닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บ2ดเ้ะ

“ภูมิธรรม”ลั่น คดีแตงโมหากพบเชื่อมโยงใคร พร้อมดำเนินการเต็มที่ เลขาสมช.ยันอิสราเอล แค่มาเที่ยวอ.ปายข่าวลงโซเชียบเกินจริง ย้ำ แผนดับไฟใต้ใหม่ นำผู้เห็นต่างสู่สังคม คล้ายนโยบาย66/23 ยันไร้นิรโทษกรรม



เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2568  ที่โรงแรมชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพฯ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.กลาโหม และ พล.ท. คำเลียง อุทะไกสอน รัฐมนตรีกระทรวงป้องกันประเทศ สปป.ลาว  เป็นประธานร่วมในการประชุมคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนทั่วไป (GBC) ไทย - ลาว ครั้งที่ 29 โดยหารือหลายเรื่อง อาทิ ทั้งสองฝ่ายยืนยันจะดำรงและเพิ่มความร่วมมือที่มีอยู่ให้มากยิ่งขึ้นในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขปัญหาความมั่นคง  แก้ไขปัญหายาเสพติด เป็นต้น 


นายภูมิธรรม กล่าวถึงคดีการเสียชีวิตของดาราสาวแตงโม นิดา ที่มีตำรวจ และ นักการเมือง เข้ามาพัวพันหลายราย ว่า ถ้ามีอะไรที่ชัดเจนมาว่าพัวพัน เราก็จัดการตามกฏหมาย แต่ถ้าให้ลงลึกในละเอียดก็คงต้องให้ฝ่ายปฏิบัติ ทางตำรวจก็ต้องสอบสวน และข้อเท็จจริงก็มาจากหลายส่วนเหลือเกิน ก็ขอให้มีการดำเนินการไปก่อน ถ้ามีปัญหาชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับใคร ในฐานะที่ตนกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็จะจัดการเต็มที่ ไม่ให้มีปัญหา ตอนนี้ให้เป็นหน้าที่ของดีเอสไอไปหาข้อมูลหลักฐานก่อน ส่วนถ้าเกี่ยวพันกับตำรวจ หรือการละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ของใคร แล้วค่อยมาจัดการใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าว ขอดูข้อสรุปในกระบวนการยุติธรรมก่อน

 

นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวถึงปัญหานักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล ที่ไปเที่ยว อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน หลังคนในพื้นที่ร้องเรียนว่าไปตั้งชุมชนเตรียมยึดพื้นที่ ว่า เรื่องนี้นายกฯ ได้แถลงไปหมดแล้ว อาจเป็นเพราะลงโซเชียลมากเกินไป  และได้ถามผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน ก็แจ้งมาแล้วว่ายังอยู่ควบคุมได้ ไม่เป็นอย่างที่โซเชียลเผยแพร่ เมื่อถามถึงใน ส่วนที่มีชาวอิสราเอลมาเที่ยวเดือนละประมาณ 3-4 พันคน ไม่ผิดปกติใช่หรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า ทางผู้ว่าฯ ได้ตรวจสอบแล้วว่าเป็นนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยว ซึ่งในภาพรวมยังเป็นสถานการณ์ปกติ พื้นที่ดังกล่าวนักท่องเที่ยวยังเที่ยวได้ และอนาคตข้างหน้าไม่น่าจะกระทบความมั่นคงขนาดนั้น เพราะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เหมือนชาวต่างชาติมาเที่ยว โดยการแก้ปัญหาเบื้องต้นทางส่วนราชการได้เข้าไปทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่


นายฉัตรชัย กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำยุทธศาสตร์แก้ปัญหาภาคใต้ฉบับใหม่ หลังมีการส่งกลับมาให้สมช.ทบทวน ว่า ในยุทธศาสตร์ใหม่มีหลายประเด็น โดยเฉพาะการนำผู้เห็นต่าง กับเข้าสู่สังคม คล้ายกับนโยบาย 66/23 ยืนยัน ไม่ใช่การนิรโทษกรรม แต่จะใช้การเมืองนำการทหาร พร้อมย้ำว่าเป็นเพียงกรอบแนวความคิดเท่านั้น เพราะยุทธศาสตร์ยังไม่แล้วเสร็จอยู่ระหว่างการแก้ไข เราตั้งใจจะทำให้เป็นระบบมากขึ้น แทนที่จะทำเฉพาะจุดหรือเฉพาะเรื่อง เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นมากขึ้น ทั้งนี้ยังจำเป็นต้องมีการตรวจสอบกลุ่มเห็นต่าง แต่ต้องมีหลักเกณฑ์ชัดเจน ส่วน การแก้ไขปัญหาบุคคลสองสัญชาติ มีระบบอยู่ ซึ่งต้องเชื่อมโยง กับทะเบียนราษฎร์ ที่ผ่านมามีรายชื่อที่ตรวจสอบแล้วไม่ตรงกัน ส่วนการแก้ไขปัญหาในปัจจุบันนั้น ก็ยังคงดำเนินการอยู่ ได้รับความร่วมมือกับมาเลเซียเป็นอย่างดี เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล และประสานงาน ยืนยันว่ายุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาภาคใต้ฉบับใหม่ยังเป็นร่างและยังไม่ได้รับการรับรองเพียงแต่เป็นการยกตัวอย่างว่ามีประเด็นอะไรบ้าง หากแล้วเสร็จจะทำให้การทำงานเป็นระบบมากขึ้น และยืนยันว่าคณะพูดคุยสันติสุข ก็ยังคงมีอยู่ ตามนโยบายใหญ่ ที่กำหนดไว้ เพียงแต่รอ ให้นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว กลาโหมพิจารณาก่อน พร้อมส่งเข้าที่ประชุมใหญ่ สมช.ใหญ่ แต่ขณะนี้ยังไม่กำหนด ว่าจะเป็นห้วงเวลาไหน แต่เชื่อว่าจะเป็นแนวทางที่ดีขึ้น