“วิโรจน์” มอง “สหายใหญ่” คุมกลาโหม น่าจะรู้ดีกว่าเพราะเคยเข้าป่า
โพสต์เมื่อ : 17 มี.ค 2568 เวลา 12:21 น.
“วิโรจน์” มอง “สหายใหญ่” คุมกลาโหม น่าจะรู้ดีกว่าเพราะเคยเข้าป่า หวังเลิกเณฑ์ทหาร กำหนดใช้ชัดเจน สร้างตวามเชื่อใจกองทัพ-ประชาชน
วันที่ 5 ก.ย. 2567 ที่รัฐสภา นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่นายสุทิน คลังแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่เคยออกมาบอกว่าจะทำให้กระทรวงกลาโหมโปร่งใสนั้น แต่ตอนนี้เป็นนายภูมิธรรม เวชยชัย ขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะมั่นใจหรือไม่ ว่า ก็คงมีการตั้งคำถามถึงนายภูมิธรรม แต่ต้องให้ทำงานดูสักพักก่อน ซึ่งนายภูมิธรรม อาจจะรู้เรื่องกองทัพดีกว่าตนเองด้วยซ้ำไป เพราะท่านเคยหนีเข้าไปอยู่ในป่า และรู้ถึงปัญหาของกองทัพ ต้องให้เวลานายภูมิธรรมในการทำงาน ซึ่งการจะให้ประชาชนไว้เนื้อเชื่อใจ และความสัมพันธ์ที่ดีกับทหาร สิ่งที่นายภูมิธรรมใน รมว.กลาโหม จะต้องทำให้ได้คือความโปร่งใส และการเปิดเผย การตรวจสอบได้ หากอ้างว่าเป็นงบลับทางราชการไปทั้งหมดแบบกำปั้นทุบดิน สุดท้ายประชาชนก็จะไม่ไว้เนื้อเชื่อใจ และการจัดซื้อส่วนใหญ่ของกองทัพ ประชาชนก็จะวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง ส่งผลให้ขัดขวางการขับเคลื่อนทหารไปข้างหน้าอีกด้วย
ดังนั้น ความโปร่งใสจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และเชื่อว่าการสมัครทหารด้วยความสมัครใจ หรือการยกเลิกการเกณฑ์ทหาร และการลดจำนวนนายพล หรือหน่วยงานในกระทรวงกลาโหม ก็รู้ว่ามันไม่ได้สร้างเสร็จภายใน 1-2 วัน และก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า รมว.กลาโหม จะกำหนดกรอบเวลาว่าใน 1 ปี จะได้เท่าไหร่ หรือกำลังพลจะลดลงเท่าไหร่ หรือมีแผนออกมาให้ชัดเจน ประชาชนจะได้ติดตามตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้าง และการพัฒนากองทัพเป็นไปตามสมุดปกขาวกำหนดหรือไม่ เพื่อให้เป็นจุดเริ่มต้นของความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่าง ทหาร กองทัพ และประชาชน
วันที่ 5 ก.ย. 2567 ที่รัฐสภา นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่นายสุทิน คลังแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่เคยออกมาบอกว่าจะทำให้กระทรวงกลาโหมโปร่งใสนั้น แต่ตอนนี้เป็นนายภูมิธรรม เวชยชัย ขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะมั่นใจหรือไม่ ว่า ก็คงมีการตั้งคำถามถึงนายภูมิธรรม แต่ต้องให้ทำงานดูสักพักก่อน ซึ่งนายภูมิธรรม อาจจะรู้เรื่องกองทัพดีกว่าตนเองด้วยซ้ำไป เพราะท่านเคยหนีเข้าไปอยู่ในป่า และรู้ถึงปัญหาของกองทัพ ต้องให้เวลานายภูมิธรรมในการทำงาน ซึ่งการจะให้ประชาชนไว้เนื้อเชื่อใจ และความสัมพันธ์ที่ดีกับทหาร สิ่งที่นายภูมิธรรมใน รมว.กลาโหม จะต้องทำให้ได้คือความโปร่งใส และการเปิดเผย การตรวจสอบได้ หากอ้างว่าเป็นงบลับทางราชการไปทั้งหมดแบบกำปั้นทุบดิน สุดท้ายประชาชนก็จะไม่ไว้เนื้อเชื่อใจ และการจัดซื้อส่วนใหญ่ของกองทัพ ประชาชนก็จะวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง ส่งผลให้ขัดขวางการขับเคลื่อนทหารไปข้างหน้าอีกด้วย
ดังนั้น ความโปร่งใสจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และเชื่อว่าการสมัครทหารด้วยความสมัครใจ หรือการยกเลิกการเกณฑ์ทหาร และการลดจำนวนนายพล หรือหน่วยงานในกระทรวงกลาโหม ก็รู้ว่ามันไม่ได้สร้างเสร็จภายใน 1-2 วัน และก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า รมว.กลาโหม จะกำหนดกรอบเวลาว่าใน 1 ปี จะได้เท่าไหร่ หรือกำลังพลจะลดลงเท่าไหร่ หรือมีแผนออกมาให้ชัดเจน ประชาชนจะได้ติดตามตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้าง และการพัฒนากองทัพเป็นไปตามสมุดปกขาวกำหนดหรือไม่ เพื่อให้เป็นจุดเริ่มต้นของความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่าง ทหาร กองทัพ และประชาชน
z-z1603487247937.jpg)