닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บ2พะัะัพ

“ภูมิธรรม-มาริษ-ณัฐพล” รายงาน ครม. ระบุสถานการณ์ชายแดนดีขึ้น กัมพูชา กลบ “คูเลต” สนามเพลาะพร้อมปรับกำลังกลับที่ตั้งเดิมเหมือนปีที่แล้ว ย้ำ 14 มิ.ย.คุย JBC ต่อ พร้อมยืนยันไทยไม่รับเขตอำนาจศาลโลก



เมื่อเวลา 11.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ที่มีน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมและ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ ได้รายงานต่อนายกฯและครม.ว่า การแก้ไขปัญหาชายแดน ไทย-กัมพูชา นับตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค. ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบางเรื่องไม่สามารถเปิดเผยได้ในทุกขั้นตอนของการเจรจา แต่รัฐบาลได้ยึดประโยชน์และความปลอดภัยของประชาชนและประเทศเป็นหลัก

นายจิรายุ กล่าวว่า ทั้งนี้ ผลการดำเนินการของกระทรวงกลาโหม และกระทรวงการต่างประเทศ ในการเจรจา ขณะนี้ได้ดำเนินการให้พื้นที่ ช่องบก จ.อุบลราชธานี กลับไปอยู่ในสภาพเดิมเหมือนเช่นเมื่อปี 2567 โดยรัฐบาลกัมพูชาได้ดำเนินการตามการเจรจาของรัฐบาลไทยเป็นที่เรียบร้อย โดยได้กลบคืน “คูเลต” (แนวสนามเพลาะ) คืนสู่สภาพเดิมและปรับกำลังกลับไปอยู่ในที่ตั้งเดิม ตามข้อตกลง MOU 43 ทั้งนี้ รัฐบาลพร้อมร่วมประชุม คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย – กัมพูชา (Joint Boundary Commission – JBC) ในวันที่ 14 มิ.ย.พล.อ.ณัฐพล ยืนยัน ประเทศไทยยืนยันไม่รับเขตอำนาจของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) หรือศาลโลก ส่วนการแก้ไขปัญหาชายแดนได้เสนอให้ไม่มีการปิดด่านถาวร โดยเน้นหลักการเรื่องความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก โดยได้ลำดับความสำคัญ เช่น การจำกัดคนเข้า-ออก จำกัดเวลาปิด การปิดบางจุด หรือปิดตลอดแนว ตามสถานการณ์ความเหมาะสม โดยมีเป้าหมายสำคัญให้ประชาชนได้รับความปลอดภัย