닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมาก---9

“สว.พิสิษฐ์” ติงร่างรธน.ปชน.เซาะกร่อนบ่อนทำลาย หวั่นตั้งสสร.เปิดช่องให้มีคนร้องเหตุขัดคำวินิจฉัยศาล ชี้ไม่ตรวจสอบคุณสมบัติสสร.เปิดทางผู้ถูกตัดสิทธิ์ลงสมัคร



วันที่ 14 ต.ค​. 68 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภานัดพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เสนอโดย 3 พรรคการเมือง นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า สมาชิกวุฒิสภาส่วนใหญ่ไม่เคยคิดจะขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่กระแสข่าวปั่นในโลกออนไลน์ซึ่งไม่เป็นความจริงหากแต่สมาชิกวุฒิสภาส่วนใหญ่รอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญรวมไปถึงเคารพเสียงของประชาชนผู้ลงคะแนนเสียงเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เมื่อปี 2559 ซึ่งตนขอนำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่มีใจความสำคัญว่าแม้ว่ารัฐสภามีอำนาจแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแต่เป็นอำนาจที่ได้รับมอบหมายซึ่งถูกกำจัดทั้งรูปแบบกระบวนการและเนื้อหา รัฐสภาต้องทำหน้าที่อย่างเคร่งครัดโดยไม่กระทบนอกขอบอำนาจหน้าที่และอำนาจหน้าที่รัฐธรรมนูญกำหนดเอาไว้ หากผู้ที่เสนอร่างแก้ไขและจำนวนนูญไม่เคารพและไม่ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลอาจทำให้การแก้ไขล้มเหลวซึ่งส่งผลให้สมาชิกรัฐสภาต้องรับผิดชอบต่อประชาชน

วันนี้เรามาอภิปรายในเรื่อง เนื้อหาการแก้รัฐธรรมนูญทั้งสามร่างทั้งของพรรคประชาชน เพื่อไทย และภูมิใจไทย ตนอภิปรายในร่างของพรรคประชาชนเป็นหลักเพราะเป็นร่างที่มีความสุ่มเสี่ยงที่จะขัดหรือแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จนตนต้องตั้งชื่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเซาะกร่อนบ่อนทำลาย เพราะมีเจตนาแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด1 หมวด2 อย่างชัดเจน

“ตนต้องขอร้องและกราบขอร้องนายพริษฐ์ และพรรคประชาชนด้วยหรือไม่รวมถึงสภาร่างรัฐธรรมนูญด้วยหรือไม่ที่ขอให้มีบทบัญญัติในหมวด 1 หมวด2 ในร่างรัฐธรรมนูญ ตนต้องขอทบทวนความจำให้กับพรรคประชาชนว่าไม่เข็ดหรือไม่กับพรรคก้าวไกลที่ถูกยุบพรรคเพราะอะไรเพราะมีเจตนาซ่องก่อนบ่อนทำลายเป็นเหตุให้สถาบันชำรุดทรุดโทรม” นายพิสิษฐ์กล่าว

นายพิสิษฐ์ยังกล่าวอีกว่า เจตนาการของพรรคประชาชนต้องการแก้ไขบทบัญญัติหมวดหนึ่งหมวดสองในรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ และได้เตรียมหาชื่อพรรคใหม่ไว้แล้วหรือไม่ ส่วนประเด็นต่อมาที่ระบุว่าการทำรัฐธรรมนูญปี 2560 ถูกรับรองด้วยกระบวนการประชามติที่ไม่เสรีและเป็นธรรม และมีบทบัญญัติหลายประการที่ไม่สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตย ตนมองว่าแค่เริ่มต้นก็กล่าวหาเสียงของประชาชนที่เห็นชอบกับรัฐธรรมนูญว่าเป็นผู้สนับสนุนรัฐประหาร ส่วนกรณีที่จะเพิ่มหมวด 15 /1 ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญมาจากการเลือกตั้งของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งขัดแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุว่า รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง ตนมองว่าเป็นเหตุให้มีผู้ร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าขัดหรือแย้งกับการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ รวมทั้งร่างรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยที่มีการให้สมัครเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ ก็สุ่มเสี่ยงที่จะเข้าข่ายขัดหรือแย้งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

ส่วนของสภาที่ปรึกษาการยกร่างรัฐธรรมนูญนั้นบอกว่าไม่มีมีความจำเป็นที่ต้องมีเพราะ สิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดิน รวมถึงกรณีที่ตรวจสอบคุณสมบัติของคณะกรรมาธิการยกร่างและสภาที่ปรึกษาการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่ไม่ได้ใช้คุณสมบัติต้องห้ามในการสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาเป็นข้อห้าม ซึ่งอาจเข้าข่ายว่ากำลังให้ผู้ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองมาลงสมัคร

ซึ่งตนหวังว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะไม่นำคำว่าซื่อสัตย์สุจริตและจะไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงออกจากรัฐธรรมนูญเพราะเป็นคำที่กลัวมากๆและตนก็คงไม่ต้องการช่วยให้ใครหรือประชาชนคงไม่ต้องการรัฐมนตรีที่มีคำนี้ดังนั้นตนขอสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทุกฉบับที่เคารพและปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัดตนหวังว่าข้อเสนอแนะรวมทั้งคำถามทั้งหมดจะได้รับคำตอบ