닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมาก---6217

“รังสิมันต์” เผย กมธ.ความมั่นคงฯ เดินหน้าตรวจสอบ ขบวนการฟอกเงิน-โยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ยัน ปปง. เริ่มนับหนึ่งตรวจทุนเทายึดประเทศ เตรียมรวบรวมรายชื่อ 43 บุคคลที่อยู่ในแบล็กลิสต์ห้ามเข้าประเทศส่ง ปปง. ปูด ‘เบน สมิธ’ ขอสัญชาติแต่ไม่ผ่าน เหตุ เคยมีประวัติตกแต่งบัญชีการยื่นภาษี

วันที่ 5 พ.ย. 2568 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม กมธ.ความมั่นคงเเห่งรัฐฯ ซึ่งเราได้มีการติดตามปัญหาการฟอกเงินของกัมพูชาที่เชื่อมโยงกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ในประเทศไทย ว่า เราหยิบยกมาสอบ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบีไอซีกรุ๊ปบีไอซีแบงค์และ นาย ยิม เลียก หลังจากที่ผ่านมาเราได้เห็นชื่อนายเบน สมิธ บ่อยๆ โดยรอบนี้มาโฟกัสทางด้านนาย ยิม เลียก สำหรับภาพรวมเริ่มเห็นความคืบหน้าและใช้เวลากับการประชุมหลายครั้งโดยเป็นการประชุมครั้งที่ 4 เราเริ่มเห็นความคืบหน้าบางประการ แต่แน่นอนว่า ถามว่าหน้าพอใจและเท่าทันสถานการณ์หรือไม่นั้น ต้องตอบว่ายังไม่ถึงขนาดนั้น

โดยหน่วยงานที่เชิญนะจริงๆคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่ไม่ได้มาแล้วมอบหมายให้เป็นทางกระทรวงมหาดไทยโดยกรมการปกครองมาเป็นผู้ชี้แจง แล้วก็มอบหมายให้ทางดีเอสไอมาเป็นผู้ชี้แจง นอกจากนั้นเราได้มีการเชิญนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งเราได้รับแจ้งว่าท่านไม่สบายแล้วก็ได้มอบหมายท่านอื่นมาชี้แจงแทน และเชิญพล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาชี้แจง แต่ปรากฏว่าก็มอบหมายเป็นตำรวจไซเบอร์มาแทน 

ซึ่งในรายละเอียดชื่อแรกที่เป็นเป้าหมายของการตรวจสอบ ก็คือนายเบน สมิธ ซึ่งในประเด็นเรื่องของสัญชาติ เราก็ได้ข้อมูลมาว่านายเบน สมิธ มีหลายสัญชาติ แต่ขอไม่ลงรายละเอียดว่ามีสัญชาติใดบ้าง แต่เบื้องต้นขั้นตอนของการขอสัญชาตินี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว คือได้มีการส่งคำร้องคืนไปยังผู้ขอ เนื่องจากว่ามีความพยายามในการตกแต่งบัญชีการยื่นภาษี ทำให้ไม่สามารถที่จะขอสัญชาติได้ โดยที่หน่วยงานของรัฐเจอข้อมูลเหล่านี้ จึงไม่เข้าเงื่อนไขที่จะขอสัญชาติได้ แล้วก็ได้มีการตีกลับไป ตนไม่สามารถทราบได้ว่าจะมีการดำเนินการต่อไปหรือไม่ แต่เราพบหลักฐานบางประการซึ่งอาจจะดำเนินคดีบางอย่างเพิ่มเติมได้อีก

ส่วนเรื่อง นายก๊ก อาน จริงๆไม่ได้เป็นผู้ที่มีสัญชาติไทย แต่ว่ามีถิ่นที่อยู่ถาวรในประเทศไทย ซึ่งวันนี้มีการพูดคุยกันแล้วนำไปสู่ข้อสรุปว่า หลังจากนี้จะมีการถอนในเรื่องของใบถิ่นที่อยู่ถาวร แล้วปัจจุบัน นายก๊ก อาน ได้มีการออกหมายแดง( Interpol ) ไปแล้ว 3 หมาย ซึ่งสิ่งที่จะต้องไปพิจารณากันต่อก็คือว่าหลังจากนี้นายกรัฐมนตรีจะมีการประสานงานกับทางฝ่ายกัมพูชาเพื่อให้มีการส่งตัวนาน ก๊ก อาน มาดำเนินคดีที่ประเทศไทยอย่างไรต่อไป แต่เบื้องต้น นายก๊ก อาน มีหมายแดงแน่นอน

สำหรับชื่อที่สามนายลีพัด สุประภา ที่ปัจจุบันได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วว่ามีการถอนสัญชาติ แต่ว่าก็อยู่ระหว่างการยึดอายัดทรัพย์สินต่อไป ในส่วนถัดมาก็คือนายยิม เลียก ซึ่งยังไม่ได้มีข้อมูลอะไรมากนัก แต่ว่าทาง ปปง. มีแค่ข้อมูลเก่าว่าเคยมีการยึดอายัดทรัพย์ของนายยิม เลียก แต่ว่าก็มีการถอนยึดอายัดไปแล้ว 

โดยเบื้องต้นจะมีการดำเนินการในการตรวจสอบเรื่องนี้ เท่าที่ฟังทั้งหมดก่อนหน้านี้สามครั้งที่ผ่านมา ปปง. พูดมาตลอดว่าไม่สามารถที่จะริเริ่มดำเนินการอะไรได้ด้วยตัวเอง จะต้องมีการดำเนินการโดยให้มันมีคดีมูลฐานก่อน แต่วันนี้ชัดเจนแล้วว่าทาง ปปง.ได้มีการเริ่มนับหนึ่ง และอยู่ในขั้นตอนของการประสานงานนะครับต่างๆ แต่ตนไม่สามารถลงรายละเอียดได้ทั้งหมดบางอย่างเป็นข้อมูลที่อาจจะเป็นข้อมูลลับ 

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เบื้องต้นตนได้รับการยืนยันว่า ปปง. เริ่มนับหนึ่งแล้วจะมีการดำเนินการในเรื่อง ที่ทางกรรมาธิการได้มีความเป็นห่วงต่อปัญหาเรื่องทุนเทายึดประเทศ หลังจากนี้ทางกรรมาธิการจะมีการทำหนังสือรวบรวมรายชื่อบุคคลต่างๆประมาณ 43 คน ซึ่งเรามีข้อมูลว่าบุคคล 43 คนที่แบ่งเป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ในการที่จะส่งให้กับหน่วยงานต่างๆ ซึ่งรวมไปถึงทาง ปปง.เพื่อที่จะได้มีการตรวจสอบแล้วก็อาจจะรวมไปถึงการขึ้นเป็นแบล็คลิสต์ว่าเป็นบุคคลที่อาจจะไม่สามารถเข้าประเทศไทยได้ รวมไปถึงอาจจะต้องตรวจสอบว่ามีความเกี่ยวพันกับแก๊งสแกมเมอร์มากน้อยแค่ไหน

ทั้งนี้สำหรับประเด็นบริษัทปรินส์กรุ๊ป ปัจจุบันก็ยังอยู่ในการตรวจสอบไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากมีผู้ต้องสงสัยเท่านั้นที่เป็นชาวไต้หวันแต่ความคืบหน้าในเชิงรายละเอียดที่เราอาจจะคาดหวังซึ่งตนคิดว่าเรายังไม่ได้เห็นความคืบหน้าในลักษณะดังกล่าว และต้องยอมรับว่าหน่วยงานต่างๆยังไม่ได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่อย่างที่ควรจะเป็น แต่เราก็มีความคาดหวังว่า เราควรที่จะเห็นความก้าวหน้ากว่านี้ เพราะว่าปัญหาดังกล่าวมันเป็นปัญหาที่มีความร้ายแรง