“ยศชนัน” อ้อน ขอให้คนเชียงใหม่ไปเป็นนายกฯ บอกเศรษฐีเงินล้านคือโครงการหาเงิน
“ยศชนัน” อ้อน ขอให้คนเชียงใหม่ไปเป็นนายกฯ บอกเศรษฐีเงินล้านคือโครงการหาเงิน
วันที่ 30 ม.ค. 2569 ที่ตลาดกลางธารเกษตร อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯพร้อมด้วยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ช่วยนายณัฏฐ์พัฒน์ รัฐผไท ผู้สมัคร สส.เชียงใหม่ เขต 8 และนายยงยุทธ์ ยาวิชัย ผู้สมัคร สส.เชียงใหม่ เขต 9 หาเสียง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนมาฟังการปราศรัยเต็มพื้นที่ โดยทันทีที่นายยศชนันมาถึงได้มีประชาชนขอถ่ายรูป พร้อมมอบดอกไม้ มอบพวงมาลัยดาวเรือง พวงมาลัยแคบหมู และพวงมาลัยตะหลิว โดยนายยศชนัน ปราศรัยช่วงหนึ่งว่า สวัสดีพ่อแม่พี่น้องเชียงใหม่ทุกท่าน เชียงใหม่คือบ้านเกิดของตน คนเชียงใหม่คนนี้จะทำให้ดีที่สุดเพื่อนำประเทศไทยก้าวไปข้างหน้า วันนี้เราจำเป็นต้องเลือกให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดทั้ง 10 เขต จุดประสงค์ของพรรคการเมืองคือการส่งมอบนโยบายให้พ่อแม่พี่น้อง พรรคเพื่อไทยทำมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พลังประชาชน จนถึงเพื่อไทย ขอให้ตนเป็นนายกฯคนที่ 33 จากเชียงใหม่ และเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนเชียงใหม่เราจะเดินหน้าเรื่องอากาศสะอาด รวมถึง ยุทธศาสตร์ลำไยของประเทศชาติ เราทำต่อแน่นอน เรื่องโอท๊อปกำเนิดจากพรรคไทยรักไทย ตอนนี้ซบเซาลงไป รอบหน้าถือธงนำ เอาโอท๊อปไปขายระดับโลก
บอกเศรษฐีเงินล้านคือโครงการหาเงิน
นายยศชนัน กล่าวว่า เราอาจจะโดนโจมตีว่าเราจะหาเงินมาจากไหนแต่ไม่ต้องห่วง เราหาเงินเป็น โครงการที่จะนำเงินเข้ามาในประเทศ นำนักธุรกิจเข้าสู่ระบบ คือโครงการที่จะทำเรื่องการสร้างเศรษฐีเงินล้าน9คนทุกวัน หลายคนบอกเป็นเรื่องแจกเงิน แต่ข้อเท็จจริงเป็นเรื่องดึงคนเข้าระบบ ซึ่งตนห่วงใยพี่น้อง อยากดึงคนเข้าระบบ แต่การดึงคนเข้าระบบต้องมีแรงจูงใจ และนี่คือสิ่งที่เราเลือกให้ การจะหาเงินทำรถไฟ ทำถนนเป็นหน้าที่ของนักการเมือง ต้องหาเงินเข้ามาในประเทศ นี่คือสิ่งที่เราจะทำ และนี่คือวิธีคิดที่เราทำมาตลอดของพรรคไทยรักไทย ส่งมอบมาพรรคเพื่อไทย ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ ขยายโอกาส
“ยศชนัน” อ้อนขอคนเชียงใหม่เป็นนายกฯคนที่ 33
จากนั้นเวลา 11.00น. ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ปราศรัยช่วยนายภานุ เจริญสุข ผู้สมัครสส. เชียงใหม่เขต4 และ น.ส.อัจฉรารัตน์ นันทะเสน ผู้สมัครสส.เชียงใหม่ เขต 5 พรรคเพื่อไทย หาเสียง โดยเวทีนี้ มีนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯร่วมเวที ทันทีที่นายยศชนัน และคณะมาถึง ได้เดินทักทายประชาชนที่มารอรับฟังการปราศรัย ซึ่งนายยศชนันได้รับหมวกที่ทำจากลำไย ปักเลข 9 ไว้ด้านบน พวงมาลัยดอกดาวเรือง พวงมาลัยไส้อั่ว พวงมาลัยข้าวหลาม พวงมาลัยข้าวซอย โดยนายยศชนัน ปราศรัยช่วงหนึ่งว่า วันนี้ลูกหลานเชียงใหม่มาหาแล้ว จะมาบอกว่าขอเอาคนเชียงใหม่ไปเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทยได้หรือไม่ สิ่งที่พรรคเพื่อไทยมีคือต้นทุนและประสบการณ์ มีคนบอกว่าพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชนหายแล้วไปแล้ว แต่ตอนที่ตนเดินมามีแต่เพิ่มขึ้น ขอเลือกพรรคเพื่อไทยทั้งแผ่นดิน วันนี้หลายพรรคพยายามจะทำให้ประเทศแยกออกไปจากกัน เราไม่สนใจเราเดินหน้า เพราะประชาชนมาฟังว่าเราจริงใจแค่ไหนกับประชาชนและคิดตามได้เลยว่าเรา จะมีเงินอย่างไร ซึ่งเราจะเข้าไปพัฒนาคุณภาพชีวิตคุณภาพชีวิตและปากท้องของประชาชน ฉะนั้น ขอเลือกพรรคเพื่อไทยทั้ง 10 เขตเลยได้หรือไม่ให้ไปช่วยตน เพื่อให้ตนได้ทดแทนประเทศบ้านเกิดของตน คนเชียงใหม่จริงใจเสมอ วันนี้ตนขอเป็นนายกรัฐมนตรีของพ่อแม่พี่น้องทุกคน ขอให้เลือกทั้งคนและพรรค
“จุลพันธ์” เหน็บบางพรรคไม่เสนอนโยบาย สร้างแต่ขัดแย้ง
นายจุลพันธ์ ปราศรัยตอนหนึ่งว่า นโยบายเศรษฐีเงินล้าน หลายพรรคการเมืองกลัวมาก เพราะเขาบอกว่าจะเป็นการแจก แต่ความจริงนั้นเป็นการลงทุน แต่ละคนต้องให้ข้อมูลกับรัฐให้ครบถ้วน เพื่อรัฐจะได้นำข้อมูลไปบริหารจัดการให้ตรงเป้า และขณะนี้หลายพรรคการเมืองไม่นำเสนอนโยบาย แต่เสนอเรื่องความขัดแย้งเป็นหลัก พรรคเพื่อไทยยืนยันไม่เอายาเสพติด ไม่เอาสแกมเมอร์ เราปราบปรามอย่างรุนแรง ส่วนเรื่องเทาไม่เทา ทุจริตคอร์รัปชั่น พรรคเพื่อไทยไม่เอาเช่นกัน และบนเวทีปราศรัยคงไม่มีนักการเมืองคนไหนมานั่งบอกประชาชนว่าค้ายาเสพติด หรือเป็นคนเทาคนดำ เพราะมันหล่อกันทุกคน แต่วันนี้คำพูดไม่เพียงพอ บางคนชี้นิ้วใส่คนอื่นว่าเทาไม่เทา ปรากฏว่าโดนตำรวจรวบไปแล้ว 2 ไม่ได้โทษว่าเขา เพราะคนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ เจอผู้สมัครไม่รู้จักพ่อแม่ รู้จักเพียงแค่ตอนมาสมัคร จึงไม่โทษใคร แต่การที่บอกว่าดีคนเดียว ดีกว่าคนอื่นพรรคเพื่อไทยไม่ทำ ไม่เคยบอกว่าพวกเราเป็นเทวดา แต่พวกเราเป็นประชาชนและเป็นชาวบ้านเหมือนทุกท่านมีผิดมีถูก กิน ขี้ ปี้ เยี่ยวเหมือนกัน เวลานี้เป็นเวลาของประชาชนในการตัดสินใจเลือกตั้ง ซึ่งต้องตัดสินใจจากแนวนโยบาย และสิ่งที่ท่านจะได้รับจากการเลือกตั้งครั้งนี้
“ยศชนัน” พอใจโพลที่ตามหลังคะแนนขึ้น
เมื่อเวลา11.50น. ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่โพลทุกสำนักออก คะแนนของพรรคเพื่อไทยยังตามอยู่ ช่วงโค้งสุดท้ายพรรคจะทำอย่างไรเพื่อดันคะแนนขึ้นมา ว่า โพลเป็นการใช้หลักการวิทยาศาสตร์เป็นการสุ่ม โพลไหนที่เราได้น้อยเป็นไปไม่ได้ที่จะได้เยอะขึ้น แต่มีเปอร์เซ็นต์ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเราพอใจมาก ในกลุ่มที่เราได้น้อยเพิ่มขึ้นมา 3 % ทำให้เรามีกำลังใจไปต่อได้ ในทางกลับกันบางโพลที่เรามีคะแนนสูงมาก ทำให้เรามีความรู้สึกว่าสิ่งที่เราทำถูกต้อง ถูกหลัก สัปดาห์นี้โพล จะเป็นสัปดาห์สุดท้ายที่โพลจะออก จากนั้นจะเป็น 7 วันแห่งความจริง ทุกคนจะเห็นว่าเรามีเสียงสนับสนุนมากมายแค่ไหน จากการลงพื้นที่ ต้องเรียนว่าเรามาถูกทางแล้ว ประชาชนสามารถสื่อสารนโยบายของเราได้ชัดเจนและสามารถสอบถามนโยบายกับเราได้ เมื่อถามว่า ช่วงโค้งสุดท้าย บางพรรคมีการเลือกข้าง เพื่อแยกประชาชนออกจากกัน นายยศชนัน กล่าวว่า หน้าที่ของพรรคการเมืองคือการทำให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า ประชาชนจะเป็นคนตัดสินใจ
“จุลพันธ์” บอกไม่ถูกแบ่งแยกรักชาติ
เมื่อถามย้ำว่า ในช่วงสุดท้ายมีการใช้วาทกรรมแบ่งแยก ระหว่างรักชาติกับไม่รักชาติ พรรคเพื่อไทยมองอย่างไร นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เราเห็นวิธีการนี้มาหลายครั้ง เป็นการแบ่งแยกประชาชน เราเคยเห็นพรรคเทพกับพรรคมาร เพื่อแบ่งแยกประชาชนให้ตัดสินใจเลือกข้างใด ซึ่งขัดกับสถานการณ์ปัจจุบัน และจากโพลที่เปิดตัวนายยศชนัน เพียงแค่ 20 กว่าวัน เราติดท็อปสามเกือบทุกสำนัก ในการแข่งขันครั้งนี้เราจะมีโอกาสสูงมากที่จะชนะการเลือกตั้ง บางพรรคบอกว่าเป็นการเลือกระหว่างสองพรรค ซึ่งเป็นการปิดกั้นและดูถูกประชาชน อีกพรรคใช้คำว่ารักชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควร โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ชายแดน ทุกพรรคและคนไทยทุกคนเรื่องชายแดนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน พรรคเพื่อไทยเราไม่เคยพูดปฏิเสธการทำงานของรัฐบาลและเราให้การสนับสนุนรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ในเรื่องชายแดนอย่างเต็มที่ เรื่องของชาติเป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องอยู่ร่วมกัน
เหน็บแรงไม่เลือกเราเขามาแน่แต่เขากระโดงไปแล้ว
“การบอกว่าไม่เลือกเราเขามาแน่ แต่เขากระโดงไปแล้ว ถ้าเลือกเพื่อไทยเราจะให้ความเป็นธรรม เดินหน้าเรื่องคดีต่ออย่างแน่นอน ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพราะมีคำวินิจฉัยของศาลออกมาแล้ว ในเรื่องของเขากระโดง และจะตามต่อให้ครบถ้วน“ นายจุลพันธ์กล่าว เมื่อถามว่าถ้าพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยจับมือกัน เรื่องเขากระโดงจะสะดุดหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ในเวทีดีเบตหัวหน้าพรรคประชาชนถามตนว่าเรื่องนี้จะทำอย่างไร เราไม่มีข้อจำกัด และเราพิสูจน์แล้วว่าเรื่องนี้ท่านห่วงเรื่องคดี ตนห่วงกว่าท่านอีก เรื่องคดีเขากระโดง และคดีฮั้วสว. สิ่งที่เกิดขึ้น MOA มอบอำนาจให้รัฐบาลนายอนุทิน สถานการณ์เรื่องคดีความวันนี้ก็เห็น คดีเขากระโดงหายไป คดีฮั้วสว. เงียบหาย คดีความของสส. เต็มไปหมด แต่เป็นคดีของสส. ที่กำลังแข่งขันกับพรรคภูมิใจไทย ตรงนี้ทุกคนเกิดข้อกังขาในเรื่องของความยุติธรรมและความเหมาะสมของสถานการณ์ ในส่วนของพรรคเพื่อไทยเราพิสูจน์มาแล้วแม้แต่ตอนที่ร่วมรัฐบาลกัน เราก็ให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการด้วยความอิสระ ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็ออกมาว่ารัฐมนตรีทั้งนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกฯ และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่มีการแทรกแซง เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนปกติ เมื่อพิสูจน์อย่างนี้แล้วครั้งหน้าเป็นรัฐบาล ไม่ว่าจะร่วมกับใครก็ตาม พวกตนยังคงติดตามเรื่องที่ผิดปกติ ไม่ถูก ไม่ชอบอย่างเต็มที่
สงสัยเดินหน้าเปิด10 ชี้แต่คนภท.ใสกว่าใคร
เมื่อถามว่า มองประเด็นที่มีการบอกจะเปิดชื่อนักการเมืองเอี่ยวสแกมเมอร์อย่างไร นายจุลพันธ์ กล่าวว่า พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม รู้กฎหมายดีพูดชัดว่าพูดก่อนไม่ได้ ถ้าพูดก่อนติดคุกคนแรก เพราะเป็นขั้นตอนกฎหมาย แต่มีรัฐมนตรีที่ไม่เกี่ยวข้องหนึ่งท่านออกมาแถลงข่าวชี้นำสังคม เป็นกรณีที่ผิดปกติ และช่วงนี้สีน้ำเงินดูเหมือนจะใสกิ๊กผิดปกติกว่าคนอื่นเขา ซึ่งตรงนี้เป็นข้อสังเกตของทุกพรรคการเมือง ส่วนเรื่องคดีความ ไม่ว่าพรรคการเมืองใดเราปฏิบัติตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด พรรคสีส้มที่โดนไป 2 คน พวกตนไม่เคยไปพูด สิ่งที่ต้องทำคือการสร้างกลไก ไม่ใช่การออกมาพูดบนเวที หรือการพูดว่าตัวเองดีกว่าคนอื่น หรือตัวเองขาว วันนี้พรรคเพื่อไทยเสนอรัฐบาลดิจิทัล เพื่อให้กลไกทั้งหมดกำกับควบคุมคอรัปชั่น เมื่อถามว่าการออกมาเปิดรายชื่อในช่วงนี้ ทำให้มีความได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้งหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เป็นข้อสงสัยของทุกพรรคการเมืองว่าขณะนี้เป็นการใช้กลไกรัฐในการดำเนินคดี ในช่วงก่อนลงคะแนนเลือกตั้งหรือไม่
ไม่หวั่นอังเคิลกระทบคะแนนบอกดีได้แจง
เมื่อถามว่าในช่วงหลังมีการพูดถึงคลิปคังเคิล จะส่งผลกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า “ไม่ครับ ดีครับ พูดมาจะได้ชี้แจง เพราะเรายืนยันเจตนาของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ ในวันนั้น ถ้ามีใจที่เป็นธรรมจะเห็นว่า สิ่งที่ท่านทำในวันนั้นเพื่อยุติความรุนแรง ไม่อยากให้เกิดการปะทะและเสียชีวิต” เมื่อถามถึงการลงพื้นที่อีสานใต้ ที่เป็นพื้นที่ชายแดน มีความกังวลหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า เวลาเราสื่อสารเรื่องนี้กับประชาชน เราลงพื้นที่ตั้งแต่อีสานเหนือ และจะไปลงอีสานตอนกลางและตอนใต้ เราสื่อสารกับประชาชนได้ชัดเจนสิ่งที่เป็นข่าวกับการกระทำของเราไม่ตรงกัน เราพยายามทำนโยบายดูแลพื้นที่และปกป้องอธิปไตยต่างๆ เมื่อลงพื้นที่ไปประชาชนก็เข้าใจ สิ่งนี้ทำให้เรารู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงกำลังไปในทางที่ดี และพรรคเพื่อไทยพร้อมแล้วที่จะเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง
ดักทางย้ายขรก.หนักสุดช่วงนี้
เมื่อถามว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่ามีการถอนเงินแบงค์ 100 และ 500 เป็นจำนวนมาก พรรคเพื่อไทยมีจุดยืนเรื่องการป้องกันการซื้อเสียงอย่างไร นายยศชนัน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีกลไกตรวจสอบเรื่องนี้โดยตั้งคณะทำงานติดตามอย่างใกล้ชิก และอยากให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ระมัดระวังในเรื่องนี้เพราะเสียงของประชาชนในครั้งนี้สำคัญที่ทำให้ประเทศไปข้างหน้า เมื่อถามว่านอกจากการซื้อเสียงแล้ว มีความกังวลเรื่องการใช้อำนาจรัฐหรือไม่ นายจุลพันธ์ ตอบว่า มันเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้นจริงๆ เรื่องนี้ตนท้วงตั้งแต่ก่อนจัดตั้งรัฐบาลของนายอนุทิน แล้วว่าจะเกิดการโยกย้ายข้าราชการครั้งใหญ่เพื่อเตรียมการเลือกตั้งและก็เกิดขึ้นจริงๆ ขนาดเข้าสู่การเลือกตั้งก็ยังมีการโยกย้ายข้าราชการโดยเฉพาะในส่วนของกระทรวงมหาดไทยอย่างผิดปกติ เป็นการโยกย้ายนอกฤดูกาลที่มันใหญ่ขนาดนี้ ตนอยู่การเมืองมา 20-30ปี ไม่เคยเห็นการโยกย้ายที่ผิดปกติขนาดนี้ ตรงนี้เป็นข้อสังเกตที่ต้องเข้าไปตรวจสอบ มีการพูดกันว่าให้สัญญาเรื่องการเลื่อนขั้นจากผลการเลือกตั้งเราห่วงตรงนี้ อย่างไรก็ตามพรรคเพื่อไทยไม่กลัวเพราะเราผ่านการเลือกตั้งมาหลายครั้ง เจออุปสรรคลักษณะนี้มาหลายครั้ง เช่นการเลือกตั้งหลักการรัฐประหารเป็นเรื่องของอำนาจรัฐที่ปะทะกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งเรามีหลังพิงอย่างเดียวคือประชาชน ครั้งนี้ก็ไม่แตกต่างจากเดิมเรามีความเชื่อมั่นว่าประชาชนจะให้การสนับสนุนพาเราไปข้างหน้า“ยศชนัน” บุกเชียงรายใช้รถไฟความเร็วสูง-รางคู่ ดันท่องเที่ยวเชียงราย กั้นรั้วสกัดยาเสพติดไม่ให้เข้าประเทศ
จากนั้นเวลา 18.00 น. ที่โรงเรียนแม่จันวิทยาคม อ.แม่จัน จ.เชียงราย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกพรรคเพื่อไทย เดินทางมาปราศรัยช่วยผู้สมัคร สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ผู้สมัครสส.เขต2 เบอร์2 นายชัยยนต์ ศรีสมุทร ผู้สมัครสส.เขต6 เบอร์4 นายสง่า พรมเมือง ผู้สมัครสส.เขต7 เบอร์8 หาเสียง โดยมีนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภาฯ ร่วมเวทีด้วย โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนเดินทางมาฟังการปราศรัยเต็มพื้นที่ ทันทีที่นายยศชนันมาถึง ประชาชนที่มารับฟังการปราศรัย ต่างกรูกันเข้าไปกอดนายยศชนัน และถ่ายภาพเป็นที่ระลึก พร้อมมอบพวงมาลัยดอกดาวเรือง แหนม แคบหมู น้ำพริกตาแดง
นายยศชนัน ปราศรัยตอนหนึ่งว่า สวัสดีพ่อแม่พี่น้องเชียงรายทุกท่าน ยศชนันมารายงานตัว ตนเรียนที่เชียงราย 3 ปี ตั้งแต่อนุบาล 1 ถึง ป.1 ที่โรงเรียนอนุบาลเชียงราย ตนเป็นหนี้บุญคุณเชียงรายจึงขอมารับใช้ และขอเหมาทั้ง 7 เขต และหากใครมาหาเสียงต้องถามว่ามีนโยบายอะไรเป็นความหวังของเชียงราย วิสัยทัศน์เชียงราย คือเมืองแห่งความสุข สะอาด ปลอดภัย เมืองแห่งศิลปะวัฒนะธรรม การค้าสากล และคุณภาพชีวิตที่ดีของเชียงราย ตนจะเปลี่ยนให้เป็นความจริงในวันที่ 8 ก.พ. และพร้อมทำทันที และในพื้นที่เชียงรายประชาชนปลูก ชา กาแฟ พืชผักต่างๆ ตนจะเข้าไปดูความต้องการของรัฐและพร้อมทำให้ชาวเชียงรายทันที รวมทั้งจะพัฒนาการแปรรูปสินค้าเกษตร โดยจะทำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเพื่อจะให้รู้ว่าประชาชนผลิตอะไร ภาครัฐต้องการอะไร นอกจากนี้จะสนับสนุนการท่องเที่ยวโดยจะไปดูรถไฟฟ้าความเร็วสูงและรถไฟรางคู่เข้ามารับนักท่องเที่ยว
นายยศชนัน กล่าวว่า สำหรับเรื่องยาเสพติดเราจะประกาศสงครามยาเสพติดครั้งสุดท้าย จังหวัดเชียงรายต้องปราศจากยาเสพติด เราจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกับฝ่ายปกครองไปดูเพื่อพาคนเสพยาออกมาก่อน และการลักลอบเข้ามาตามชายแดนตามช่องทางธรรมชาติ ตรงไหนมีรั้วก็ต้องมีไม่ให้กลับเข้ามา แต่ทั้งหมดนี้ตนเข้าไปทํางานคนเดียวไม่ได้ ขอเอาคนเหนือเข้าไปรับใช้พี่น้องทํางานในสภาฯ ได้หรือไม่
z-z1603487247937.jpg)