닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ1

“สนธิ” มองคดี “บอสบุญ” เป็นแชร์ลูกโซ่มีหมอบังหน้า 


วันที่ 24 พ.ย. 2567 ที่ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งสื่อเครือผู้จัดการและเจ้าของรายการสนธิทอล์ก จัดงานเสวนา “ความจริงมีหนึ่งเดียวเพื่อชาติครั้งที่ 4” ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนกรณี นพ.บุญ วนาสิน ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลธนบุรี คดีเกี่ยวกับหลอกล่วงชักชวนให้ลงทุน มูลค่ามูลค่าความเสียหายเกือบ 9 พันล้านบาท ว่า เป็นคดีแชร์ลูกโซ่อีกแบบหนึ่ง โดยเปรียบเทียบว่าหัวหน้าแชร์ลูกโซ่ คือ บอสบุญ มองว่าคนที่สมควรโดนมากที่สุด คือ พวกโบรกเกอร์ เพราะพวกโบรกเกอร์ต้องการค่าคอมมิชชั่นจากโปรเจ็คของ นพ.บุญ ซึ่งเป็นโปรเจ็คที่เลื่อนลอย ขายฝัน นำไปขายให้กับประชาชนที่ถือหุ้น เนื่องจากเห็นว่าเป็นโปรเจ็คของนพ.บุญ โดยไม่ได้ศึกษาว่า นพ.บุญ ก็ไม่ต่างกับคนที่ฉ้อโกงประชาชน

นายสนธิ กล่าวต่อว่า ปัญหาใหญ่ที่ต้องดู คือ ให้ภรรยา และอดีตลูกสะใภ้ของตนเองมาจัดการโดย นพ.บุญ เซ็นต์เอกสารเพียงคนเดียวมองว่าถ้าจะเล่นงานก็ต้องเล่นงานพวกโบรกเกอร์เพราะถือว่าเป็นแม่ข่ายที่หลอกมาลงทุนว่าจะได้กำไรดีเป็นขบวนการแชร์ลูกโซ่ที่ทำโดยหมอ และคนที่ถูกหลอกส่วนใหญ่เป็นหมอทั้งนั้น ซึ่งตอนนี้ นพ.บุญ ไม่ได้อยู่ประเทศไทยแต่อยู่ที่ประเทศจีน ตนเองมองว่า นพ.บุญ เรียนจบถึงต่างประเทศ แต่มีพฤติกรรมหลอกลวงดังเช่นพฤติกรรมในอดีตเรื่องวัคซีนโควิด ปั่นกระแสเพื่อให้หุ้นโรงพยาบาลตนเองขึ้น

นอกจากนี้ นายสนธิยังกล่าวถึง คดีนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกง ว่า นายษิทรามีทางเดียวคือต้องสู้ แต่จะสู้ได้มากน้อยแค่ไหนนั้น ตนเองมั่นใจในหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมี จึงจับตามองที่อัยการ และศาลว่าสู้ได้มากน้อยแค่ไหน ส่วนตนเองนั้นมีหน้าที่อย่างเดียวคือทำความจริงให้ปรากฎ นายษิทราต้องมาพิสูจน์ความจริง