닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมาก---6293

“ภูมิธรรม” ยืนยันไม่ได้สั่งหยุดยิง สมรภูมิสู้รบไทย-กัมพูชา ย้ำมอบอำนาจให้กองทัพมีอำนาจตัดสินใจเต็มที่ มีอิสระ ไม่ต้องรอคำสั่งฝ่ายการเมือง ย้ำหนักแน่นหลักการจุดยืนปกป้องอธิปไตยไทย

วันที่ 10 พ.ย. 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ชี้แจง ถึงกรณีพล.ท.บุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาค2 ระบุมีคำสั่งผู้ใหญ่ให้หยุดยิงในเหตุการณ์สู้รบไทย-กัมพูชา ในวันแรกว่า ในช่วงเหตุการณ์ปะทะระหว่างกองทัทไทยกับกัมพูชา ทำให้เกิดคำถามคาดเดาต่าง ๆ นานา สร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสังคม ในฐานะปฏิบัติหน้าที่รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลด้านความมั่นคง และประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เห็นว่าควรนำข้อเท็จจริงจากช่วงเวลานั้นมาอธิบายให้ประชาชนได้รับทราบอย่างชัดเจนดังนี้ 

1.หลังจากเกิดเหตุตึงเครียดชายแดนไทย–กัมพูชา รัฐบาลขณะนั้นเรียกประชุมสมช. วันที่ 6 มิ.ย.2568 มีมติสำคัญคือ มอบอำนาจให้กองทัพตัดสินใจได้ตามหลัก Rules Of Engagement (ROE) หมายความว่า กองทัพไทยมีอำนาจเต็มตัดสินใจเชิงยุทธวิธี เพื่อป้องกันประเทศตามสถานการณ์ในพื้นที่ ไม่ต้องรอคำสั่งจากฝ่ายการเมือง
 
2.การปฏิบัติการป้องกันประเทศครั้งนั้น มี 2 ระดับที่ชัดเจนคือ ระดับนโยบาย(รัฐบาล) กำหนดกรอบยุทธศาสตร์และแนวทางการเมือง เพื่อรักษาผลประโยชน์ชาติและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และระดับปฏิบัติ(กองทัพ) เป็นผู้ดำเนินการตามหลักยุทธวิธีและROE ที่ได้รับมอบอำนาจเต็มจาก สมช. ดังนั้น ความเชื่อที่ว่า มีคำสั่งหยุดยิงจากฝ่ายการเมือง ไม่ตรงข้อเท็จจริง ห้วงเวลานั้น กองทัพได้รับอำนาจการปฏิบัติอย่างอิสระ ภายใต้กรอบกฎหมายและกติกาสากล

นายภูมิธรรมระบุว่า 3.ตลอดช่วงสถานการณ์ มีการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างสมช. กระทรวงกลาโหม และกองทัพภาคที่เกี่ยวข้อง  สมช.ทำหน้าที่กำหนดทิศทาง เป็นศูนย์รวมข้อมูล ให้รัฐบาลใช้ตัดสินใจในเชิงนโยบาย ขณะที่หน่วยปฏิบัติได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายและเสรีในการปฏิบัติหน้าที่ ผ่านกลไกของกฎอัยการศึกเฉพาะพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับทำงานได้เต็มศักยภาพ ไม่ต้องกังวลผลทางกฎหมายภายหลัง กระบวนการขั้นตอนทั้งหมดรัฐบาลขณะนั้นมีหลักการสำคัญยึดมั่นสันติวิธีตามหลักสากล และเคารพอธิปไตยแต่ละประเทศ  แต่ไม่ยอมให้ใครละเมิดแผ่นดินไทยแม้แต่ตารางนิ้วเดียว  ทุกการตัดสินใจอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายและกลไกความมั่นคงรัฐ ในช่วงที่เป็นรมว.กลาโหมได้ประสานผู้นำเหล่าทัพต่าง ๆ อย่างให้เกียรติกัน หารือ รับฟังความคิดเห็นอย่างรอบคอบ เชื่อมั่นในความเป็นมืออาชีพผู้นำเหล่าทัพทุกท่าน ทำให้ภารกิจความมั่นคงประเทศผ่านไปด้วยความราบรื่น อำนวยประโยชน์ให้ประเทศสูงสุด  ยึดหลักความรับผิดชอบ โปร่งใส คำนึงผลประโยชน์ชาติเป็นสำคัญ 

ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า ทุกการตัดสินใจในช่วงเวลานั้น มีจุดยืนเพียงหนึ่งเดียวคือ ปกป้องอธิปไตยไทย ด้วยความรอบคอบ โปร่งใส หลีกเลี่ยงความรุนแรงเพื่อลดความสูญเสียกำลังพลและประชาชนตามแนวชายแดนให้มากที่สุด