닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บcopy

“รังสิมันต์” เร่งติดตามเอาผิดกลุ่ม ขายไฟฟ้าข้ามแดน พร้อมตัดตอนปัญหา “แก๊งคอลเซ็นเตอร์”

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังประชุมกมธ.ฯ ว่า วันนี้เป็นการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ในประเด็นสำคัญคือ การศึกษาและติดตาม ความคืบหน้าการแก้ไขปัญหา เกี่ยวกับการฟอกเงินและบัญชีม้า ในกระบวนการยาเสพติด ที่เชื่อมโยงกับอาชญากรรม และอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคง ของประเทศ ตลอดไปจนถึงเรื่องแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ ที่เกี่ยวกับการซื้อขายไฟฟ้า บริเวณอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยวันนี้ได้เชิญหน่วยงาน อาทิ กระทรวงมหาดไทย สภาความมั่นคงแห่งชาติ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอแม่สาย ร่วมประชุมด้วยในวันนี้ด้วย

ซึ่งกระทรวงมหาดไทย ไม่ได้เข้าร่วมการประชุม เนื่องจากติดภารกิจลงพื้นที่ จ.สงขลา ทาง กมธ.ได้ติดตามสอบถามว่ามีภารกิจอะไร จึงไม่มีบุคคลใดมาเป็นตัวแทนของกระทรวงมหาดไทยได้ในการมาชี้แจงต่อ กมธ


อย่างไรก็ตามการประชุมกรรมาธิการในวันนี้ได้พิจารณา ในส่วนของสภาความมั่นคงแห่งชาติ และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยสรุปประเด็นคือ ในปัจจุบันได้มีการขายไฟฟ้าให้ประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งหมด 17 จุด ซึ่งหลายจุดอยู่ที่ฝั่งประเทศเมียนมาร์ และตนเองได้ตั้งข้อสงสัยว่าเรื่องดังกล่าวอาจเชื่อมโยงกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และกระบวนการเกี่ยวกับยาเสพติดด้วยหรือไม่ โดยตนเองได้ให้น้ำหนักในการพิจารณาที่อำเภอแม่สอดที่มีการขายไฟฟ้า 2 จุด ไปยังเมืองเมียวดี และอีกหนึ่งจุดเป็นการขายไฟฟ้าจากอำเภอแม่สายไปยังท่าขี้เหล็ก ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและเคยมีการจับกุมดำเนินคดีของกระบวนการยุติธรรม


ทั้งนี้ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ทั้ง 2 จุด ที่ได้พิจารณามีข้อมูลสำคัญ คือ บริษัทเอสเอ็มทีวาย (SMTY) ซึ่งเป็นบริษัทคู่สัญญากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ปัจจุบันเป็นสัญญาสัมปทานที่กำลังจะหมดลง
โดยมีคีย์แมนสำคัญของบริษัท ชื่อว่า “พันตรี ติ่งวิน“ เป็นระดับแกนนำของกองกำลังบีทีเอฟ หรือ เคเอ็นเอ ซึ่งมี ”พันโท หม่องชิคตู่“ ทหารชาวกะเหรี่ยง เป็นแกนนำคนสำคัญด้วย โดยที่กองกำลังกลุ่มนี้ มีบทบาทสำคัญคือให้แก๊งค์คอลเซนเตอร์เช่าพื้นที่ ตั้งอยู่เมืองเมียวดี


อย่างไรก็ตามทำให้ เห็นข้อต่อที่สำคัญ คือ บริษัท เอสเอ็มทีวาย มีความเกี่ยวโยงกับกองกำลังที่ดูแลในพื้นที่เมียวดี และไม่ต่างอะไรกับที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทำสัญญาขายไฟให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์โดยตรง ส่วนท่าขี้เหล็ก อำเภอแม่สาย วันนี้มีการเปลี่ยนคู่สัญญา เห็นว่ามีบริษัทใหม่จะเข้ามาทำหน้าที่ คือ บริษัท แอสตร้าอิเล็กทริค จดทะเบียนปี 2566 โดยใช้ทุนจดทะเบียนเพียง 1 ล้านบาท เบื้องต้นยังไม่มีการเซ็นสัญญา ทั้งนี้ยังเป็นจุดที่น่าสงสัยว่ามีการขายไฟฟ้าให้กับนอมินีกลุ่มว้าที่เป็นเครือยาเสพติดรายใหญ่
นอกจากนี้ การประชุมที่ผ่านมาหลายครั้ง การไฟฟ้าไม่มีข้อมูลการชี้แจงว่าจะมีการตัดไฟเลย


อย่างไรก็ตาม จะมีการประชุมบอร์ดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในวันที่ 29 มกราคม 2568 นี้ คาดว่า จะมีผลที่ได้ 3 แนวทาง ประกอบด้วย 1.การไฟฟ้าอาจจะคงสภาพการขายไฟเช่นนี้ต่อไป โดยไม่สนใจว่าไฟจะตกไปอยู่ในมือของใคร 2.อาจต่อขยายสัญญาบางส่วน ของบริษัท เอสเอ็มทีวาย 3.ตัดไฟฟ้า เพื่อไม่ให้ไฟตกไปอยู่ใต้น้ำมันของอาชญากรข้ามชาติ ซึ่งเป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น เนื่องจากการไฟฟ้าไม่สามารถให้ข้อมูล กมธ.ได้ ว่าผลที่จะออกมานั้นเป็นอย่างไร


ขณะที่ การไฟฟ้าพยายามบอกว่า การไฟฟ้าไม่รู้ว่าไฟจะไปตกอยู่ในมือเนื้อมืออาชญากรหรือไม่ เนื่องจากทำหน้าที่ดูแค่เรื่องไฟ ดังนั้น จำเป็นต้องให้ฝ่ายความมั่นคงช่วยชี้ อาทิ หน่วยงานทหาร สำนักข่าวกรอง หรือสันติบาล ให้มาชี้แจงข้อมูลทั้งหมด ทำให้การไฟฟ้าไม่อยากไปตัดไฟก่อน ทั้งนี้ ทาง กมธ.คาดหวังว่า วันที่ 29 มกราคมนี้ จะมีข่าวดีในเรื่องนี้ และหวังว่าจะเป็นข่าวดี นำไปสู่การตัดไฟ เพื่อให้อาชญากรข้ามชาติ หรือ แกงค์คอลเซนเตอร์มีความอ่อนแอมากยิ่งขึ้น


นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า ทาง กมธ.ยังได้หารือเรื่องท่าข้าม ที่ข้ามไปยังเมียวดี ซึ่งได้รับข้อมูลจากทางสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แจ้งว่า จ.ตาก มีท่าข้ามรวมทั้งสิ้น 59 ท่า และ สมช. อาจมีความจำเป็นในการทบทวนลดจำนวนท่าข้ามเหล่านี้ เนื่องจากไม่สามารถดูแลโดยเฉพาะปัญหาความมั่นคงที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างเพียงพอ ซึ่ง สมช.จะมีการประชุมในวันที่ 31 มกราคม 2568 นี้ เบื้องต้น ทาง กมธ. คาดหวังว่าจะนำไปสู่การปรับลดและแก้ปัญหาเรื่องท่าข้ามเหล่านี้ นอกจากนี้ กมธ.ความมั่นคง จะตั้งอนุกรรมาธิการขึ้นมา เพื่อเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา โดยนำข้อเสนอและข้อสรุปต่างๆ มาบรรจุ จากนั้นทำรายงานถึงสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สส.พรรคประชาชน เป็นประธานอนุ กมธ.