닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ8

“ราเมศ” ค้าน ร่าง แก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับพรรคประชาชน จับไต๋เปิดช่อง แก้ไข เพิ่มเติม ตัดทอน หมวด 1 หมวด 2 เกี่ยวกับสถาบันฯ


วันที่ 7 มกราคม 2568 นายราเมศ รัตนะเชวง อดีตสส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)ในฐานะนักกฎหมาย กล่าวถึงกรณีร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับพรรคประชาชน( ปชน.)ที่จะแก้มาตรา 256 ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ ว่า  พรรคปชน.ยื่นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้เพื่อให้รัฐสภามีข้อพิจารณาที่น่าสนใจอยู่ไม่กี่ประเด็น อาทิ ประเด็นจำนวนคะแนนเสียงของ สว.ในการลงมติวาระที่สองและวาระที่สาม ,จำนวนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ( สสร.)รวมถึงที่มาของ สสร. สาระสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงเจตนาที่ซ่อนไว้ในร่างมาตรา 256/18 ที่กำหนดระบุ หน้าที่ของสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดไว้ใน (2) บรรทัดที่สิบไว้กว้างๆว่า  การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือมีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐจะกระทำมิได้ มีความหมายชัดเจนตามร่างของพรรค ปชน. คือสภาร่างรัฐธรรมนูญสามารถแก้ไข เพิ่มเติม ตัดทอน หมวด1และหมวด2 ได้ทั้งหมด ซึ่งมี 2 หลักการสาระสำคัญ คือมาตรา 6 ที่บัญญัติว่า องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ และวรรคสอง ’ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดๆมิได้ ชัดเจนว่า ร่างของพรรคปชน. ที่ระบุไว้กว้างๆ แสดงว่า มาตรา 6 สามารถแก้ไข เพิ่มเติม ยกเลิกได้  เพราะที่ผ่านมา ต้องการแก้ไข ยกเลิก หรือตัดทอนเรื่องเหล่านี้ มาตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ สู่พรรคก้าวไกล และพรรคประชาชน เช่นเดียวกับความพยายามในการยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 การไม่ระบุให้ชัดเจนถึงอำนาจหน้าที่ของสภาร่างรัฐธรรมนูญคือ เจตนาที่แฝงอยู่อย่างชัดเจน 

นายราเมศ  กล่าวต่อว่า ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรค เมื่อสภาสมัยที่ผ่านมา ซึ่งได้รวมเข้ากับร่างของพรรคร่วมรัฐบาลขณะนั้น มีตนและนายชินวรณ์ บุญเกียรติ เป็นตัวแทนพรรคปชป. มีร่างของพรรคเข้าร่วมพิจารณา ซึ่งทั้งประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย พลังประชารัฐ ชาติไทยพัฒนา พลังท้องถิ่นไทย และอีกหลายพรรคระบุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับลงวันที่ 1 กันยายน 2563 ชัดเจนไว้ในร่าง มาตรา 256/13 วรรคห้า ว่า”การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมหมวด 1 บททั่วไป และหมวด2พระมหากษัตริย์ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จะกระทำมิได้  นี่คือการตั้งต้นที่มีความมั่นคง ชัดเจน ของพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อร่างของพรรคประชาชนเป็นเช่นนี้ การที่จะแสวงหาแนวร่วมจาก สว.และพรรคการเมืองอื่นๆจึงยากยิ่ง และอย่าไปกล่าวหาเขาเหล่านั้นว่าขัดขวางการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะเขาเห็นด้วยอยู่แล้วให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ อย่างที่บอกว่าจำนวน สสร เท่าใด ที่มา น้ำหนักคะแนน สว.เป็นเรื่องที่พอรับฟังกันได้ แต่เรื่องเดียวที่เชื่อว่าเขาเหล่านั้นจะรับไม่ได้และไม่เห็นด้วย คือร่างที่เปิดประตูไปสู่การแก้ไข เพิ่มเติม ตัดทอน หมวด1และหมวด2 ซึ่งจะลามไปถึง ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยส่วนตัวจึงไม่เห็นด้วยกับร่างของพรรคประชาชน เรื่องนี้เรื่องใหญ่ ที่ออกมาพูดไม่ใช่เรื่องการเมืองแต่เป็นเรื่องของบ้านเมืองที่สำคัญที่สุด