยและต่ำลง เพราะกระบวนการทางประชาธิปไตยที่ไม่มีความซื่อตรงและเที่ยงธรรม รวมถึงขณะนี้ทุกคนกำลังจับจ้องกระบวนการซึ่งได้มานิติบัญญัติของสว.หรือองค์กรอื่น ๆ ที่มีผู้กำกับดูแลคือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต. ) ในการปฏิบัติหน้าที่
“ ประชาชนรู้ คนไทยทั้งประเทศรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่กกต.กลับไม่รู้ ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหายต่อบ้านเมือง ”
อีกทั้ง เรื่องดังกล่าวยังไม่มีความโปร่งใส และมีการคดโกงทุจริต คอรัปชั่นต่าง ๆ ตนเองและกลุ่มสว.สำรอง ต้องการความยุติธรรมจากเรื่องนี้ จึงอยากฝากถึงบอร์ดดีเอสไอช่วยเปิดโปงความจริงให้ประชาชนเห็น
เมื่อถามว่า การให้กำลังใจในครั้งนี้คิดว่าดีเอสไอจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ตนเองมองว่ากรณีนี้เป็นประเด็นใหญ่และเป็นคดีใดประเทศ ที่เกิดขึ้นครั้งแรกในโลก โดยมีผู้ร่วมกระทำความผิดเป็นจำนวนมาก ซึ่งคนเหล่านี้ไม่ได้เกรงกลัวกฎหมายหรืออำนาจ แต่ทำด้วยความคึกคะนอง ทำให้สร้างความบั่นทอนเรื่องของระบบประชาธิปไตย ดังนั้นวันนี้จึงมามอบกำลังใจและส่งกำลังใจในการทำงานของดีเอสไอเพียงเท่านั้น
ส่วนความเห็นหลังบอร์ดดีเอสไอเลื่อนโหวต ฮั้วเลือกสว.นั่น มองว่า อาจมีเหตุผลในเรื่องของข้อกฎหมายและการมอบหน้าที่ , อำนาจ ว่าใครมีอำนาจในการดำเนินการ รวมถึงขณะนี้มีผู้มาร้องเป็นจำนวนมาก เป็นไปได้ที่ดีเอสไอจะต้องใช้เวลาในการรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม แต่ในส่วนของ กกต.ตนเองยืนยันว่า กกต.ไม่ได้ให้ความร่วมมือมากเท่าที่ควร
เมื่อถามถึงความคาดหวังในการประชุมบอร์ดดีเอสไอครั้งที่ 2 นายอัครวัฒน์ เปิดเผยว่า ทุกคนมีความคาดหวังเดียวกัน คือ อยากให้ดีเอสไอรับเรื่องเป็นคดีพิเศษ “ มันคงไม่ต่างอะไรกันกับการแข่งขันกีฬาแล้วเสียประโยชน์ และเรากลับแพ้ ” และในวันที่ 6 มี.ค.68 นี้ ตนเองมีความมั่นใจเหมือนเดิมว่าจะผ่านเรื่องนี้ไปได้และเชื่อมั่นว่าดีเอสไอจะรับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษอย่างแน่นอน และสิ่งที่มั่นใจที่สุด คือ ประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่จะส่งกำลังใจให้ดีเอสไอ กล้าที่จะรับเป็นคดีพิเศษ ตลอดจนพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่ปรากฏชัด ไม่ว่าจะเป็นหลักฐานที่เกิดขึ้น ขณะเลือกตั้งและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ รวมถึงพยานบุคคลที่เข้ามาข้อมูลในคดีนี้ เชื่อมั่นว่าจะเป็นหลักฐานที่เพียงพอให้ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษได้
เมื่อถามว่า มีแนวทางสำรองหรือไม่ ? หากดีเอสไอไม่รับเป็นคดีพิเศษ นายอัครวัฒน์ กล่าวต่อว่า แนวทางสำรองได้เตรียมไว้แล้ว แต่เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบในการทำงานของเจ้าหน้าที่ยังไม่ขอเปิดเผย เพราะมีกระบวนการที่คอยจับจ้องอยู่ อย่างไรก็ตามตนเองและกลุ่มสว.สำรอง ความพยายามในการทวงคืนความถูกต้อง เพราะมีประชาชนคอยรับฟังเป็นจำนวนมากในเรื่องของอำนาจที่มาไม่ชอบทำ
จากนั้น คณะสว.สำรอง และภาคประชาชน ได้มอบดอกกุหลาบและพวงมาลัยให้กับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.กระทรวงยุติธรรมและ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ( ดีเอสไอ )
ด้าน พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ขอบคุณทุกคนที่มาให้กำลังใจ ส่วนความคืบหน้าการดำเนินการเรื่องนี้ อยู่ในขั้นตอนที่คณะกรรมการคดีพิเศษเลื่อนการประชุมไปอีก 1 สัปดาห์ เนื่องจากพบว่ายังมีข้อมูลที่มากมายจึงขอ ให้กรรมการคดีพิเศษที่ได้รับฟังข้อเท็จจริงเมื่อวานแล้ว แต่ยังมีข้อสงสัยเรื่องข้อกฎหมายจะได้กลับไปทบทวนและจะมาประชุมกันใหม่ในวันที่ 6 มี.ค.68 ถามต่อว่าจะใช้อำนาจอะไรเรียก กกต.มา
สำหรับองค์กรอิสระจะใช้วิธีการประสานงาน เพราะในบางประเด็นอาจจะเป็นเอกสารมาก็ได้ ซึ่งก็มีการประสานงานกับคณะกรรมการการเลือกตั้งอยู่แล้วไม่ได้มีความขัดแย้ง โดยภายในวันที่ 6 มี.ค.68 หาก กกต. ไม่มาดีเอสไอจะส่งเจ้าหน้าที่ไปทำการประสานงานก็ได้ ในประเด็นที่เป็นข้อสงสัย เป็นการตั้งคำถามจากการประชุมเมื่อวานนี้ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในด้านของข้อกฎหมาย
รมว.ยุติธรรม กล่าวว่าต่อว่า เรื่องการเลือกตั้งเป็นเรื่องของกกต. ส่วนที่เป็นคดีอาญาอื่น ถ้าคณะกรรมการคดีพิเศษรับให้เป็นคดีพิเศษ หากเป็นความผิดท้ายพระราชบัญญัติก็สามารถเป็นคดีพิเศษได้ ซึ่งเมื่อวานนี้ก็มีคำถามในข้อเท็จจริงบางอย่างและเนื่องจากประธานการที่ประชุมต้องรีบเดินทางไปขึ้นเครื่องบินก็เลย ทำให้ยังไม่มีมติเมื่อวานนี้
อย่างไรก็ตาม ถ้าในวันที่ 6 มี.ค.68 องค์ประชุมไม่ครบจะเลื่อนอีกหรือไม่รมว.ยุติธรรม ย้ำว่ามีการนัดหมายล่วงหน้ากันมาแล้วว่าจะต้องมา ส่วนกรณีที่ สว. เตรียมจะอภิปรายทั่วไปต่อตนนั้น ตนก็พร้อมจะชี้แจง ยืนยันว่าทำด้วยความยุติธรรมไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง ซึ่งหากตอนชี้แจงมีคำถามที่ตนจำเป็นต้องเปิด
เผยข้อมูลที่เป็นความลับบางอย่าง หากทาง สว.รับได้ เพราะเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากการสืบสวนทุกอย่าง จะเป็นไปตามข้อมูลหลักฐานเรื่องวิทยาศาสตร์เรื่องเทคโนโลยีเป็นเรื่องที่โกหกไม่ได้
ด้าน พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวเพิ่มเติมในเรื่องหลักการว่า การรับทำคดีของดีเอสไอ เมื่อมีผู้มาร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดีเอสไอดำเนินการเป็นหน้าที่ที่จะต้องมีการสืบสวนว่าเรื่องดังกล่าวมีคดีอาญาเกิดขึ้นหรือไม่และ จะเข้าเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ซึ่งตามหลักการของกฎหมายหากเป็นความผิดตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติ เข้าลักษณะรายละเอียดดีเอสไอ สามารถรับเรื่องไว้ได้เอง แต่หากเป็นความผิดอาญาอื่นที่ไม่ใช่เป็นกฎหมายท้ายพระราชบัญญัติ ต้องใช้มติคณะกรรมการคดีพิเศษในการที่จะรับหรือไม่ ย้ำว่าาการ
ดำเนินการเป็นขั้นตอนปกติ แต่การที่มีบางคนมองว่า มีเรื่องของการเมืองเข้ามาเกี่ยว อยากขอให้มองว่า หากตัดเรื่องการเมืองออกเรื่องนี้มีผู้มาร้องทุกข์กล่าวโทษดีเอสไอจำเป็นต้องทำตามหน้าที่ต้องรักษากฎหมาย
ต่อมา มีหนึ่งในตัวแทนประชาชน บอกด้วยว่า ติดตามการเลือก สว.ที่ผ่านมา และพบหลายเรื่อง ที่ทำให้ขาดความเชื่อมั่น ซึ่งเรื่องต่างๆ ทำให้เชื่อว่ามีการฮั้วเกิดขึ้นจริง และในมุมมองประชาชนไม่มีความ เชื่อมั่นในคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะจัดการเรื่องนี้ จึงมาขอร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และดีเอสไอทำคดีดังกล่าว ให้ทำความจริงปรากฎขอร้องไปที่ สว. ต้องยอมรับให้เกิดการตรวจสอบ ซึ่งจะเป็นการพิสูจน์ ด้วยว่าท่านมาด้วยความบริสุทธิ์จริงหรือไม่ ?หากท่านไม่ได้ทำผิดก็ไม่มีอะไรให้ต้องกลัว นอกจากนี้ ตัวแทนกลุ่มยังร่วมกันร้องเพลงให้กำลังใจดีเอสไอด้วย////
z-z1603487247937.jpg)