“ภูมิธรรม” โต้กลับ “กัณวีร์” มัวแต่ฟุ้งด่าคนอื่น ยันชาวอุยกูร์สมัครใจกลับบ้าน
“ภูมิธรรม” โต้กลับ “กัณวีร์” ข้อมูลส่งตัวอุยกูร์ไม่ถูกต้อง ยันชาวอุยกูร์สมัครใจกลับบ้าน มองพลาดที่ไม่รับความจริง มัวแต่ฟุ้งด่าคนอื่น
เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่ 26 (สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 2) วาระพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เป็นวันแรกนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงกรณีส่งชาวอุยกูร์กับประเทศจีน หลังจากที่ นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ จากพรรคเป็นธรรม ได้อภิปรายเรื่องดังกล่าวว่า ด้านรัฐบาลได้คำนึงถึง 5 ข้อ ซึ่งเป็นหลักใหญ่ และเป็นกฎหมายที่ทั่วโลกยอมรับ และได้ดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามหลักนี้ทุกอย่าง ทั้งการใช้เวลาในการดำเนินการกับทุกหลายภาคส่วน ปรึกษาตัวแทนของแต่ละประเทศ เพื่อหาทางออก โดยได้ปรึกษาหลายประเทศที่เป็นประเทศที่สนใจเรื่องชาวอุยกูร์ไม่ว่าจะเป็นทางยุโรป หรือเอเชีย
“นายภูมิธรรม” ยืนยัน ว่าไม่เคยเลือกข้างอย่างที่ผู้อภิปรายได้กล่าวอ้างว่ารัฐบาลได้เลือกข้าง เพราะรัฐบาลรู้ดีว่าประเทศไทยแม้จะเป็นประเทศเล็ก ๆ แต่เป็นประเทศที่มีศักดิ์ศรีในตัวเอง เราในนามประเทศไทยไม่ได้มีสิทธิ์ไปเลือกข้าง และไม่อยากไปเลือกว่าต้องไปอยู่ข้างใด แต่สนับสนุนให้มีการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี โดยการเจรจา แต่สิ่งที่เราทำคือเรากำลังเลือกประเทศไทย ไม่ได้เลือกข้าง ไม่ได้เลือกใคร แต่เลือกประเทศไทย โดยเลือกให้ประเทศไทยสามารถเดินต่อไปได้ ทั้งนี้ตนเองไม่ได้ตัดสินใจเพียงคนเดียว เพราะทางนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ไปพิจารณาเรื่องนี้ ซึ่งได้ไปนำไปประชุมกับสภาความมั่นคง ประกอบไปด้วยรัฐมนตรีทั้งหมด 9 กระทรวง และได้ใช้เวลาหารือมาเป็นเวลายาวนาน ประกอบข้อกฎหมายทั้งหมด เพื่อการแก้ไขปัญหาให้ประเทศชาติให้หลุดพ้นจากความขัดแย้งเหล่านี้ อย่างไรก็ตามหากท่านผู้อภิปรายไปดูความคิดเห็นในโซเชียล ก็จะเห็นว่าคนไทยล้วนเห็นด้วยกับการส่งชาวอุยกูร์กลับประเทศจีน เพราะเขารู้ว่าไม่ใช่ภาระที่ประเทศไทยต้องมาแบก มองว่า การตัดสินใจในครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่กล้าหาญที่เอาประเทศไทยออกจากวิกฤต
นายภูมิธรรม มองว่า ข้อมูลจาก นายกัณวีร์มีข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหลายเรื่อง ตนเองตัดสินใจเดินทางไปมณฑลซินเจียงอุยกูร์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งตนเองก็อายุ 72 แล้วเดินทางยากลำบากมาก ก็เดินทางไปเพื่อต้องการพิสูจน์ให้เห็นด้วยตาว่าไม่ได้จินตนาการ แต่ต้องการไปดูจริง ๆ สภาพความเป็นอยู่เป็นอย่างไร โดยเดินทางร่วมไปกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงในประเทศ และตัวแทนจากสื่อมวลชนหลายสำนักอีกด้วย
กรณีที่มีผู้เห็นต่างว่ามีการรายงานข่าวโดยการเบลอหน้าชาวอุยกูร์นั้น “นายภูมิธรรม” ยืนยันว่า ตัวแทนจากสื่อมวลชนที่เดินทางร่วมไปตรวจเยี่ยมนั้นไม่ได้เห็นแบบเบลอหน้า อีกทั้งทางชาวอุยกูร์ได้เล่าว่าที่ผ่านชีวิตที่ยากลำบากมามากแล้ว การได้กลับมาเจอพี่น้องเป็นเรื่องที่ดี และเขาก็อยากเลือกอนาคตเขาเอง เขาไม่ได้อยากให้ใครคนอื่นมาเลือกอนาคตของเขา ซึ่งถ้าหาก “นายกัณวีร์” ไม่เชื่อ สามารถไปถามกับบุคคลที่เป็นตัวแทนสื่อมวลชนที่เดินทางไปร่วมกับตนเองก็ได้
กรณีที่ “นายกัณวีร์” บอกว่ารัฐบาลเล่นละครจากการส่งตัวชาวอุยกูร์กลับประเทศจีน “นายภูมิธรรม“ แนะนำว่า ”นายกัณวีร์“ สามารถเดินทางไปตรวจเยี่ยมด้วยตัวเองได้ ซึ่งจะได้รู้ว่าความเป็นจริงเป็นอย่างไร อยากให้อยู่กับความเป็นจริง ช่วยเหลือกันแก้ไขปัญหาของประเทศ สิ่งที่ ”นายกัณวีร์“ ทำจะรู้เท่าถึงการณ์หรือไม่เท่าถึงการณ์ก็ตามได้ อยากให้รู้สิ่งนั้นกำลังทำร้ายประเทศอยู่ เพราะสิ่งที่ ”นายกัณวีร์“ ได้พูดออกมาล้วน แต่ทำร้ายประเทศ ไม่ได้ทำให้ประเทศไทยดีขึ้น
นอกจากนี้ “นายภูมิธรรม” เผยว่าความห่วงใยของรัฐบาลยังไม่จบ เพราะอีก 2-3 เดือนข้างหน้ารัฐมนตรีการต่างประเทศจะเดินทางไปตรวจเยี่ยมอีกครั้งเป็นระยะ จึงอยากตั้งคำถามไปถึง ”นายกัณวีร์“ ว่าพอใจหรือยัง หรือว่าจะต้องให้ประเทศเสียหายไปมากกว่านี้ อยากให้ ”นายกัณวีร์“ คิดและดูเพราะ “นายภูมิธรรม” มองว่ารัฐบาลได้คิด และพิจารณามาอย่างเต็มที่แล้ว ซึ่งตนเองก็ภาคภูมิใจในสิ่งตนเองที่ได้ลงมือแก้ปัญหาด้านความมั่นคงแก้ไขปัญหาสิทธิมนุษยชนอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม “นายภูมิธรรม” เผยต่อว่า เรื่องอุยกูร์ “นายกัณวีร์” พลาดจริงๆ พลาด เพราะไม่ยอมรับความเป็นจริง เพราะไม่ใฝ่หาความเป็นจริง มัวแต่จินตนาการเที่ยวไปด่าคนอื่น แต่อยากให้เก็บเรื่องนี้ไปเป็นบทเรียน จะไม่ว่าว่ากันเพราะว่ามันผิดพลาดไปแล้ว เก็บเป็นบทเรียนดีกว่า แล้วก็มาทำการเมืองที่สร้างสรรค์
z-z1603487247937.jpg)