닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมาก-Recovered-Recovered1

“ภูมิธรรม” เผย ดินเนอร์พรรคร่วมฯ “ทักษิณ” เป็นเพียงการพูดคุยธรรมดาบนโต๊ะอาหาร ปัดสัมพันธ์ทักษิณ มีผลทางการเมือง มั่นใจ “แพทองธาร” ทำงานต่อ แม้ถูกจับตาเรื่องสัมพันธ์ “ฮุน เซน” มองเป็นเพียงสัมพันธ์ส่วนตัว ไม่ใช่ระดับทางการ บอก ไม่กังวลคดี ฮั้ว เลือก สว. ชี้ ไม่หวั่นไหว ภท. เดินสายดูด สส.รัฐบาลภาคใต้ บอก ต้องถามปชช.ว่าสิ่งที่พูดมันน่าฟังไหม

 

วันที่ 23 ก.ค. 2568 ที่กระทรวงมหาดไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์หลังจากดินเนอร์พรรคร่วมรัฐบาล(22 ก.ค. 68) ที่มีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมดินเนอร์ในครั้งนี้ด้วย ว่า ไม่ได้มีการกำชับอะไร เพียงแค่ คุยหารือกันเล่าเรื่องว่าเป็นอย่างไรก็เป็นธรรมดาในโต๊ะอาหาร ตามที่ใครนึกอะไรออกก็มีการชวนคุย

 

เมื่อถามว่าการบรรยายของนายทักษิณจะสามารถเพิ่มความมั่นใจให้กับพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อที่จะเดินหน้าต่อและมองไปถึงเป็นพรรคร่วมกันในอนาคตด้วย นายภูมิธรรม กล่าวว่า ต้องไปถามพรรคร่วมว่ารู้สึกอย่างไร

 

เมื่อถามว่าด้านนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มีความมั่นใจ ที่จะกลับมาทำงานต่อ นายภูมิธรรมกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้คิดว่าตัวเองทำอะไรผิด และได้มีการชี้แจงให้สังคมได้รับรับทราบชัดเจนสิ่งที่นายกรัฐมนตรีพูด เคยได้พูดซ้ำไปแล้วว่าเป็นเพียงการที่จะหาวิธีพูดเพื่อชักชวนให้ ฮุน เซน เข้ามาแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ร่วมกันกับเรา

 

“ทั้งที่จริงๆแล้ว เขาไม่ได้เป็นผู้นำประเทศโดยทางโต๊ะ แต่เขาเป็น ผู้มีอิทธิพลทางความคิดในประเทศกัมพูชา”

 

นายภูมิธรรม กล่าวถึงกรณี การพบปะระหว่างนายกรัฐมนตรีกับผู้มีอิทธิพลทางความคิดในประเทศกัมพูชา โดยย้ำว่าเป็นการพูดคุยส่วนตัว ไม่ใช่การหารือในระดับทางการ และไม่มีประเด็นใดที่กระทบต่อผลประโยชน์ของชาติ

 

“นายกรัฐมนตรีใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวคุยแบบลุงหลาน เป็นการสนทนาเพื่อสร้างความเข้าใจ ไม่มีเรื่องใดที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์แห่งชาติ จึงไม่มีอะไรที่ต้องกังวล”

 

ส่วนกรณีที่นายภูมิธรรมถูก สว. ฟ้องร้องในประเด็นเกี่ยวกับการประชุมคดีพิเศษของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นั้น นายภูมิธรรมกล่าวว่า ตนเองในฐานะประธานดีเอสไอในวันนั้น เข้าร่วมประชุมตามหน้าที่ เพื่อให้เกิดการพิจารณาอย่างรอบด้านและเป็นธรรมและตนไม่ได้เข้าไปแทรกแซงหรือชี้นำคดีใด ๆ เพียงทำหน้าที่เปิดให้มีการอภิปราย เพราะในที่ประชุมก็มีความเห็นทั้งสองฝ่าย ตนแค่เสนอให้กลับไปทบทวน 7 วัน แล้วกลับมาสรุปอีกครั้ง พร้อมบอกว่าถ้าตนเพียงทำหน้าที่ในฐานะประธานดีเอสไอเท่านั้น มาฟ้องตนตนไม่เข้าใจว่าต้องการเบี่ยงประเด็นหรืออย่างไรหรือไม่ พร้อมยืนยันว่าตนไม่ห่วงว่าจะมีข้ออะไรและได้ยืนเรื่องไปแล้ว โดยจะไม่มีการเพิ่มพยานบุคคลเพราะสิ่งที่ได้ชี้แจงไปชัดเจนทุกอย่าง และไม่เพิ่มหลักทรัพย์ประกันเพราะพูดในข้อเท็จจริงซึ่งจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล

 

เมื่อถามถึงสถานการณ์การเมือง ว่าขณะนี้พรรคภูมิใจไทยมีการเดินสาย อย่างล่าสุดไปภาคใต้จะไปดูดหรือทาบทาม สส. พรรคประชาธิปัตย์ มีสัญญาณว่าจะมีการเลือกตั้งใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ต้องถามประชาชนว่าสิ่งที่พูดมันน่าฟังไหม

 

ถามต่อว่าพรรคเพื่อไทยหวั่นไหวหรือไม่ที่เขาจะไปดูด สส.ซีกรัฐบาล นายภูมิธรรม กล่าวพร้อมหัวเราะว่า มันน่าดูดไหม จากนั้นเดินขึ้นห้องประชุมไปในทันที