닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมาก---7

“มูลนิธิช่างไทยฯ” ขอให้ตั้งคกก.ตรวจสอบจากรัฐและเอกชน ปมสะพานถล่ม-ถนนยุบ เชื่อตรวจสอบด้วยหน่วยงานภายนอกและเครื่องมือทันสมัยสร้างความมั่นใจให้ปปช. 



วันที่ 1 ต.ค. 68 ที่รัฐสภา นายฉัตร สุภัทรวณิชย์ ประธานคณะกรรมาธิการ พัฒนการเมืองการสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน พร้อมทั้งศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ในฐานะคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐานความปลอดภัย และการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ นายวสวัตติ์ กฤษศิริธีรภาคย์ เลขาธิการมูลนิธินายช่างไทยใจอาสา และนายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สส.กทม.พรรคประชาชน แถลงข่าวกรณีถนนสามเสนทมรุดตัว 

 นายวสวัตติ์ กล่าวว่าจากเหตุการณ์ถนนสามเสร็จยุบตัวเนื่องจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าซึ่งสะท้อนความเสี่ยงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนสูงและต้องได้รับการดูแลซึ่งกรณีดังกล่าวเปรียบเสมือนความบกพร่องที่หากไม่ได้รับการแก้ไขตั้งแต่ต้นจะลุกลามเป็นปัญหาใหญ่เช่นเดียวกับเหตุการณ์ถนนพระรามสองที่เกิดขึ้นอยู่หลายครั้ง หากมีมาตรการตรวจสอบที่ควบคุมเข้มงวดแม้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยจะชี้แจงว่าโครงการก่อสร้างทุกโครงการที่ดำเนินการอยู่มีมาตรฐานการออกแบบอย่างมีมาตรฐานซึ่งมูลนิธิมองเห็นว่าไม่เห็นด้วยเนื่องจากหากขั้นตอนเป็นไปตามมาตรฐานจึงย่อมไม่ควรเกิดเหตุการณ์การทรุดตัว เพราะเหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าความพร้อมที่ต้องมีการตรวจสอบอย่างอิสระและโปร่งใสเพื่อหาสาเหตุอย่างแท้จริงจึงขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนอิสระที่ประกอบด้วยผู้แทนจากภาครัฐและภาคประชาชน

ซึ่งเห็นว่าการตรวจสอบจากเทคโนโลยีที่ทันสมัยและหน่วยงานภายนอกจะสร้างความมั่นใจให้ประชาชนและควรเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการติดตามและแสดงความคิดเห็นและในระยะยาวควรจัดตั้งเฝ้าระวังในโครงสร้างขนาดใหญ่โดยผู้เชี่ยวชาญที่เป็นสหวิชาเข้ามาเพื่อดูแลอย่างยั่งยืนซึ่ง ข้อเสนอนี้จะช่วยยุตติโดมิโนแห่งความยั่งยืนเพื่อไม่ให้ลุกลามและเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนรวมถึงสร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานโครงสร้างและพื้นฐานของประเทศ

ด้าน ศ.ดร.อมร. เผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งสะพานถล่ม และถนนทรุดตัว ทำให้สภาผู้แทนราษฎรได้มีการตั้งกรรมการวิสามัญขึ้นมาเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยตัวตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต้องบอกว่าเป็นปัจจัยที่กระทบความปลอดภัยของสาธารณะชนเพราะสาเหตุที่แท้จริงนั้นตนยังไม่ได้ข้อสรุปแต่ตนนั้นเห็นว่ามีปัจจัยที่เกี่ยวข้องสามปัจจัยคือชั้นดีที่อ่อนของกรุงเทพ น้ำในดิน และการก่อสร้างใต้ดิน ซึ่งตอนนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไรกันแน่เพราะมีการคาดการณ์ข้อสันนิษฐานการเกิดเหตุเอาไว้ว่าเป็นสองปัจจัยหลักคือดินที่อยู่ระหว่างอุโมงค์  ที่เกิดจากการพังทลายโดยดินพังก่อนและทำให้อุโมงค์พังตามหรือโครงสร้างเกิดการพังทลายซึ่งเป็นแนวทางที่จะทำให้มีการสอบสวนและจะมีโครงสร้างอีกหนึ่งคือว่ามีในลักษณะเดียวกันหรือไม่และความปลอดภัยต้องมีอย่างไรบ้าง ซึ่งในส่วนนี้ทางสมาคมโครงสร้างนั้นมีข้อเสนออยู่สี่ข้อคือ ต้องมีการสอบสวนสาเหตุของการเกิดเหตุการณ์นี้โดยคณะกรรมการที่เป็นกลาง และต้องมีการเปิดเผยผลการสอบสวนดังกล่าวต่อสาธารณะชน ต่อมาคือต้องมีการตรวจสอบซ้ำในโครงการที่มีการก่อสร้างในลักษณะคล้ายกัน ทั้งที่ก่อสร้างอยู่และที่จะก่อสร้างในอนาคต รวมถึงต่อไปนี้ต้องมีการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างโครงสร้างใต้ดินในชั้นดินอ่อนให้เพิ่มสัดส่วนความปลอดภัยทางวิศวกรรมที่มากขึ้นและในข้อสุดท้ายก็ควรที่จะต้องมีการมีระบบติดตั้งอุปกรณ์เพื่อที่จะแจ้งเตือนเรื่องการเคลื่อนที่ของดินใต้ดิน ซึ่งเทคโนโลยีนั้นเรามีอุปกรณ์หรือเซ็นเซอร์ที่ใช้ตรวจจับแหล่งน้ำใต้ดินที่สามารถตรวจจับการเคลื่อนตัวของบนดินได้ซึ่งจะเป็นข้อเสนอที่มีความปลอดภัยให้กับสาธารณะชน

ด้านนายปารเมศ กล่าวว่า ที่ผู้เชี่ยวชาญทั้งสองท่านได้กล่าวไปนั้นในเรื่องของเทคนิคตน ได้เข้าไปให้ความเห็นต่อกรรมาธิการป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยเมื่อเช้านี้ ทราบมาจากผู้แทนรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร(รฟม.) ก็จะมีการจัดตั้งการตรวจสอบโดยกระทรวงคมนาคม ซึ่งจะให้มีองค์กรอิสระและองค์กรที่มีผู้เชี่ยวชาญวิชาการที่เป็นกลางและยุติธรรม เข้าไปร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงหาสาเหตุเพื่อจะชี้แจงและให้ความมั่นใจต่อประชาชนในการใช้และสัญจรทางสาธารณะในอนาคต ซึ่งทุกวันนี้ประชาชนตั้งคำถามมาที่หน่วยงานต่างๆรวมถึงตนว่าถนนของกรุงเทพ ยังปลอดภัยหรือไม่ ซึ่งตนบอกว่าเป็นคำถามที่น่ากลัวมากเพราะแสดงถึงความไม่เชื่อมั่นในการใช้ถนนสาธารณะจึงขอเรียกร้องให้มีการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างทุกรูปแบบ เพื่อที่จะให้ความมั่นใจกับประชาชนทั่วไปในการใช้ทางสาธารณะและตนขอเน้นย้ำว่าต้องมีหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญที่เป็นกลางและมีความรู้ความเชี่ยวชาญเข้ามานั่งอยู่ในคณะกรรมการตรวจสอบที่เกิดเหตุครั้งนี้รวมถึงต้องฝากเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่อยู่หน้างาน

ด้านนายฉัตร กล่าวว่ากรรมมาธิการจะรับเรื่องนี้และจะใช้พื้นที่การทำงานของกรรมาธิการในการรวบรวมข้อมูลและหน่วยงานองค์กรทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้มาพูดคุยตามหาข้อมูลข้อเท็จจริงและข้อมูลอันเป็นประโยชน์มาร่วมกันเพื่อที่จะหาทางออกเป็นกระบวนการหนึ่งที่จะสะท้อนข้อเท็จจริงสะท้อนผลการศึกษาการพิจารณาที่จะเป็นประโยชน์ในการหาทางออก หาทางแก้ให้กับปัญหาที่เกิดขึ้นวันนี้จะรับเรื่องร้องเรียนเอาไว้และจะเร่งบรรจุเข้าในวาระเพื่อช่วยเปิดพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญที่ดำเนินการจากภาคส่วนต่างๆมาพูดคุยและนำข้อมูลมารวมกันเพื่อแก้ไขปัญหา ให้เกิดประโยชน์ต่อไป