“สมเกียรติ” เข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม กรณี ถูกปลอมลายเซ็น ควบคุมงานสร้าง“ตึก สตง.“
โพสต์เมื่อ : 14 เม.ย 2568 เวลา 13:20 น.
“สมเกียรติ” เข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม กรณี ถูกปลอมลายเซ็น ควบคุมงานสร้าง“ตึก สตง.“ ที่ถล่มยัน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งสิ้น ยอมรับ บริษัทติดต่อมา หลังเรื่องถูกแฉแต่ตนไม่เอาด้วย เผย เคยมีการประสานงานจริงเมื่อปี 63 ก่อนที่จะเงียบไป ชี้ ไม่มีการรับเงินใดๆทั้งสิ้น
เวลา 14.00 น. วันที่ 14 เม.ย. 68 ที่สถานีตำรวจนครบาลวังทองหลาง นายสมเกียรติ ชูแสงสุข ประธานอนุกรรมการคลินิกช่าง เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง เพื่อลงบันทึกประจำวัน ว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่ถล่ม หลังจากถูกบริษัท PKW ซึ่งเป็นบริษัทคู่ค้ากับบริษัทที่เป็นข่าว แอบอ้างชื่อของตนเองไปเป็นวิศวกรควบคุมโครงการ และมีการปลอมลายเซ็นต์ตนเองนานถึง 5 ปี โดยมี สน.บางซื่อร่วมสอบด้วย
นายสมเกียรติ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวาน(14 เม.ย. 68 ) มีคนส่งเรื่องมาว่าตนถูกนำชื่อไปใช้ในการสร้างตึก สตง. ซึ่งตนเองไม่รู้เรื่อง จึงไปสืบค้นดูว่าได้มีการเซ็นให้จริงหรือไม่ โดยทีแรกได้เช็คไปที่สภาวิศวกรเพราะจะมีใบรับรองจากสภา พอเช็คแล้วไม่มีชื่อตนอยู่ในนั้น จากนั้นได้มีการรับเอกสารเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 68 ซึ่งมีชื่อของตนอยู่ในเอกสารดังกล่าว และเอกสารดังกล่าวเขียนว่า “ตนเป็นวิศวกรควบคุมงาน” ในนามบริษัท PKW ที่เป็นคู่สัญญาของราชการ แต่ปัญหาคือตั้งแต่ตนเป็นวุฒิวิทยากร 20 กว่าปี ไม่เคยมีการรับเซ็นคุมงาน พร้อมยืนยันว่าอาชีพวิศวกรควบคุมงานได้
สำหรับสาเหตุที่ตนไม่ได้มีการเซ็นควบคุมงานตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมาเพราะมีงานอื่นๆของวิศวกรที่สามารถทำได้อีก เพราะการที่จะไปเซ็นคุมงานมีเรื่องของจรรยาบรรณวิศวกรอยู่ ถ้าหากมีการเซ็นรับคุมงานอาจจะถูกร้องในเรื่องจรรยาบรรณได้
พร้อมกล่าวว่าวิศวกรของเรากลัวในเรื่องของการตรวจสอบที่การผิดจรรยาบรรณ ถ้าหากผิดจรรยาบรรณก็จะถูกพักหรือถอดใบวิศวกรได้
เมื่อถามต่อว่าในช่วงตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมาไม่เคยมีการเซ็นรับงานเลยใช่หรือไม่ นายสมเกียรติ ระบุว่า ไม่เคยมีการเซ็นคุมงานเพราะอาชีพวิศวกรทำอย่างอื่นได้อีกเยอะ ซึ่งตนเป็นประธานคลินิกช่าง ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่เปิดให้คำปรึกษาฟรีทุกวันเสาร์
ถามต่อว่าเคยมีใครในโครงการดังกล่าวติดต่อมาหรือไม่ นายสมเกียรติ กล่าวว่า เป็นช่วงของการเริ่มต้นโครงการดังกล่าวที่มีคนมาชวนให้เริ่มโครงการดังกล่าว เมื่อปี 63 ส่วนบริษัทใดที่เป็นคนชวนนั้น ก็สามารถติดตามได้อยู่แล้ว
เมื่อถามว่าได้มีการรับเงินหรือมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับบริษัทPKW หรือไม่ นายสมเกียรติ ระบุว่า ไม่มีการรับเงิน แต่ได้นำชื่อตนไปใช้โดยที่ไม่รู้เรื่อง ซึ่งมารู้เรื่องตอนที่เป็นข่าว
นอกจากนี้นายสมเกียรติ ยังได้มีการอธิบายในลักษณะลายเซ็นของตนเอง โดยจะเห็นได้ว่า ลายเซ็นจริงจะมีลักษณะขวางๆกว้างๆ แต่ลายเซ็นที่มีการปลอมขึ้นมานั้นมีลักษณะสูงๆ
ถามย้ำว่าการที่มีเซ็นลายเซ็นปลอมแบบนี้แสดงว่าบุคคลที่ปลอมลายเซ็นจะต้องเคยเห็นลายเซ็นจริงของ นายสมเกียรติใช่หรือไม่ นายสมเกียรติ มองว่าก็คงต้องเห็นอยู่แล้วแต่โชคดีที่ไม่เหมือน เพราะหากเหมือนตนคงปวดหัว
เมื่อถามต่อว่าทำไมเมื่อปี 2563 ถึง ไม่ตัดสินใจเข้ามาร่วมในโครงการ นายสมเกียรติ ระบุว่า ไม่ได้ร่วมแต่เขาหายไปเฉยๆ ซึ่งตอนนั้นที่เขามาเชิญตนเพราะตนมีคุณวุฒิสูงและต้องการเข้าไปอยู่ในทีมของเขาอยู่แล้ว แต่พอถึงเวลาก็ไม่แน่ใจว่าติดปัญหาอะไรเรื่องค่าใช้จ่ายหรือไม่ แต่สุดท้ายก็หายไปเลย และตนมารู้อีกทีก็หลังเป็นข่าวแล้ว
เมื่อถามต่อว่านายสมเกียรติรู้จักนายสมชาย ทรัพย์เย็น ผู้จัดการโครงสร้างตึก สตง หรือไม่นั้นนายสมเกียรติ ตอบสั้นๆว่าไม่รู้จัก
ขณะเดียวกันเมื่อถามต่อว่าหลังจากเกิดเหตุแล้วได้มีบุคคลในโครงการดังกล่าวติดต่อมาบ้างหรือไม่นั้น นายสมเกียรติกล่าวว่า ทีแรกก็ไม่รู้ว่าใครเอาชื่อตนไปใส่ในเอกสาร แต่ตอนหลังก็มีคนติดต่อมา และพูดคุยกัน ซึ่งเราก็ปฏิเสธทุกอย่างไป ส่วนได้มีการพูดคุยในเรื่องของลายเซ็นที่มีการปลอมแปลงไปหรือไม่นั้น นายสมเกียรติ กล่าวว่า “ ใครก็รู้อยู่แล้ว เขาก็รู้” และตนก็ไม่ได้ถามเหตุผลในการปลอมแปลงลายเซ็นของเรา แต่เราก็เข้าใจว่า ”ไม่ต้องจ่ายตังค์“
นายสมเกียรติ กล่าวต่อว่า ตัวบริษัทได้ติดต่อมาหลังจากที่ตนเอาข้อมูลลงเพจ ซึ่งไม่ได้ติดต่อมาเพื่อเสนอเงินแต่อย่างใด แต่คุยว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง โดยตนมองว่าเรื่องใหญ่ขนาดนี้ จึงไม่ขอเอาด้วย และอยู่ดีๆ ก็มาแอบอ้างชื่อของตน ซึ่งแอบอ้างมากกว่า 5 ปี จึงเกิดคำถามว่าได้เงินกันไปเท่าไหร่แล้ว
“ที่ผมมาแจ้งความวันนี้คือ ส่วนหนึ่งคือโพรเทคส์ตัวเองว่าผมไม่ได้เกี่ยวข้อง ไม่ได้เป็นวิศวกรที่ดูงาน ลายเซ็นก็ปลอม ส่วนเรื่องอื่นๆ ผมว่ามันมีคณะกรรมการอื่นๆ ที่ตรวจสอบกันอยู่แล้ว หากจะไปผิดเรื่องอะไรก็ไปว่ากันตามนั้น เอาแค่ว่าผมไม่ได้เข้าไปยุ่งด้วย ผมรักษาสิทธิ์ของผม และคุณจะทำยังไงกับผม” นายสมเกียรติ กล่าว
ส่วนจะดำเนินคดีกับใครนั้น นายสมเกียรติ ระบุว่า มีหลายคนที่แนะนำไม่ว่าจะเป็นทนายแต่ต้องอย่าลืมว่าค่าวางศาล และค่าทนายแพง ซึ่งคนที่รู้กฎหมายก็บอกว่าในวันเสาร์นี้จะมีการนัดพูดคุยว่าจะเอายังไงกันต่อ พร้อมยอมรับว่า ก็มีความคิดที่จะดำเนินคดีกับคนที่ปลอมลายเซ็นต์ แต่ก็ต้องกลับมาคิดดูว่าตนต้องวางค่าศาลเท่าไหร่ และตนมีเงินพอหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ก็ไม่ได้มีการนำเอกสารอะไรเพิ่มเติมมาให้กับพนักงานสอบสวน ซึ่งก็มีเอกสารที่ประชุม 60-70 แผ่นที่ยื่นไปอยู่แล้ว
ทั้งนี้ นายสมเกียรติ ยืนยันว่า ตนไม่เคยร่วมงานกับบริษัทพี PKW มาก่อน แต่รู้จักบุคลากรคนหนึ่งที่อยู่ในบริษัทนั้น ส่วนเหตุผลที่อ้างชื่อตน แทนที่จะเป็นคนอื่นนั้น มองว่า เพราะตนเป็นวิศวกรระดับสูงที่มีวุฒิวิศวะ 2 สาขา คือ วิศวกรโยธา และวิศวกรสิ่งแวดล้อม รวมถึงตนก็เป็นคนที่มีคนรู้จักในวงการ และมีประสบการณ์สูง
z-z1603487247937.jpg)