닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมาก---2

“รมว.คลัง” เปิดตัวโครงการคนละครึ่งพลัส – เดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว พร้อมเร่งเบิกจ่ายงบปีเก่า หวังฟื้นเศรษฐกิจปลายปี



วันที่ 15 ต.ค.68 ที่ อาคารรัฐสภา นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมแถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ หัวหน้าหน่วยงานสำคัญทางเศรษฐกิจ อาทิ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) สมาคมธนาคารไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เข้าร่วม

นายเอกนิติ เปิดเผยว่า หนึ่งในหัวข้อสำคัญของการประชุม คือการเปิดตัว “โครงการคนละครึ่งพลัส” โดยเริ่มเปิดให้ร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วตั้งแต่วันนี้ (15 ต.ค.) จนถึงวันที่ 19 ธ.ค. 2568

“โครงการคนละครึ่งพลัส” เป็นการต่อยอดจากโครงการคนละครึ่งเดิม โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อย ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลรายเล็ก ที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมได้ โดยรัฐจะช่วยสมทบเงินในการซื้อสินค้า 50% สำหรับผู้ที่มีสิทธิ์เข้าร่วม

📌ขั้นตอนการเข้าร่วมสำหรับร้านค้า

ร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งมาก่อน และยังใช้งานแอปพลิเคชัน "ถุงเงิน" สามารถอัปเดตข้อมูลเพื่อเข้าร่วมได้ทันที ส่วนร้านค้าใหม่ต้องดาวน์โหลดแอป “ถุงเงิน” และสมัครผ่านเว็บไซต์ คนละครึ่งplus.com โดยใช้เพียงบัตรประชาชน รูปร้านค้า และทำการยืนยันตัวตน ณ ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา

📌สิทธิผู้บริโภค

สำหรับประชาชนทั่วไป การลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์จะเปิดในวันที่ 20 ตุลาคม ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ผู้มีสิทธิ์ต้องมีอายุ 16 ปีขึ้นไป โดยผู้ที่มีรายได้น้อยจะได้รับวงเงินสนับสนุนจากรัฐ ดังนี้

- บุคคลทั่วไป: รับเงิน 2,000 บาท
- ผู้มีรายได้ที่อยู่ในระบบภาษี: รับเงิน 2,400 บาท

สามารถเริ่มใช้งานโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568

📌เตรียมมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว – หักลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 1.5 เท่า

นอกจากนี้ที่ประชุมยังหารือถึงมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงปลายปี โดยจะเสนอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติเร็วๆ นี้ ซึ่งจะเปิดให้ประชาชนสามารถหักลดหย่อนภาษีจากค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวภายในประเทศได้สูงสุด 20,000 บาท

- เมืองหลัก: หักภาษีได้ 1 เท่าของยอดใช้จ่าย
- เมืองรอง: หักภาษีได้ 1.5 เท่า เช่น ใช้จ่าย 10,000 บาท จะหักได้ถึง 15,000 บาท

มาตรการนี้ครอบคลุมการใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม ถึง 15 ธันวาคม 2568 เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยเฉพาะเมืองรองที่ได้รับความนิยมลดลง

📌สนับสนุนภาคเอกชน: เสนอให้บริษัทหักค่าใช้จ่ายการท่องเที่ยวในประเทศ

ภาคเอกชนเสนอให้เปิดโอกาสให้นิติบุคคลที่ส่งพนักงานไปท่องเที่ยวในประเทศสามารถนำค่าใช้จ่ายดังกล่าวมาหักลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงการคลัง โดยจะเน้นให้นำงบประมาณเดิมที่มีอยู่มาใช้โดยไม่เพิ่มภาระงบใหม่

📌เพิ่มขีดความสามารถโรงแรม: หักภาษีลงทุนปรับปรุง 2 เท่า

รัฐบาลเตรียมเสนอให้โรงแรมโดยเฉพาะในเมืองรอง สามารถหักภาษีจากค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงโรงแรม เช่น การติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ติดโซลาร์เซลล์ หรือลดการใช้น้ำ ลดของเสีย ได้ในอัตรา 2 เท่า เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว

📌เร่งรัดเบิกจ่ายงบปีเก่า: หวังสร้างผลเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ

อีกประเด็นสำคัญคือการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ จากรายงานของกรมบัญชีกลางพบว่า ปีงบประมาณที่ผ่านมา มีงบประมาณคงเหลือกว่า 300,000 ล้านบาท ซึ่งไม่ได้ถูกใช้ทันเวลา ส่งผลให้รัฐมีเงินสะสมมาใช้ในปีนี้

รัฐบาลจึงตั้งเป้าหมายให้หน่วยงานเบิกจ่ายได้ไม่ต่ำกว่า 93% ของงบประมาณประจำ และไม่ต่ำกว่า 75% สำหรับงบลงทุน พร้อมทั้งให้รายงานความคืบหน้าเป็นรายเดือน และกำหนดเป็น KPI สำหรับหัวหน้าหน่วยงาน

📌มาตรการ Quick Win: ต้องเห็นผลในระยะสั้น กระจายประโยชน์ให้ทั่วถึง

นายกรัฐมนตรีได้มอบแนวทางให้ทุกกระทรวงจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) รายเดือน โดยเน้นโครงการที่ประชาชนได้รับประโยชน์โดยตรง มีผลกระตุ้นในระยะสั้น และสามารถกระจายรายได้ได้ทั่วถึงทั่วประเทศ

โดยกระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานแรกที่จัดทำนโยบายในรูปแบบ "Netflix Policy" ซึ่งจะวิเคราะห์ว่าแต่ละนโยบายใช้งบประมาณเท่าใด สูญเสียรายได้รัฐเท่าใด และสร้างผลประโยชน์ต่อประเทศได้เพียงใด

📌มาตรการภาษีสิ้นสุดมีนาคม 2569

มาตรการด้านภาษีทั้งหมด เช่น หักภาษีจากการท่องเที่ยว หรือการลงทุนปรับปรุงโรงแรม จะมีผลจนถึงเดือนมีนาคม 2569 เพื่อให้ผู้ประกอบการมีเวลาในการวางแผนปรับปรุงกิจการ

นายสิริพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า วันนี้มีประมาณ 3-4 ประเด็นที่ได้รับความสำคัญจากนายกรัฐมนตรี ได้แก่
- การเปิดตัวโครงการคนละครึ่งพลัส
- มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว
- การเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ
- การติดตามประสิทธิภาพของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในเชิงตัวเลขอย่างชัดเจน

นายสิริพงศ์ ระบุว่า ในสัปดาห์หน้า รัฐบาลเตรียมนำเสนอมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี และจะเร่งเดินหน้าทั้งในเมืองหลักและเมืองรอง เพื่อผลักดันเศรษฐกิจในช่วงปลายปีให้ฟื้นตัวอย่างมั่นคง