“รองอธิบดีดีเอสไอ” เผย คดี "อดีตผกก.โจ้" ไม่เข้าคดีพิเศษ
โพสต์เมื่อ : 14 มี.ค 2568 เวลา 8:11 น.
“รองอธิบดีดีเอสไอ” เผย คดี "อดีตผกก.โจ้" ไม่เข้าคดีพิเศษ เตรียมติดตามความคืบหน้า 17 มี.ค.นี้
วันที่ 14 มี.ค. 2568 ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) คณะอนุกรรมการกลั่นกรองข้อเท็จจริงกรณีการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ได้มีการนัดหมายญาติของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผู้กำกับโจ้ อายุ 43 ปี อดีตผู้กำกับสภ.นครสวรรค์ มาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องการเสียชีวิตของ อดีต ผกก.โจ้ ภายในห้องขังหมายเลข 50 แดน 5 เรือนจำกลางคลองเปรม ประเด็นที่ญาติรู้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเรื่องสาเหตุที่คิดว่าเป็นความกดดันจน อดีต ผกก.โจ้ ก่อเหตุจบชีวิต หรือถูกกระทำใด ๆ และรวมถึงทุกเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นภายในเรือนจำฯ ระหว่างที่อดีตผู้กำกับโจ้ถูกคุมขัง
ก่อนหน้านี้อดีต ผกก.โจ้ ได้อยู่ในเรือนจำมากว่า 3 ปี ก็ไม่เคยมีปัญหาอะไร ทำให้ต้องคลี่คลายว่าปัญหามันเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไร แล้วเกิดอะไรขึ้นบ้าง โดยให้ญาติย้อนเหตุการณ์ตั้งแต่เริ่มต้นจนมาถึงวันสุดท้ายที่อดีต ผกก.โจ้ ตัดสินใจจบชีวิต เพื่อดูว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นบ้างระหว่างการสื่อสารของญาติและอดีตผู้กำกับโจ้ แล้วที่ผ่านมาทางญาติได้มีการดำเนินการอะไรไปบ้าง ไปร้องทุกข์ที่ไหนมาบ้าง ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ จะได้บันทึกถ้อยคำให้การเหล่านี้ ก่อนประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอข้อมูลเอกสารต่าง ๆ ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ
ในวันนี้มีทั้ง เจ้าหน้าที่ของดีเอสไอ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประชาชื่น เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก บก.น.2 (ในฐานะผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) เจ้าหน้าที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ โดยในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประชาชื่น จะเข้าไปสอบถามเรื่องของคดี เพื่อนำไปประกอบสำนวนในคดีหลัก ขณะที่พนักงานอัยการและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองของคณะอนุกรรมการฯ บางส่วนได้แบ่งไปยังเรือนจำกลางคลองเปรม เพื่อเข้าไปตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ
ขณะเดียวกันในเวลา 10.05 น. นางสาวธนัญญา อุทธนผล อายุ 34 ปี น้องสาวของอดีตผู้กำกับโจ้ พร้อมมารดา ได้เดินทางมาถึงอาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยผู้สื่อข่าวสังเกตว่าน้องสาวของอดีตผู้กำกับโจ้ได้นำแฟ้มเอกสารมาด้วย และกล่าวสั้น ๆ ว่า ขอขึ้นไปให้ถ้อยคำกับเจ้าหน้าที่ก่อน
จากนั้น เมื่อเวลา 13.15 น. ร.ต.อ.วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีดีเอสไอ และ นายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผอ.กองกิจการอำนวยความยุติธรรม ลงมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ว่าวันนี้พนักงานสอบสวนสน. ประชาชื่น มีนัดในการมาสอบปากคำญาติ จึงเป็นภารกิจเดียวกันในวันนี้ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการสอบสวน เบื้องต้นทราบจากพนักงานสอบสวนสน. ประชาชื่นว่าวันนี้มีการสอบปากคำทั้ง คดีชันสูตรพลิกศพที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้รับผิดชอบและคดีทำร้ายร่างกาย
ส่วนสำนวนคดีทำร้ายร่างกายพนักงานสอบสวนสน. ประชาชื่นได้แจ้งว่า ได้ขยายผลเป็นคดีในความผิดตาม พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการกระทำทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับผิดชอบแล้วและทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แจ้งไปยัง สำนักงานสอบสวน อัยการสูงสุด ให้ช่วยมากำกับรับในการทำคดีนี้
ดังนั้นคดีตามความผิดใน พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการกระทำทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยสน. ประชาชื่น เป็นพนักงานสอบสวน มีพนักงานอัยการกำกับในคดีนี้
ส่วนคณะอนุกรรมการกลั่นกรองข้อเท็จจริงกรณีการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ที่ดูแลในเรื่องกฎหมายนี้จะมีหน้าที่กำกับติดตามเพื่อดูว่าเรื่องนี้มีความคืบหน้าอย่างไรไปทางไหน
สำหรับเรื่องนี้ไม่ได้เป็นคดีพิเศษแต่เป็นคดีที่อยู่ในอำนาจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่กำกับโดยสำนักงานสอบสวนของสำนักงานอัยการ
ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการกลั่นกรองข้อเท็จจริงกรณีการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย เมื่อมีการประชุมต้องแจ้งความคืบหน้าให้กับทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ได้ทราบด้วย
การสอบปากคำเพิ่มเติมญาติของผู้กำกับโจ้ ทาง พนักงานสอบสวนของสน. ประชาชื่น นำสำนวนไปรวมกับคดีหลัก ซึ่งจะต้องมีอัยการร่วมสอบสวนด้วยตามกฎหมายคดีจึงจะสมบูรณ์ และจากการสอบถามญาติของผู้กำกับโจ้ ได้ให้การที่เป็นประโยชน์
และยินดีที่จะมี การสอบสวนของคณะอนุกรรมการฯ เพราะถือว่าเป็นข้อเท็จจริงเดียวกันที่จะรับฟัง
อย่างไรก็ตามในวันที่ 17 นี้ จะมีการประชุม คณะอนุกรรมการฯ อีกครั้ง โดยมีอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพเป็นประธาน
z-z1603487247937.jpg)