“ภูมิธรรม” เผย "หลิว จงอี้" ขอโทษ ทำให้โดนวิจารณ์ว่ารุกล้ำอธิปไตยไทย
โพสต์เมื่อ : 19 ก.พ 2568 เวลา 16:56 น.
“ภูมิธรรม” เผย "หลิว จงอี้" ขอโทษ ทำให้โดนวิจารณ์ว่ารุกล้ำอธิปไตยไทย ปมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ชี้ ไทย-จีน ร่วมกันเสริมสร้างกลไกไตรภาคี มอง จะใช้มาตราการ 3 ตัดต่อไป จ่อ ส่งตัวคนกลับประเทศจีนพรุ่งนี้
วันที่ 19 ก.พ. 2568 ที่ กระทรวงกลาโหม นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หารือกับ นายหลิว จงอี้ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงและสาธารณะ แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เกี่ยวกับมาตรการในการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยมีนายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ได้เดินทางมาร่วมหารือด้วย
นายภูมิธรรม ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงข้อสรุปการประชุมเรื่องการแก้ปัญหาแก๊งคอลเซนเตอร์ว่า วันนี้ นายหลิว จงอี้ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงและสาธารณะ แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เดินทางมากับ นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย (ฑูตทหาร) และเจ้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้องทั้วหมด รวม 6 คน โดยในที่ประชุม นายหลิว ได้รายงานหลังจากการเดินทางไปประเทศเมียนมา ซึ่งได้พูดคุยกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ของเมียนมา และมาหารือเพื่อรายงานตน เพื่อหาข้อยุติในบางระดับ
โดยนายหลิว ได้เกิ่นนำว่า การที่ตนมาทำงานตรงนี้ เป็นไปตามที่ตกลงกันคือ ยืนยันเคารพอธิปไตยของประเทศไทย รวมทั้งเคารพกฎหมายภายในของประเทศไทยด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ นายหลิว ยืนยันตามที่ได้ตกลงกันไว้ตั้งแต่ต้น รวมทั้งยังขอโทษที่ทำให้เกิดความไม่เข้าใจกันในหมู่ประชาชน ที่ดูเหมือนนายหลิวนั้นเข้ามาลุกล้ำอธิปไตยถ่ายตามที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กัน ซึ่งนายหลิว กล่าวอีกว่า อาจจะเป็นความเร่งร้อนและความมุ่งมั่นมากเกินไปที่มีความห่วงใยต่อประชาชนของตนเอง จึงทำให้เกิดความไม่เข้าใจกันบ้าง จึงได้ขอโทษมา ขณะเดียวกัน "ตน" ตอบกลับไปว่า "ไม่เป็นไร" ซึ่งตนรู้ถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจของนายหลิวดี ตั้งแต่ทำข้อตกลงกัน ส่วนสิ่งที่ไม่เข้าใจกัน เราจะดำเนินการทำความเข้าใจให้เกิดความชัดเจนขึ้น และ นายหลิว ต้องการให้เราประชาสัมพันธ์เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนในประเทศไทยด้วย
ทั้งนี้ นายหลิว ยังชื่นชมกับการใช้นโยบาย 3 ตัด (ตัดไฟฟ้า ตัดเน็ต ตัดน้ำมัน) ของไทย รวมถึง นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ก็ได้ชื่นชมผ่านทาง นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่า ขอบคุณที่เห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ และร่วมทำงานอย่างเห็นผล รวมทั้งนานาชาติ ชื่นชมการตัดสินใจใช้นโยบาย 3 ตัด ในการแก้ปัญหาครั้งนี้และเห็นผลสำเร็จ ซึ่งอย่างน้อยก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเมียนมา จ.เมียวดี
นอกจากนี้ นายหลิว ยังพูดถึงช่วงที่ นางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี ไปเยือนประเทศจีน ว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามพรมดินแดน โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือการแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งนายหลิวต้องการเห็นกลไกไตรภาคีเกิดขึ้นตามที่ได้หารือกันไว้ ซึ่งการพูดคุยวันนี้จะทำให้เห็นถึงความร่วมมือในกระบวนการไตรภาคีให้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น รวมทั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (เมียนมา) ก็เห็นพ้องในการร่วมมือหารือไตรภาคีเพื่อหาทางออกเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อทำให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น และให้ทั้ง 3 ฝ่าย ไทย จีน และเมียนมา สามารถทำเรื่องดังกล่าวให้เป็นรูปธรรมของการทำงานไตรภาคีให้เป็นแบบอย่างในการแก้ไขเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติต่อไป
ขณะเดียวกัน นายหลิว ได้เสนอ 4 มาตรการปราบแก๊งคอลเซนเตอร์ โดยเรื่องแรก ต้องการให้เสริมสร้างกลไกไตรภาคี รวมกันในการแก้ไขปัญหา โดยต้องการให้สำเร็จเป็นรูปประธรรม และให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการประสานงาน และขณะนี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และรองผู้บัญชาการตำรวจของเมียนมา เข้ามาอยู่ในประเทศไทยแล้ว พร้อมเปิดการเจรจาใตรภาคีร่วมกัน หรือให้เริ่มเตรียมการก่อนก็ได้ ซึ่งทั้งหมดขึ้นอยู่กับการเห็นพ้องต้องกันของประเทศไทย ว่ามีความพร้อมเมื่อไหร่ในการดำเนินการ ซึ่งตนได้ตอบไปว่า เราเห็นพ้องต้องกัน และเชื่อว่ากลไดไตรภาคีเป็นความร่วมมือของ 3 ประเทศ ในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ ดังนั้น รัฐบาลไทยพร้อมให้กระทรวงการต่างประเทศตั้งไข่สร้างกลไกไตรภาคีขึ้นมาก่อน หากไม่มีอะไรคลาดเคลื่อน ภายในสัปดาห์หน้าคาดว่าจะมีการจัดประชุมไตรภาคีเกิดขึ้น ซึ่งขณะนี้ตนได้ให้กระทรวงกลาโหมประสานกับกระทรวงการต่างประเทศเพื่อทำให้ไตรภาคีเกิดเป็นรูปธรรม และทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน
ส่วนข้อเสนอที่ 2 คือ การส่งตัวคนจีนที่ประสบภัยและผู้ร่วมกระบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยจะขอให้มีการส่งตัวกลับ ขณะนี้มีประชาชนชาวจีนอยู่ที่ชายแดนที่ผ่านการตรวจคัดกรองประมาณ 600 คน โดยจะขอขึ้นบิน 3 เที่ยว เที่ยวละ 200 คน ส่งคนจีนกลับโดยห่างกันทุก 3 วัน โดยที่วันพรุ่งนี้ 20 กุมภาพันธ์ 2568 จะส่งอีก 200 คน และอีก 3 วันสุดท้าย หรือ 23 กุมภาพันธ์ 2568 จะส่งอีก 200 คน
ทั้งนี้มีการพูดคุยด้วยความยากลำบากในการส่งคนจีนกลับไปในเส้นทางที่เมืองหลวง จาก จ.เมียวดี เนื่องจากมีกับดักระเบิด ซึ่งระหว่างนี้อยู่การเจรจากับประเทศไทยว่าจะขอผ่านทางประเทศไทยตามแม่สอดโมเดลที่เคยทำเมื่อปี 2567 ด้วยการนำเข้ามาและส่งขึ้นเครื่องบินกลับไปยังประเทศจีน ซึ่งตนได้ตอบกลับในที่ประชุมว่า เอาเฉพาะ 600 คนก่อน ส่วนการเปลี่ยนแปลงหลังจากนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมและความร่วมมือกันโดยการเจรจากันในไตรภาคี
"อย่างไรก็ตามประเทศไทยเราได้มีเงื่อนไขว่า การจะเข้ามาขึ้นเครื่องบินในประเทศไทยต้องผ่านกระบวนการคัดกรองเสียก่อน แล้วต้องมีเครื่องบินมารอรับเรียบร้อยเราจึงจะให้ผ่านทางและขึ้นเครื่องบินออกไปโดยทันที" นายภูมิธรรมกล่าว
นอกจากนี้ทางประเทศจีนได้ยืนยันว่า หากไปถึงประเทศจีนแล้วและมีการตรวจสอบมากขึ้น ถ้าพบเครือข่ายต่างๆที่เกี่ยวโยงในประเทศไทยก็จัดส่งให้กลับไทย เพื่อเป็นการร่วมมือในการขนรากถอนโคนเครือข่ายที่สร้างปัญหาความทุกข์ให้กับประชากรของโลก
ส่วนข้อเสนอที่ 3 คือ ประเทศจีนต้องการให้ประเทศไทยคงการตัดไฟและตัดน้ำมันรวมถึงการตัดอินเตอร์เน็ตต่อเนื่องต่อไป เพราะเป็นสิ่งที่ได้ผลมากในการกดดันปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้หมดไป ซึ่งตนได้ตอบกลับไปในที่ประชุมว่า เรื่องดังกล่าวเราตั้งใจทำเช่นนั้นอยู่แล้ว และจะยังคงมาตรการต่อไปจนกว่าจะพิสูจน์ทราบได้ว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้หมดไปหรือทำให้เห็นว่าไม่ก่อให้เกิดปัญหาและความทุกข์ยากของประชาคมโลกอีก ส่วนสินค้าลักลอบผ่านพรมแดนเป็นเรื่องเกี่ยวกับศุลกากร เราไม่สามารถไปสะกัดห้ามได้ หากประเทศจีนมีเครื่องมือในการเอกซเรย์ตรวจก็สนับสนุนมา เรายินดีตรวจ หากมีสิ่งผิดปกติเราก็สามารถตรวจคนได้เลย อย่าง ตู้คอนเทนเนอร์ โดยทางจีนก็รับไปพิจารณาเพื่อมาพูดคุยในไตรภาคี
นายภูมิธรรม เผยอีกว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีมาตรการการซีลชายแดน 2 ชั้นอยู่แล้ว เพื่อไม่ต้องการให้ทุกอย่างหลุดรอดไป ทั้ง ยาเสพติด แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการค้ามนุษย์ ซึ่งได้ดำเนินมาตรการอย่างเข้มข้น คาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ซึ่งตนในฐานะที่ดูแลเรื่องนี้ได้สั่งการผู้บัญชาการทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ว่า ให้ดำเนินมาตรการที่เด็ดขาดในการจัดการเรื่องเหล่านี้อย่างเอาจริงเอาจังให้เกิดผล
ส่วนข้อเสนอสุดท้าย คือ ขอให้ประเทศไทยปิดกั้นทั้งหมด รวมถึงของอุปโภคและบริโภค โดยตนได้ตอบกลับในที่ประชุมว่า มาตรการ 3 ตัดเรายังคงไว้ แต่หากจะไปตัดเรื่องบริโภคทั้งหมด เราเป็นห่วงเรื่องมนุษยธรรม ประชาชนที่บริสุทธิ์ทั้งประชาชนไทยและเมียนมา ไม่ควรได้รับผลกระทบเกินความจำเป็น
นอกจากนี้ ในวันพรุ่งนี้ 20 กุมภาพันธ์ 2568 ตน กับ นางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี จะมีการต้อนรับ นายกรัฐมนตรีของประเทศลาว โดยจะมีการกินเลี้ยงกันที่ตึกสันติไมตรี คาดว่าจะเสร็จสิ้นในเวลา 14.00น. ส่วนพรุ่งนี้ 20 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 15.30น. ที่ท่าอากาศยาน บน.6 ดอนเมือง นายหลิว จงอี้ และฑูตทหาร รวมถึงคณะ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ของเมียนมา กับรองผู้บัญชาการตำรวจ เมียนมาร์ รวมไม่เกิน 20 คน กับฝ่ายไทย โดยที่จะมีตน รัฐมนตรีช่วย และปลัด รวมถึงเลขาและตัวแทนตำรวจ จะขึ้นเครื่องบินพร้อมกันที่ บน.6 ดอนเมือง ไป อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อพาไปให้เห็นความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมของทั้ง 3 ประเทศ ในการส่งคนจีนกลับไป
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวสอบถามเพิ่มเติมว่า การประชุมไตรภาคี ทั้ง 3 ฝ่าย จะประชุมกันที่ใดระหว่างแม่สอด กับกรุงเทพมหานคร นายภูมิธรรม กล่าวว่า คงเอาที่สะดวกที่สุดกับทุกฝ่าย และทางเมียนมาก็พร้อมพูดคุย จึงมาขอให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ส่วนการป้องกันการรับมือกับแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติจากฝั่งเมียนมาที่จะเดินทางมาไทยมีการป้องกันได้มากน้อยแค่ไหน นายภูมิธรรม กล่าวว่า ให้ดำเนินการตรวจสอบที่เมียนมา เนื่องจากเราไม่ต้องการให้เป็นภาระ หากมาตกค้างที่ไทย เราไม่อยากตั้งค่ายผู้อพยพอีก ซึ่งจึงต้องเคลียร์ให้จบในฝั่งของเมียนมาให้เรียบร้อย หากจะออกมาในส่วนน้อย ทางสถานทูตต่างๆก็ต้องมารับตัวไปดำเนินการทันที
z-z1603487247937.jpg)