“ยศชนัน” โชวิชั่นยกเครื่องประเทศ พท.ทำได้ เบี่ยงตอบร่วมงานสีไหน บอกจำเป็นต้องร่วมมือทุกฝ่าย
โพสต์เมื่อ : 21 ม.ค 2569 เวลา 14:10 น.
“ยศชนัน” โชวิชั่นยกเครื่องประเทศ พท.ทำได้ เบี่ยงตอบร่วมงานสีไหน บอกจำเป็นต้องร่วมมือทุกฝ่าย
วันที่ 21 ม.ค. 2569 ที่พารากอนฮอลล์ สยามพารากอน มีการจัดเวทีสาธารณะ ประชันนโยบาย วิสัยทัศน์ THE REAL POLITICS “ ทางแพร่งประเทศไทย” ในช่วงเวทีที่ 3 ประเทศไทยภายใต้นายกชื่อ ... มีนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตพรรคเพื่อไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตจากพรรคประชาธิปัตย์ และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตพรรรประชาชนเข้าร่วม โดยนายยศชนัน แสดงวิสัยทัศน์มีเนื้อหาสรุปว่า นโยบายพรรคเพื่อไทยตั้งเป้าหมายว่าประเทศไทยต้องเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจมูลค่าสูง โดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำอย่างไรคนไทยถึงจะรวยและรวยยิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน เราต้องมีนโยบายให้นักคิดเจอกับนักปฏิบัติเพิ่อให้เกิดสิ่งใหม่ๆและแปลงเป็นรายอย่างสม่ำเสมอ รัฐบาลต้องกำกับดูแล 3 ยุทธศาสตร์การเติบโตสำหรับโลกยุคใหม่คือ1ส่งเสริมนวัตกรรม 2 การแข่งขันอย่างสมส่วน 3 หากจะอุ้ม อย่าไปอุ้มที่ธุรกิจ แต่อุ้มที่คนที่ล้มลงให้กลับมาสู่วงล้อเศรษฐกิจ อีกทั้งต้องยกเครื่องประเทศไทยและพรรคเพื่อไทยทำได้ ปัญหาเศรษฐกิจมีหลายอย่าง ต้องแก้ไขปัญหาทุกอย่างอย่างเป็นระบบคนที่ทำได้คือคนที่มีประสบการณ์ วันนี้เราจะยกเครื่องประเทศไทยทั้งระบบให้เป็นประเทศที่มีรายได้สูงขึ้นด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงต้องนำEvent ต่างๆ เข้ามาในประเทศไทย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว และบทบาทภาครัฐที่สำคัญคือมิติความมั่นคงและดูแลเรื่องอธิปไตย นี่คือจุดยืนของพรรคเพื่อไทย รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เชื่อมโยงไปกับหน่วยงานต่างประเทศ ในการต่อต้านคอร์รัปชั่น
เบี่ยงร่วมงานสีไหน บอกจำเป็นต้องร่วมมือทุกฝ่าย
เมื่อเข้าสู่ช่วงคำถาม พิธีกร ถามว่า พร้อมจะทำงานกับสีไหนหรือพรรคใด นายยศชนัน ตอบว่า พรรค เพื่อไทยทำงานได้ทุกฝ่าย หากเราตั้งเป้าว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มีรายได้สูงขึ้น ต้องช่วยเหลือประชาชนรากหญ้าเกษตรกร ทุกพรรคมีแนวนโยบายนี้ แต่ความเร่งด่วนไม่เหมือนกัน ฉะนั้นจะดูว่าพรรคไหนที่ให้ความเร่งด่วนเหมือนพรรคเพื่อไทย เมื่อถามว่าที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยมักจะมีอุบัติเหตุทางการเมือง จะป้องกันอย่างไร นายยศชนัน กล่าวว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ แต่คิดว่าวิสัยทัศน์และความจริงใจที่สื่อสารต่อประชาชนและทุกครั้งที่จะพูดคือพูดไปในเรื่องไปข้างหน้า คิดว่าอีกหน่อยประเทศไทยจะดีขึ้นกว่านี้ เมื่อขอให้นายยศชนัน ฝากคำถามถึงนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โดยนายยศชนัน บอกว่า เรื่องอธิปไตยเราพร้อมสนับสนุนทุกการตัดสินใจ โดยเฉพาะเรื่องอธิปไตยไม่มีฝักไม่มีฝ่ายและขอให้กำลังใจ เดือนต.ค.2568 เรายกเครื่องเพื่อไทย ตอนนี้เราพยายามเข้ามาในการยกเครื่องประเทศไทย ไม่มีพรรคการเมืองไหนที่จะสามารถทำได้สำเร็จ หากเราไม่ร่วมแรงร่วมใจกัน นอกจากพรรคการเมืองจะมีทั้งภาคเอกชนต่างๆ ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม เราพยายามลงไปหาเสียงให้กับพี่น้องประชาชนในการสื่อสารนโยบายและพร้อมที่จะดำเนินนโยบายเหล่านี้ และมาช่วยกันคิด และพยายามผสมผสานความคิดและนโยบายที่ดีของทุกฝ่าย เพื่อให้ประเทศไทยขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้
“อภิสิทธิ์” ชูแก้ทุจริตออกพ.ร.ก.อายัดทรัพย์ ปราบทุนเทา
ด้านนายอภิสิทธิ์ โชว์วิสัยทัศน์มีเนื้อหาสรุปว่า สิ่งที่ตนตนได้สัมผัสกับประชาชน ถ้ามีโอกาสนำพาประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง ถามว่าสิ่งที่ประชาชนต้องทนจะหมดไปได้อย่างไร ตนอยากพูดจากใจว่ารับรู้ถึงความทนของคนไทยทุกคน และอยากพูดในประเด็นที่เชื่อว่า อยู่ในใจคนไทยทุกๆคน คือประชาชนวิตกกังวลว่าทำไมประเทศเราเต็มไปด้วยทุจริต ไม่น่าเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้คำว่าทุนเทาเป็นคำที่ทุกคนต้องพูดถึง สิ่งสำคัญที่สุดบ้านเมืองต้องสุจริต ถ้าบ้านเมืองไม่สุจริต ไม่ต้องคิดว่าปัญหาอื่นจะแก้ได้ ถ้าเจาะจงทุนเทา สแกมเมอร์ เราเริ่มทำแล้วเรื่องเส้นทางการเงิน มีสำนักงานปราปบรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) แต่เราจะเพิ่มความเข้มข้น เอาคนที่เป็นอุปสรรคต่อการจัดการทุนเทาออกจากตำแหน่งโดยเร็ว โดยออกพ.ร.ก.เพิ่มเขี้ยวเล็บ ทั้งเรื่องอายัดทรัพย์ในกรณีที่ไม่สามารถอธิบายที่มาได้
ถัดมาเป็นการทนในเรื่องความยากจน ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง ถ้าเศรษฐกิจโตร้อยละ 2 ต่อปี ตำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน จึงกล้าประกาศว่าคนที่มาเป็นรัฐบาล ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน สำหรับเราใน 4 ปี เศรษฐกิจต้องกลับไปเติบโตอย่างน้อยร้อยละ 5 หนี้ครัวเรือนต้องกลับมาสู่ร้อยละ 60 และเรามีชีวิตของคนทุกกลุ่มที่ต้องดูแล จึงมีนโยบายที่ครอบคลุมชีวิตคนตั้งแต่เกิดจนตาย
อ้อนขอพลังตัวแปรกำหนดทิศ รบ.
เมื่อผู้ดำเนินราการถึงยุทธศาสตร์ในการโหวต จะมีผลต่อพรรคประชาธิปัตย์อย่างไร นายอภิสิทธิ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์จากที่พรรคสูญพันธุ์มาเป็นพรรคตัวแปร ถ้าเติมกำลังให้เรามากเท่าไหร่เราก็สามารถกำหนดทิศทางของรัฐบาลชุดหน้า เราให้หลักประกันได้มี 3 เรื่อง เราจะไม่ไปทำกับคนที่มีปัญหา ใครเป็นแกนนำเราไปดูให้เรื่องปัญหาการทุจริตการปราบทุนเทาและโยบายที่สร้างความแตกแยก เมื่อเป็นตัวแปรจะบอกว่าสิ่งเหล่านั้นอย่าเกิดขึ้นเลย เมื่อถามว่า ที่เคยประกาศว่าจะไม่จับมือกับพรรคการเมืองไหนยังจุดยืนเดิมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า“จับกับใคร ยืนยันทุกอย่างที่พูดไป ไม่จำเป้นต้องย้ำชื่อพรรค“ เมื่อถามถึง ความชัดเจนในการจับมือระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับเพื่อไทย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าเราพูดพรรคเพื่อไทยในอดีต ปัญหาในอดีตคือการถูกครอบงำ รัฐบาลก่อนหน้านี้ นโยบายที่มุ่งไปกาสิโน คริปโตฯ มาจากการถูกกำหนดประเด็น แต่คิดว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ค่อยได้พูดแล้ว ถ้าไม่มีประเด็นเหล่านี้ก็เป็นไปได้ แต่จะเป็นหรือไม่ขึ้นอยู่กับอนาคต และขณะนี้ ยังไม่มีใครประเมินว่าพรรคเพื่อไทยจะเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล แต่ถ้าของเก่าๆ เหล่านั้นกลับมางับประตูมือขาดทันที
z-z1603487247937.jpg)