“ภูมิธรรม-ทวี” ออกเดินทางไปจีนแล้ว นำคณะสื่อดูความเป็นอยู่ชาวอุยกูร์ ขอพบชุดแรก
โพสต์เมื่อ : 21 มี.ค 2568 เวลา 12:57 น.
“ภูมิธรรม-ทวี” ออกเดินทางไปจีนแล้ว นำคณะสื่อดูความเป็นอยู่ชาวอุยกูร์ ขอพบชุดแรก
วานนี้ 18 มี.ค. 2568 เวลา 23.30 น. ที่ ท่าอากาศ 2 กองบิน 6 นายภูมิธรรม เวชชัย รองนายกฯ และกลาโหม พร้อมด้วย พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม พล.ต.อ.รอย อิงค์ไพโรจน์ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี และคณะผู้แทนไทย ออกเดินทาง ไปยังเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อไปดูชีวิตควาทเป็นอยู่ของชาวอุยกูร์ หลังจากประเทศไทยส่งกลับ เมื่อเดินทางไปถึง คณะจะแบ่งออกเป็น 2 ชุด คือ ชุดของนายภูมิธรรม กับ ชุดของ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ทั้งนี้ ที่ต้องมีการแยกคณะ เนื่องจากมณฑลซินเจียงเป็นพื้นที่ใหญ่มาก ใหญ่กว่าประเทศไทยถึง 3 เท่า และชาวอุยกูร์ต่างก็แยกย้ายกันกลับภูมิลำเนา ตามเมืองต่างๆในมณฑลซินเจียง ซึ่งอยู่ห่างไกลกัน โดยคณะต้องนั่งรถออกไป 250-300 กิโลเมตร นอกจากนี้ จะมีการหารือกับผู้นำศาสนาอิสลาม ที่มัสยิดอิดกะฮ์ รวมทั้งมีการประชุมหารือร่วมกับแพทย์ที่รักษาตัวชาวอุยกูร์ ก่อนที่ช่วงค่ำ จะหารือกับ นายหม่า ซิงรุ่ย เลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์ เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์
โดยนายภูมิธรรม ให้สัมภาษณ์ก่อนการเดินทางว่า ตนตั้งใจจะไปดู 40 คนที่เราส่งไปครั้งนี้ และขณะนี้ยังได้ขอทางจีนไปผ่านทางนายหาน จื้อเฉียง เอกอักคราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อเจอกับกลุ่มชาวอุยกูที่ส่งไปรอบก่อนหน้านี้ ซี่งก็ไม่ได้ปฏิเสธ คิดว่าจะพยายามจัดการให้ จนอยากให้เห็นว่ากระบวนการต่างๆสามารถทำให้ชาวอุยกูร์เลือกอนาคตของตัวเองได้ ตนตั้งใจเจอทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องและจะไปพบกับผู้นำทางศาสนาอิสลามในพื้นที่ที่คลายกับจุฬาราชมนตรีของไทย รวมถึงแพทย์ผู้ให้การรักษา เพื่อให้รู้ว่าเขากลับไปแล้วภาพเป็นอยู่เมื่อส่งกลับบ้านแล้วเป็นอย่างไร เราพยายามไปเจอที่บ้านให้ได้มากที่สุด แต่เท่าที่ทราบเขาอยู่ห่างไกลกันมาก เนื่องจากพื้นที่ซินเจียงอุยกูร์ เขาใหญ่กว่าไทยถึง 3 เท่า โดยจะพบกับชาวอุยกูที่อยู่ใกล้เมืองคาซือ ระยะทางห่างประมาณ 150 -170กิโลเมตร แต่ถ้าไกลกันมาก ก็ขอให้ซูมมาจะได้พูดคุยและเห็นหน้า พร้อมทั้งยังได้ขอนายหาน ให้สื่อมวลชนที่ไปกับคณะเข้าไปยังบ้านพักที่ตนเข้าไปพบด้วย ตนขอให้ทางการจีนยืดหยุ่นกับเรา ถ้ามีเงื่อนไขเต็มไปหมดแล้วไม่ได้เจอใครเลยถ้าไปอย่างนี้ตนตายแน่ เราอยากให้สื่อได้เจอ และคณะที่เดินทางไปนี้มีเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่คอยดูแลคนเหล่านี้ร่วมคณะไปด้วย เพื่อจะได้ช่วยในเรื่องการสื่อสารเพราะคุ้นเคยกัน
“เราอยากดูชาวอุยกูย์ตามสิ่งที่เขาเป็นเพื่อให้เห็นว่าตอนนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร รวมถึงการฝึกอาชีพให้กับเขาอย่างไร เพื่อให้รู้ว่าตอนนี้ต่างไปจาก 10 ปีที่แล้วอย่างไร และเหตุผลที่ขอให้เบลอภาพชาวอุยกูร์นั้นเพราะเป็นความประสงค์ของเขาเพราะเขาอยากกลับไปใช้ชีวิตแบบปกติ” นายภูมิธรรม กล่าว
z-z1603487247937.jpg)