닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมากcopy24

“วีรยุทธ” ลั่นรัฐบาลทุกสีที่ผ่านมาไม่สามารถแก้ไขเศรษฐกิจยุคใหม่ได้ บอกรัฐมนตรีหน้าเดิมเหมือนทำประกันกลุ่ม กินด้วยกันอิ่มด้วยกัน ถ้าทำงานไม่เป็นเนื้อเดียวกันจะเปลี่ยนรัฐราชการไม่ได้เลย 



วันที่ 6 ก.พ. 69 ที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่นดินแดง วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาชน  กล่าวขึ้นเวทีปราศรัย “ประชาชนเปลี่ยนประเทศ” ว่า ภารกิจของชีวิตของตนคือการฟื้นชีวิตเสือตัวที่ 5 ต่อให้ไม่มีวิกฤติต้มยำกุ้งในปี 2540 ประเทศไทยก็ยากที่จะก้าวขึ้นไปเป็นประเทศร่ำรวยต่อจากสี่เสือแห่งเอเชียตะวันออก เพราะเราไม่เคยวิ่งด้วยขาของตัวเอง เราพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติมาโดยตลอด ข่าวร้ายคือผ่านไป 30 ปีหลังจากต้มยำกุ้งจากที่เราเคยเปลี่ยนมาเป็นเสือตัวที่ห้า 30 ปีผ่านไปไฟแนนซ์เชียลไทม์เรียกเศรษฐกิจไทยว่าเป็นคนป่วยของเอเชีย ข่าวดีก็คือ 30 ปีที่ผ่านมาเราเห็นรัฐบาลมาแล้วทุกเฉดสีไม่ว่าจะสีเหลือง สีแดง สีเขียว สีฟ้าหรือสีน้ำเงินในปัจจุบัน ผลลัพธ์แทบไม่ต่างกันเหลือพรรคกลับอยู่เพียงสีเดียวที่รอให้สังคมไทยให้โอกาส 

การจัดการเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ต้องมีอย่างน้อยองค์ประกอบสองข้อ คือ ต้องมีทีมบริหารที่มีเจตจำนงทางการเมืองแน่วแน่มุ่งมั่น และมีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และต้องรู้ว่าเชื่อมโยงสัมพันธ์กับโลกอย่างมียุทธศาสตร์ได้อย่างไร น่าเสียดายที่การเมืองเก่าการเมืองอุปถัมภ์ให้เราสองข้อนี้ไม่ได้ การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคประชาชนย้ำมาตรฐานของการเมืองไทยไปอีกขั้นหนึ่ง เราเปิดหน้าเปิดชื่อให้ทุกคนเห็นว่าหากไว้วางใจจะมีใครเข้ามาเป็นทีมบริหารด้านเศรษฐกิจ ด้านดิจิทัลด้านการต่างประเทศ ด้านโลจิสติกส์ จนถึงด้านสิ่งแวดล้อมคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมาหลายท่านอาจจะบอกว่ารัฐบาลไม่มีเสถียรภาพเปลี่ยนบ่อย แต่ถ้าดูหน้าตารัฐมนตรีแล้ว 30 ปีที่ผ่านมาแทบจะเหมือนเดิมแทบต้องเปลี่ยนเก้าอี้เปลี่ยนกระทรวงวนไปวนมาเหมือนเล่นเก้าอี้ดนตรี

รัฐมนตรีหน้าเดิมๆที่เข้ามาเหมือนทำประกันกลุ่มเอาไว้ด้วยกัน ถ้าผิดก็ผิดด้วยกันเพราะนั่งสลับกันไปมาเรื่อยๆ แต่ถ้าถูกถ้าจะรอดถ้าอิ่มก็จะอิ่มไปด้วยกันทั้งยวง ดังนั้นการเสนอทีมบริหารจึงต้องแสดงความมุ่งมั่นว่าจำเป็นทำงานเนื้อเดียวกันทั้งทีม  ซึ่งรัฐมนตรีถ้าไม่ทำงานเป็นเนื้อเดียวกันไม่มีวันเปลี่ยนรับราชการไทยได้เลย 

ถ้ารัฐมนตรีของพรรคประชาชนทีมบริหารของพรรคประชาชนเริ่มต้นจากการเป็นมืออาชีพ จากการมีเจตจำนงแน่วแน่เราจะสามารถเปลี่ยนรัฐราชการเปลี่ยนให้ตอบสนองต่อชีวิตประชาชนได้จริงๆ ตอบสนองต่อเศรษฐกิจไทยจริงๆโครงการพันล้านต้องได้พันล้านจริงๆไม่ใช่มีแต่เงินทอน แล้วทีมบริหารไม่รับสินบนไม่ทุจริตคอรัปชั่นจะทำให้กล้าทำเรื่องยากๆ อย่างการอุดรูรั่วทางเศรษฐกิจ ยืนยันเรื่องการแข่งขันที่เป็นธรรมไม่ยอมให้ทุนใหญ่เอาเปรียบทุนเล็ก และทุนต่างชาติเอาเปรียบทุนไทย เราต้องใช้เจตจำนงและความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ถ้าทำให้เศรษฐกิจไทยกลับขึ้นมาได้ต้องเปลี่ยนหัวก่อนก็คือทีมบริหาร ทีมคณะรัฐมนตรีที่ต้องเปลี่ยนทั้งชุด มันถึงจะเปลี่ยนอะไรประเทศนี้ได้

มีทีมบริหารก็ต้องเชื่อมต่อกับโลกอย่างมียุทธศาสตร์ ที่ผ่านมาไม่ว่าจะสีไหนหรือเฉดไหนใน 30 ปีที่ผ่านมาทำนโยบายเศรษฐกิจไทยเชื่อมต่อโลกด้วยความหวาดกลัว กลัวตกขบวน พอกลัวตกขบวนก็ลดแลกแจกแถมยอมทุกอย่างขอให้บริษัทต่างชาติลงลงทุนในประเทศเรา แต่เค้าขนคนขนของไม่ยอมให้เราเข้าไปมีส่วนร่วม ต้องเปลี่ยนวิธีคิดคือยุทธศาสตร์การเชื่อมกับโลกต้องเปลี่ยนไป เราเป็นอย่างนี้มาตลอด ถ้ายังไม่เปลี่ยนหมายความว่ายุทธศาสตร์การกระทำในโลกยุคนี้ การเปลี่ยนแปลงต้องหาให้เจอในจุดที่เก่งและมีศักยภาพและพัฒนาให้เก่งขึ้นโลกขาดไม่ได้ 

ถ้าคิดแบบเดิมอย่างกับท่องเที่ยวก็จะคิดถึงการเปิดดีสนีย์แลนด์ เราแจกแถมยอมทุกอย่างให้เข้ามาตั้งในประเทศไทย เราไม่ได้ปฏิเสธการมีส่วนร่วมกับโลกแต่เราต้องมียุทธศาสตร์ อย่างประเทศเกาหลีสร้างมูลค่ากับบริษัท ดิสนีย์หลาย 10,000 ล้านบาท  ถ้าเราจะส่งเสริมถ่ายทอดต้องดูให้ออกว่าดิสนีย์ทำอะไรบ้างและเราส่งเสริมแต่ละจุด ให้เข้าไปมีส่วนร่วม ทำแบบนี้เศรษฐกิจไทยจะเปิดโลกได้อย่างยั่งยืน ซึ่งสิ่งนี้คือโมเดลเศรษฐกิจแบบใหม่ 

หากให้เราไปบริหารแล้วไม่ได้แปลว่าเข้าในระบบแล้วทุกอย่างจะราบรื่น ภูมิศาสตร์โลกก็ผันผวนสงครามการค้าอาจจะกลับมาอีก ต่อให้จะไม่เห็นด้วยกับนโยบายของพรรคประชาชนและทีมบริหารขอให้เชื่อมั่นในหลักการและในกระบวนการทำงานของพรรคประชาชน จุดเริ่มต้นเพราะเราเข้าไปรัฐบาลแล้วเราไม่จำเป็นต้องชดใช้เงินให้ใคร ถ้าสงครามการค้าอีกครั้งเราจะไม่ใช่รับงานจากบริษัทใหญ่ที่ผ่านมา แต่เราจะเดินหน้าเข้าไปคุยกับบริษัทขนาดกลางที่ได้รับผลกระทบและผู้ค้ารายย่อยรวมถึงเกษตรกรแบ่งไปข้างหน้าร่วมๆกันว่าจะปรับตัวอย่างไร แล้วถ้าจำเป็นต้องมีการปรับปรุงตัดสินใจเชิงนโยบายก็ต้องติดตามเยียวยาโครงสร้างด้วยกันไม่ให้เป็นแบบที่ผ่านมา ต่อให้ไม่เห็นด้วยกับนโยบายและทีมงานแต่ขอให้เชื่อในหลักการและกระบวนการทำงานของรัฐบาลพรรคประชาชน

ในความน่ากลัวของการเป็นประเทศที่เหมือนกบที่กำลังโดนต้มคือน้ำจะร้อนเรื่อยๆและเรารู้ตัวจนมันเดือด เมื่อก่อนเราเคยโตทุกวันนี้แทบจะโตได้น้อยมาก หากปล่อยไปเรื่อยๆเศรษฐกิจไทยจะยิ่งดิ่งลงเหวไปอยู่ส่วนที่น่ากลัวที่สุดซึ่งเศรษฐกิจจะโตต่ำหรือไม่โตเลยแต่จะเหลื่อมล้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ก็จะไม่มีบริษัทใหม่ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่จะเกิดตนจึงบอกว่าการเปลี่ยนแปลง ไม่น่ากลัวเท่ากับการอยู่แบบเดิม การอยู่แบบเดิมต่อไปแบบนี้เรื่อยๆเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดเพราะเราจะดิ่งลงไปก้นเหวและอาจจะกลับมาไม่ได้ รัฐบาลที่ผ่านมาไม่สามารถตอบโจทย์การแก้ปัญหาเศรษฐกิจยุคใหม่ได้สิ่งสำคัญคือในรอบที่ผ่านมาวันอาทิตย์นี้จะเป็นโอกาสครั้งเดียวที่ประตูแห่งความหวังเปิดออก 30ปี เรามีโอกาสมีแค่ครั้งเดียวตนขอเชิญชวนทุกคนอย่าละทิ้งโอกาสนี้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการออกแรงเปิดประตูแห่งความเป็นไปได้ เปิดโอกาสเศรษฐกิจไทยให้กับคนไทย 

พรรคประชาชนตนและทีมงานพร้อมทำงานอย่างเต็มที่ด้วยเจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่ด้วยความรู้ความสามารถที่สะสมประสบการณ์มาขอโอกาสให้พวกเราพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยให้สู้กับโลกใหม่ โอกาสให้เสริมความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจไทยให้เท่าเทียมกันและเท่าทันโลก