닫기

ปกหน้าเว็บใหม่copy
ปกในข่าวเว็บใหม่copy

“วัชระ” กัดไม่ปล่อย “พีระพันธ์” ปม ยกเลิกโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ 1,400 เมกะวัตต์ 2 โรง แต่กลับให้ บ.เอกชน ไปสร้างที่ภาคตะวันตกแทน ซ้ำ ไม่ให้ กฟผ. รับผิดชอบและก่อสร้าง ทั้งที่ ปัญหาค่าไฟฟ้าพุ่งสูงสุด ถามลั่น ไม่เป็นการปล้นประชาชนหรืออย่างไร

เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 2567 นายวัชระ เพชรทอง อดีตสส. พรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อคัดค้านและสอบถามว่า เหตุใดในยุคที่นายพีระพันธุ์เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงานในรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน จึงยกเลิกการก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี 1,400 เมกะวัตต์ จำนวน 2 โรง และเหตุใดค่าไฟฟ้ามีราคาแพงมากที่สุด โดย นายวัชระ กล่าวว่า ตนได้ยื่นหนังสือถึงนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน ผ่านนายพันศักดิ์ เจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านมวลชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อคัดค้านการยกเลิกก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังก๊าซธรรมชาติที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี 1,400 เมกะวัตต์ จำนวน 2 โรง และค่าไฟฟ้ามีราคาแพง และตามที่ปรากฏในเฟสบุ๊กชื่อ "พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค" ท่านออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2567 ต่อสาธารณชน โดยบอกเล่าการทำงานให้พี่น้องประชาชนทราบว่า ช่วงผ่านมาได้ทำอะไรไปแล้ว กำลังทำอะไรอยู่แล้วจะต้องทำอะไรต่อไป เพื่อให้ประเทศของเราก้าวสู่ความมั่นคง เป็นธรรมและยั่งยืนด้านพลังงานนั้น กลายเป็นภาพจดจำของพี่น้องประชาชนจังหวัดสุราษฎร์ธานีและชาวภาคใต้ว่า ท่านเป็นผู้รับผิดชอบการบริหารกระทรวงพลังงาน เพราะเหตุใด ท่านจึงได้กระทำ 3 เรื่องดังต่อไปนี้

1. ยกเลิกก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังก๊าซธรรมชาติที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี 1,400 เมกะวัตต์ จำนวน 2 โรงที่จะสร้างตามแผน PDP 2018

2. ย้ายการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังก๊าซธรรมชาติที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีไปภาคตะวันตกโดยไม่ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นผู้รับผิดชอบและก่อสร้าง แต่กลับจะให้บริษัทเอกชนก่อสร้างโรงไฟฟ้าแทน กฟผ. ใช่หรือไม่

3. ปัญหาค่าไฟฟ้ามีราคาแพงมหาศาลและมีราคาสูงที่สุดกว่าเดิมในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ - พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมาเกิดในยุคของท่านเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน อย่าปฏิเสธความรับผิดชอบ

“ทั้งนี้ผมได้ยื่นหนังสือคัดค้านการยุบเลิกโรงไฟฟ้าและค่าไฟมีราคาแพงให้กับท่านเมื่อคราวไปตรวจราชการเยี่ยมสถานที่สร้างโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานี ตำบลเขาหัวควาย อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2567 ท่านก็กล่าวหาผมว่า “ไปเอาข้อมูลบ้า ๆ มาจากไหน” และสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (สร.กฟผ.) ได้แถลงต่อสื่อมวลชน โดยยืนยันว่า เป็นข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับยุบเลิกโรงไฟฟ้าดังกล่าว ถือเป็นเรื่องจริงปรากฏหลักฐานข้อมูลต่าง ๆ ตามแถลงการณ์ สร.กฟผ. แต่นานพีระพันธุ์ก็ไม่ดำเนินการให้แต่ประการใด ดังนั้น พี่น้องประชาชนพื้นที่ภาคใต้จึงขอให้กระทรวงพลังงานดำเนินการบรรจุการก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี 1,400 เมกะวัตต์ จำนวน 2 โรงไว้ในแผน PDP 2024 ให้เหมือนเดิม อย่าปล้นโรงไฟฟ้าไปจากชาวสุราษฎร์ธานีและชาวภาคใต้เลย

ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณ สำนักงาน ป.ป.ช. ได้เห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้ โดยให้พนักงานไต่สวนและคณะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ เพื่อประกอบการพิจารณาตามอำนาจหน้าที่และกฎหมาย ป.ป.ช. กรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริต สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนจากการยกเลิกโรงไฟฟ้าพลังก๊าซธรรมชาติที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีทั้ง 2 โรง อยากฝากถามถึงผู้เกี่ยวข้องว่า หากปล่อยให้มีการยกเลิกโรงไฟฟ้าดังกล่าว และย้ายการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังก๊าซธรรมชาติที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีไปสร้างที่ภาคตะวันตก โดยให้บริษัทเอกชนก่อสร้างโรงไฟฟ้าแทน กฟผ. จะไม่เป็นการปล้นประชาชนหรืออย่างไร?" นายวัชระ กล่าว