닫기

ery567

“สรวงศ์” ยันหากโหวต ”ชัยเกษม“ เป็นนายกฯ ยุบสภาทันที แจงเป็นหน้าที่ฝ่ายบริหารยื่นยุบสภา ฝ่ายนิติบัญญัติมีหน้าที่เสนอชื่อ “แคนดิเดตนายกฯ“ เหตุมองเพื่อไทยเดินสองขา



เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 68 ที่รัฐสภา นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวกรณีที่ยุบสภา ว่า ตน ตนยืนยันว่าอำนาจหน้าที่ที่เรามั่นใจว่าการทูลเกล้าถวายการยุบสภา นั้นนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สามารถทำได้ซึ่งเป็นกระบวนการของฝ่ายบริหารแต่วันนี้ตนมาในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติพรรคเพื่อไทยยืนยันว่า หากในวันพรุ่งนี้มีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีและเสียงส่วนใหญ่จะมอบความไว้วางใจให้นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยโดยหลังจากเข้าเฝ้าถวายสัตย์และแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้วจะประกาศยุบสภาทันทีซึ่งเป็นข้อเสนอสุดท้ายของพรรคเพื่อไทย 

“หากอะไรจะ เกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ก็ติดตามดูกันว่าจะเป็นอย่างไรแต่ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยเสนอชื่อนายชัยเกษม เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ของประเทศไทย” นายสรวงศ์กล่าว

เมื่อถามว่า การเสนอว่าจะยุบสภาทันทีนั้นเป็นการทำให้พรรคประชาชนกับโหวตพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ นายสรวงศ์กล่าวว่า ไม่ได้เป็นข้อเรียกร้องให้พรรค ใดมาสนับสนุนแต่หารือกันว่าเป็นสิ่งที่เราคุยกันแล้วว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดของประเทศซึ่งตั้งแต่วันที่พูดคุยกันนั้นทั้งหมดที่เดินทางมาได้พรรคเพื่อไทยมีความตั้งใจและมีความบริสุทธิ์ใจอย่างยิ่งที่จะคืนอำนาจให้กับประชาชนวันนี้เรายื่นข้อเสนอสุดท้ายให้กับพรรคการเมืองทุกพรรคที่อยู่ในสภาผู้แทนราษฎร 

 เมื่อถามย้ำว่าเป็นการป้องกันไม่ให้นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีมาเป็นนายกรัฐมนตรีใช่หรือไม่ นายสรวงศ์กล่าวว่า ไม่อยากให้ถึงขนาดนั้นเพราะอยู่ที่วิจารณญาณของแต่ละคนตนในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทยและสมาชิกพรรคเพื่อไทยยังยืนยันที่จะเสนอแคนดิเดตคนสุดท้ายของพรรค

เมื่อถามถึงกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนแถลงเมื่อเช้านี้ว่า อยากให้ชี้แจงให้ชัดเจนว่าจะเลือกระหว่างยุบสภาหรือเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี นายสรวงศ์กล่าวว่า ตนมายืนในฐานะนิติบัญญัติและไม่ทราบว่าขั้นตอนของฝ่ายบริหารเป็นอย่างไรเพราะฝ่ายนิติบัญญัติต้องเดินต่อเราต้องมองในทุกมิติ ถ้าเราไม่เตรียมความพร้อมไว้เลยว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นในสภาพวกเราก็อยู่ไม่ได้เพราะฉะนั้นฝ่ายนิติบัญญัติก็ต้องเดินอีกทางหนึ่ง ฝ่ายบริหารก็ต้องเดินอีกทางหนึ่งแต่ทั้งสองไม่ว่าจะฝ่ายนิติบัญญัติฝ่ายบริหาร พรรคเพื่อไทย และรัฐบาลมีความประสงค์เดียวคือคืนอำนาจให้กับประชาชน

เมื่อถามย้ำว่าพรรคเพื่อไทยจะเดินสองขาใช่หรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่าก็ไปสองขาแบบนี้เพื่อให้ดูว่าเราจริงใจขนาดไหน

ส่วนกรณีที่นายภูมิธรรมถูกฟ้อง สมาชิกพรรคให้กำลังใจอย่างไร นายสรวงศ์ กล่าวว่าทุกคนให้กำลังใจแต่ยังยืนยันว่าพวกเราทุกคนยังมั่นใจว่าอำนาจของผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีคืออำนาจเต็ม

เมื่อถามถึงขั้นตอน หากไปโหวต ยื่น เสนอชื่อเสร็จแล้วจะไปยุบสภานั้นต้องใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ นายสรวงศ์ กล่าวว่าต้องดูว่าอะไรที่เรียบร้อยก่อนแต่สิ่งที่เราเสนอวันนี้แสดงถึงความจริงใจในการคืนอำนาจให้กับประชาชนเพราะเรามองว่าการเมืองในปัจจุบันมันถึงจุดหนึ่งที่ไปต่อไม่ได้ต้องคืนอำนาจให้กับประชาชนให้ประชาชนได้ดูว่าใครเหมาะสมในการที่จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เพราะเรามีหลายอย่างที่ต้องเตรียมปลายปีนี้ไม่ว่าจะเป็นเจ้าภาพซีเกมส์หรืออะไรมากมายต้องมีคนมาบริหารจัดการทุกอย่างต้องเร็วและตนยืนยันว่าเรามีความตั้งใจอย่างเต็ม 100 ที่จะคืนอำนาจให้กับประชาชน

ส่วนที่พักประชาชนบอกว่าเหมือนพรรคเพื่อไทยย้อนแย้งนั้นเสนอยุบสภาและเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ตนมองว่าเราอยู่กันคนละมิติเพราะนายภูมิธรรมเป็นส่วนฝ่ายบริหารซึ่งก็มีอำนาจเสนอยุบสภาซึ่งหากไม่เกิดเกิดขึ้นจริงๆตนก็จะไปในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติคือต้องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีผู้ที่เหมาะสมจะเป็นนายกรัฐมนตรีในส่วนของพรรคเพื่อไทย

เมื่อถามย้ำว่าในวันพรุ่งนี้จะมีเกมช่วงชิงหรือการโหวตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายสรวงศ์ บอกว่าตนไม่มีเกมอะไรทั้งสิ้นถ้าถึงเวลาแล้วจะมีการบรรจุวาระถ้าถึงวาระจริงๆตนก็ยืนยันที่จะเสนอชื่อนายชัยเกษม เมื่อถามถึงเงื่อนไขที่นายสรพงษ์โพสต์ใน Facebook ว่าจะต้องยุบสภาให้ได้นั้นสายไปหรือไม่ จนมองทุกอย่างสามารถทบทวนได้และเอ็มโอยูอะไรต่างๆที่ทำกันไปนั้นตนก็มีหน้าที่ในการทำงานถ้าพร้อมที่จะไปคุยก็พร้อมลงนามตนก็ต้องมีทางออกของพวกตนได้ยืนยันที่จะเป็นแบบนี้มั่นใจว่าไม่สายไปเพราะไม่มีอะไรอะไรที่เกิดขึ้น