닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บcopy

“ราเมศ” ป้อง “นายหัวชวน” สับศอก“เด็จพี่” ลิเกหลงโรงรับปีใหม่ ย้ำ ที่ “ชวน” พูดล้วนข้อเท็จจริง ไม่ใช่วาทกรรมเอาดีใส่ตัว ชั่วให้คนอื่น ส่วนเท้าใครที่สกปรกคือ คนที่วิ่งเต้นข่มขู่ -ทำลายศาล- ตุลาการ-กระบวนการยุติธรรมชาติ

 


เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2568 นายราเมศ รัตนะเชวง อดีตเลขานุการประธานรัฐสภา ในฐานะเลขานุการนายชวน หลีกภัย กล่าวถึงกรณีนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวระบุพาดพิงนายชวน กรณีที่นายชวนให้สัมภาษณ์สื่อถึงสถานการณ์การเมืองไทยในปี 2568 ว่า ความจริงตนไม่อยากออกมาพูดถึงนายพร้อมพงศ์ เพราะคำพูดนายพร้อมพงศ์ ไม่มีสาระพอจะสร้างประโยชน์ต่อประชาชน แต่มีการให้ร้ายนายชวนหลายเรื่อง ถ้าไม่ออกมาพูดนายชวนจะเกิดความเสียหายได้ นักการเมืองที่ดีควรเปิดใจรับฟังความเห็นต่าง ถ้าจะปกป้องนาย ควรตักน้ำใส่กะโหลกแล้วชะโงกดูเงาว่า เจ้านายตัวมีจิตวิญญาณและพฤติกรรมเป็นอย่างไร ก็จะเห็นความจริง เว้นแต่ว่ามีกะโหลก แต่ไม่มีสมองแม้จะใช้สำนวนโวหารยกตัวว่าเหมือนเป็นคนสะอาด เป็นได้เพียงลิเกหลงโรงรับปีใหม่ กรณีการเหลื่อมล้ำ ละเมิดหลักความถูกต้องชอบธรรมกรณีชั้น 14 ที่นายชวนได้ออกมากล่าวคือ เรื่องจริงที่สังคมรู้ดีว่าเป็นอย่างไร สุดท้ายเรื่องนี้ให้ติดตามจะมีคนติดคุกอีกหลายคน และรัฐบาลทั้งนายกตัวจริงและตัวปลอมก็จะพังไปพร้อมๆกัน นายชวนเป็นนักการเมืองที่เชื่อมั่นในระบบประชาธิปไตยในภาคปฏิบัติของการทำงานการเมืองไม่มีเรื่องทุจริต ส่วนเจ้านายของนายพร้อมพงศ์อ้างประชาธิปไตยเพื่อเข้าสู่อำนาจเท่านั้น เพราะชัดเจนว่า เข้ามาเพื่อทุจริตกอบโกยผลประโยชน์ นายชวนไม่ได้มีความแค้นส่วนตัวกับนายทักษิณ แต่ขัดแย้งกับความไม่ถูกต้อง ในแนวทางการทำการเมืองที่ยึดประโยชน์ของตนและครอบครัวมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม มีการทุจริต การเลือกปฏิบัติต่อพี่น้องประชาชน การใช้นโยบายที่ก่อให้เกิดความรุนแรงต่อประชาชน เป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏชัด นายชวนทำประโยชน์ให้กับประชาชนและประเทศมากมาย ที่บอกว่ารัฐบาลสมานฉันท์ก็ขออวยพรให้รัฐบาลของนายพร้อมพงศ์โชคดี

 

“ส่วนเรื่อง MOU44 เชื่อว่า สักวันความจริงก็จะปรากฏว่า ใครที่คิดถึงประโยชน์ของตนเองมากกว่าประเทศ ส่วนที่บอกว่าสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายชวนไม่เคยค้านเรื่องอะไรเลยนั้น ก็ไม่เป็นความจริง นายชวนท้วงติงในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมเสมอ นายพร้อมพงศ์น่าจะติดคุกอยู่นาน จึงไม่ได้ติดตามข่าวสาร และที่บอกอีกว่านายชวนพูดเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่นนั้น ต้องบอกว่า ความชั่วพูดเอาใส่คนอื่นไม่ได้ เพราะพฤติกรรมความชั่ว การโกงทุจริตเกิดจากการกระทำของตัวเองทั้งสิ้น มีปรากฏให้เห็นในคำพิพากษาศาลว่าทุจริตจริง และที่ระบุว่า ท่านชวนทำตัวเป็นฤาษีขึ้นธรรมาสน์ไม่ล้างเท้า กระจกไม่มี ดีแต่พูดนั้น ขอชี้แจงว่า นายชวนไม่ได้เป็นฤาษี ไม่ได้เป็นพระ ไม่ต้องขึ้นธรรมาสน์ แต่มือสะอาด ซื่อสัตย์ ไม่ทุจริตโกงกินชาติบ้านเมืองแน่นอน ส่วนเท้าที่ไม่สะอาดคือ เท้าของใครที่พยายามวิ่งเต้นศาล ข่มขู่ทำลายศาล เท้าที่พยายามวิ่งเต้นข่มขู่ตุลาการ ทำตัวสกปรกให้แปดเปื้อนกระบวนการยุติธรรมชาติ จึงสกปรกยากที่จะล้างออก จึงไร้ยางอายของแท้ ทั้งนี้ ถ้านายพร้อมพงษ์ไม่พาดพิงกล่าวหานายชวน ผมก็ไม่อยากออกมาให้สัมภาษณ์ในช่วงปีใหม่เพราะถือเป็นวันที่ดี และไม่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมเลย แต่เมื่อกล่าวหาด่าในสิ่งที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ในฐานะเลขาฯ ผมก็จำเป็นต้องออกมาปกป้องท่าน” นายราเมศ กล่าว