닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ6

“ภูมิธรรม” ฟิตแบ่งงาน "บิ๊กแป๊ะ-บิ๊กรอย-สุรสิทธิ์-ธิติรัฐ" ลุยงานมั่นคง เข้มบูรณาการแก้ปัญหายาเสพติดเห็นผลชัดเจน


วันที่ 11 พ.ย. 2567 ที่ ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้นำนายธิติรัฐ อดิศรพันธ์กุล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมืองของนายภูมิธรรม พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ ที่ปรึกษารองนายกฯ พล.อ.นิพันธ์ ทองเล็ก กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี และพล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี เดินดูห้องทำงานของแต่ละคนภายในตึกบัญชาการ 1 จากนั้นนายภูมิธรรม ได้มอบนโยบายและแบ่งงาน 

ต่อมาเวลา 18.30 น. นายภูมิธรรม เปิดเผยว่า วันนี้เชิญทั้ง 4 ท่านมาพูดคุยเป็นครั้งแรก เพื่อวางแผนการทำงาน โดยได้แบ่งงานให้ช่วยกันดูในหน่วยงานที่กำกับและร่างนโยบาย ซึ่งทั้งหมดก็รับไป  โดยพล.อ.นิพัทธ์ ดูกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พล.ต.อ.รอย ดูงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กับ หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง พล.ต.อ.สุรสิทธิ์ ดูสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ซึ่งตนได้พาเดินไปดูห้องทำงาน แต่ห้องที่จัดไว้ยังไม่เรียบร้อยเท่านั้นไม่มีอะไรมาก

เมื่อถามว่างานด้านความมั่นคงเน้นย้ำอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนอยากให้มาดูว่างานด้านความมั่นคงแต่ละเรื่องมีอะไร และ อยากให้มาดูในรายละเอียดว่าแต่ละงานมีประเด็นปัญหาอะไรที่ควรจะต้องทำให้ได้ผลที่ชัดเจน  ซึ่งนโยบายด้านยาเสพติดเป็นเรื่องที่สำคัญที่ตนอยากดำเนินการให้แล้วเสร็จให้มีผลงานปรากฎชัด เพราะหน่วยงานต่างๆที่เราดูแลก็มีความเกี่ยวพันกับเรื่องยาเสพติดทั้งนั้น ทั้งกระทรวงกลาโหมกระทรวงยุติธรรม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช. ) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักข่าวกรองแห่งชาติ(สนช.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)  โดยให้ไปดูว่าจะบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างไร เพื่อทำให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดมีประสิทธิภาพมีประสิทธิภาพที่เข้มงวดขึ้น และสามารถที่จะทำให้เรื่องยาเสพติดทุเลาเบาบางลงได้ ตนก็ให้เรื่องนี้เป็นนโยบายสำคัญที่จะต้องทำให้เป็นจริงมากขึ้น

เมื่อถามต่อว่า จะทำให้มีความสอดคล้องกับนโยบายของนายกฯที่ประกาศให้หลายจังหวัดในประเทศเป็นพื้นที่สีขาวปลอดยาเสพติด นายภูมิธรรม กล่าวว่า  ในพื้นที่ต่างจังหวัดการแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ซึ่งหลายหมู่บ้านให้ความสำคัญมากกว่าเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง แสดงว่ามันมีความรุนแรงและรัฐบาลนี้มีนโยบายมีนโยบายที่ชัดเจนที่จะพยามทำให้ประสบความสำเร็จโดยเร็ว จึงเรียกมาพูดคุยเพื่อเตรียมการเรื่องเหล่านี้ รวมถึง การพูดถึงเอ็มโอยู 44 ที่เราไม่ได้มีปัญหา แต่มีเรื่องการจัดสรรผลประโยชน์ต่างๆ ที่จะต้องไปดูให้ถี่ถ้วน เพราะมันเป็นเรื่องสำคัญและทุกคนให้ความสนใจ