“ศิริกัญญา” มองจำคุก “พิรงรอง” เข้าข่ายฟ้องปิดปาก
โพสต์เมื่อ : 6 ก.พ 2568 เวลา 9:17 น.
ศิริกัญญา ชี้ศาลตัดสินจำคุก อ.พิรงรอง เป็นการฟ้องปิดปาก มองทำกลไกตรวจสอบถ่วนดุล สะเทือน เผยกฎหมายคุ้มครองฟ้องปิดปากอยู่ชั้นกมธ. เชื่อ มีคนในกระบวนการยุติธรรมต่อรองลาออกแลกถอนคดี
วันที่ 6 ก.พ. 2568 ที่รัฐสภา นางสาวศิริกัญ ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน แถลงข่าวกรณีการทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตัดสินจำคุก 2ปี ไม่รอลงอาญา ศาสตราจารย์กิตติคุณ พิรงรอง รามสูต กรรมการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านกิจการโทรทัศน์ ในข้อหาเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในคดีที่บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด ยื่นฟ้อง
นางสาวศิริกัญญา เผยว่า คำพิพากษาฉบับเต็มยังไม่ออก ยังไม่มีรายละเอียดครบถ้วน นอกจากโค้กกล่าวหาของศาลที่พิจารณาซึ่งต้องฟังจากฝ่ายจำเลยว่าข้อต่อสู้เป็นอย่างไรบ้าง เรื่องนี้ทำให้กลไกการตรวจสอบถ่วงดุลสั่นสะเทือน เพราะเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติหน้าที่กำกับดูแลกำลังถูกฟ้องในฐานะที่ถือว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยที่ต้องมีการถกกันอยู่ว่าตกลงแล้วหน้าที่ตรงนั้นใช่หรือไม่อย่างไร และสิ่งที่ควรจะต้องพิจารณาจริงๆคือเจตนามากกว่า เพราะต้องการคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้บริโภคหรือไม่ เพราะต้นเรื่องก็มาจากการร้องเรียนมองว่าควรจะต้องมีการแก้ไขตัวกฏหมายเพื่อสร้างกลไกที่จะคุ้มครองการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ใช่เพียงกสทช.เท่านั้นแต่ยังมีหน่วยงานกำกับดูแลอีกมากมายอาจจะอกสั่นขวัญแขวน เช่น กฟภ. สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า(ก.ข.ค.) หลังจากศาลตัดสินวันนี้ก็อาจทำให้เกิดความหวาดกลัว ว่าในอนาคตถ้าต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอาจถูกบริษัทเอกชนฟ้องร้องหรือไม่
และจะทำให้การปฎิบัติหน้าที่ ในการสร้างกลไกตรวจสอบ อย่างเข้มแข็งได้แบบเดิมหรือไม่
นางสาวศิริกัญญา กล่าวอีกว่า โชคดีที่กฎหมาย จะช่วยคุ้มครองในเรื่องนี้ ซึ่งได้เข้าสู่สภาที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งอยู่ในชั้นพิจารณาของคณะกรรมธิการ เพื่อต่อต้านการฟ้องปิดปาก เช่น กรณีที่เกิดขึ้นในวันนี้ เพื่อไม่ให้ถูกฟ้องร้องในการปฎิบัติหน้าที่ได้
เมื่อถามย้ำว่ามองว่าเป็นการฟ้องปิดปากใช่หรือไม่ นางสาวศิริกัญญา กล่าวว่า ใช่ คิดว่าเข้าข่ายกรณีฟ้องปิดปาก เพราะกระบวนการสามารถร้องเรียนได้ หากได้รับการปฏิบัติไม่เป็นธรรมจากผู้ดูแล ซึ่งบริษัทเอกชน ก็ใช้กลไกศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เป็นช่องทางลัดขี้นตอน และเป็นไปเพื่อให้ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง ไม่สามารถเข้าร่วมในกลไก กสทช. ต่อจากนี้ และไม่สามารถเข้าไปพิจารณาได้แล้ว
นางสาวศิริกัญญา กล่าวว่า จากจำนวนคณะกรรมการ กสทช.เดิมมี 7 คน มีเสียงฝั่งประธานประมาณ 3 และเสียงข้างมากในฝ่ายศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง อีก 4 คน แต่ตอนนี้กลายเป็นเหลือ 3 ต่อ 3เท่ากัน ซึ่งอาจทำให้การตัดสินใจต่างๆ มีความหมายมากขึ้น ไม่ได้ง่ายดายเหมือนที่ผ่านมา
ส่วนผลที่ตามมาหลังจากนี้ ยังมีสิ่งที่เราต้องติดตามอยู่อีก และกรณีควบรวม ทรู-ดีแทค แล้ว คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร ก็ยังติดตามความคืบหน้าอยู่ และเห็นว่ามีหลายมาตรการและเงื่อนไข เฉพาะภายหลังการอนุญาต หลายเรื่องก็ล่าช้ากว่ากำหนด อย่างการตั้งที่ปรึกษาเพื่อตรวจสอบค่าบริการ
นางสาวศิริกัญญา มองว่า หากกลไกการกำกับดูแล เกิดชะงักงันขึ้นมา เนื่องจากอาจมีหลายคนผวา จากการถูกฟ้อง จะยิ่งทำให้การคุ้มครองผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบ ก็ยิ่งล่าช้าเข้าไปอีก และตนไม่เชื่อว่า เป็นเฉพาะกรณีนี้ แต่กรณีควบรวม AIS-3BB ก็อาจจะซ้ำรอยด้วยเช่นเดียวกัน แม้จะเป็นเอกชนคนละราย แต่อาจทำให้องค์กรที่กำกับดูแล ทำการคุ้มครองผู้บริโภคย่อหย่อนลง
ส่วนกระแสข่าวมีการยื่นข้อเสนอให้ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง ลาออกจาก กสทช. แลกกับการถอนฟ้องในคดีนั้น เท่าที่ได้ยินมา ยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง และน่าจะยิ่งกว่าคนใน ที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอต่อรองแลกถอนฟ้องกับการลาออกจาก กสทช. ซึ่งไม่ใช่เรื่องปกติ
เนื่องจากดูเหมือนจะมีการรู้ล่วงหน้า ตั้งแต่วันก่อนหน้าวันตัดสิน ว่าผลตัดสินจะเป็นอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจมาก เพราะไม่ควรมีใครล่วงรู้มาก่อน ตอนแรกตนเอง ก็ยังไม่อยากจะเชื่อ คิดว่าคงต่อรองแค่ให้ไม่สามารถเข้าร่วมการตัดสินใจได้เฉยๆ แต่ไม่คิดว่าผลการตัดสิน จะเป็นไปตามที่ข่าวลือมา
ทั้งนี้ เราคงทำได้เพียงตรวจสอบคู่ขนานกันไป เพราะเป็นขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม และสิ่งที่ต้องเร่งคือเรื่องการทำกฎหมายต่อต้านการฟ้องปิดปากให้แล้วเสร็จโดยเร็ว รวมถึงการแก้กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการกำกับกิจการ OTT (Over the top) เพื่อควบคุมกำกับดูแลสื่อตามโซเชียลมีเดียต่างๆ ด้วย
สำหรับเรื่องคำพิพากษา คงจะต้องมีการสู้ต่อไปในหลายชั้นศาล ทั้งอุทธรณ์และฎีกา ตนคิดว่า ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง มีสิทธิ์ในการต่อสู้คดีนี้จนถึงที่สุด
เมื่อถามว่า กสทช.คนอื่นๆ ควรจะออกมาแสดงท่าทีต่อกรณีบ้างหรือไม่ นางสาวศิริกัญญา กล่าวว่า เราอยากเห็นความเป็นปึกแผ่น ที่จะออกมาส่งเสียง และให้กำลังใจกัน เพราะของอย่างนี้ถ้าไม่เจอกับตัวก็คงไม่รู้ เมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ ตนก็กังวลและอยากให้กำลังใจกับ กสทช.ทุกคน ว่าอย่าเป็นกังวลมากเกินไป ยืนหยัดทำหน้าที่อยู่บนหลักการที่ถูกต้องดีกว่า
z-z1603487247937.jpg)