닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ

“สนธิ” ร่ายความในใจ เผย ยืนหยัดเคียงข้างประชาชน พร้อมเอาผิดหน่วยงาน เบียดเบียนประชาชน

 

วันที่ 25 พ.ค. 2568 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บรรยายกาศภายในงาน “ความจริงมีเพียงคนเดียว” ครั้งที่ 2 มีประชาชนที่มาร่วมงานอย่างเนืองแน่น ในการร่วมฟังเวทีการปราศรัย ซึ่งแต่ละคนจะมีการพูดถึงประเด็นสังคมและที่เกี่ยวข้องกับชาติบ้านเมือง อย่างเช่น งบประมาณเบิกงบปรับปรุงอาคารรัฐสภา , คอรัปชั่นภาษีของประชาชน , หนี้ท่วมล้น กยศ. , คดีแตงโมหลังศาลยกฟังจำเลย (บุคคลที่อยู่บนเรือ) , สะพานพระราม 2 อัปยศ , ทิศแย้มโกงกินเงินวัด , ต่างด้าว จีนเทา , ที่ดินเขากระโดง , ตึกสตง.ถล่ม


โดยบรรยากาศในช่วงบ่าย ยังคงมีประชาชนต่างเฝ้ารอการบรรยายแบบลึกซึ้งของ “สนธิ ลิ้มทองกุล” ซึ่งประชาชนหลายคนต่างแต่งกายหลากสี พร้อมอุปกรณ์เป็นสีธงชาติแสดงถึงพลังของคนไทยทุกคน



ต่อมา เวลา 15.50 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งสื่อเครือผู้จัดการและเจ้าของรายการสนธิทอล์ค กล่าวบรรยายช่วงหนึ่งว่า ตั้งแต่ที่ตนเองทำรายการ”คุยทุกเรื่องกับสนธิ”ตั้งแต่ปี 2562 ไม่เคยมีเรื่องไหนที่เป็นเรื่องดีดีมีแต่เรื่องทุจริต ตนเองอยากจะทำอะไรสักอย่างในชีวิตทิ้งเอาไว้ให้เป็นสัญลักษณ์ให้ลูกหลานได้เห็นรับแมวต่อ เพื่อให้เป็นอะไรที่ยั่งยืนกับคนไทย เป็นอะไรก็ได้ที่ให้มีทั้งคนรักและคนเกลียด ประเทศนี้เป็นของทุกคน ถึงแม้ว่าจะมีประชาชนบางส่วนที่โง่เขลา แต่อย่างน้อยก็มีประชาชนบางส่วนที่มีสติปัญญา แต่อาจจะไร้ที่พึ่ง โดนอำนาจรัฐรังแกไม่ได้รับความยุติธรรม ผู้ที่มีอิทธิพลใช้อำนาจข่มขู่โดยไม่มีทางต่อสู้

 

กรณีของเรื่องกยศ. ให้ลดดอกเบี้ยปรับลงเหลือ 0.5% ให้มีผลย้อนหลัง หากตรวจสอบแล้วมีการจ่ายเกินก็ควรจะคืนเงินเขา ตอนนี้มีประชาชนหลายส่วนเดือดร้อน เรื่อง หนี้ กยศ. เป็นอย่างมาก ซึ่งตนเองก็ได้ตั้งมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เพื่อที่จะช่วยเหลือเด็กให้ได้รับการศึกษา และเป็นมูลนิธิที่ทำเพื่อสังคม ระดมเงินช่วยเหลือพี่น้องประชาชนมูลค่ากว่า 85 ล้านบาท

 

“ ผมสงสารคนที่ถูกรังแก ตนเองจึงมองว่ามูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เป็นองค์กรเอกชน และเป็นองค์กรของประชาชนอย่างแท้จริง และผมคือจอมรีดไถคนรวย และตนเองตั้งใจจะตั้งศูนย์ดำรงธรรมอย่างแท้จริง “ นายสนธิ กล่าว อีกทั้งตนเองได้กับ “อุตตม-สนธิรัตน์” ที่เพิ่งลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ ว่า หากเลิกเล่นการเมืองแล้ว ก็หันมาช่วยเหลือสังคมแบบเต็มที่

 

และตนเองก็พร้อมจะช่วยเหลือทุกกระบวนการที่
“อยุติธรรม” ขององค์กรรัฐที่เบียดเบียนประชาชน คนเหล่านี้ต้องถูกทำร้ายด้วยความถูกต้องอย่างแท้จริง ซึ่งตนเองจะขอหยัดยืนแบบนี้เคียงข้างประชาชน เป็นอนุสรณ์ที่ทุกคนจะจดจำ และนี่คืองานสุดท้ายที่ผมจะทำก่อนจะตาย ประเทศไทยไม่ได้บอบช้ำอย่างเดียว แต่ไม่มีที่จะอยู่แล้ว

 

“ ผมคิดถึงวันที่จะไม่อยู่บนโลกนี้ตลอดเวลา ผมไม่เคยประมาทแม้แต่วันเดียวแต่มีเรื่องที่ค้างอยู่ในใจ คือ ความยุติธรรมยังไม่ได้เกิดขึ้น