닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมาก-Recovered8

“ภราดร” ยัน “นายกฯ” ไม่ขัดหากเปิดประชุมวิสามัญ ไม่ฟันธงยุบสภาหากฝ่ายค้านยื่นซักฟอก



วันที่ 20 พ.ค. 68 ที่รัฐสภา นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมาธิการแก้รัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเปิดประชุมวิสามัญการแก้รัฐธรรมนูญ นั้นทางรัฐบาลมีความเห็นอย่างไร ว่า ตนได้อยู่ในกรรมาธิการและได้เห็นถึงความก้าวหน้าของการพิจารณาและมีการประเมินการคากว่าในสัปดาห์หน้าโอกาสที่จะเสร็จสิ้นนั้นมีสูง ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะต้องมีการ ทบทวนร่างกันและหากไม่มีข้อผิดพลาดก็น่าจะเสร็จสิ้น ในส่วนของคณะรัฐมนตรีนั้นตนได้พูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าแนวโน้มในการที่จะเปิดสมัยวิสามัญซึ่งนายกฯก็ไม่ได้มีการขัดข้อง และยืนยันมาโดยตลอดว่าจะเร่งผลักดันให้รัฐธรรมนูญเดินหน้าได้เร็วที่สุด ส่วนการเปิดวิสามัญก็พร้อมหักกรรมาธิการเห็นทิศทางว่ากรรมาธิการมีความพร้อม ส่วนวันที่กำหนดไว้ก็จะไม่ต่างกับที่ตนเคยให้สัมภาษณ์มาตลอดซึ่งจะเป็นสัปดาห์ก่อนที่จะมีการเปิดสมัยสามัญทั่วไป คาดว่าเป็นไปได้จากเป็นวันที่ 8-11 ธ.ค. ส่วนจะเป็นในช่วงไหนนะต้องรอดูอีกทีนึง เพราะหากยังไม่เสร็จสิ้นก็จะพิจารณาต่อได้ในวันที่ 12 ธ.ค. สู้เป็นวันที่ประชุมสมัยวิสามัญ และโคทืออย่างจริงจังส่วนไหนสัปดาห์หน้าจะมีการเปิดสมัยสามัญหากกรรมาธิการพิจารณาได้เสร็จสิ้น 

เมื่อถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้านจะมีการยื่นอธิบายไม่ไว้วางใจนั้นจะ กระทบต่อการแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า เรื่องนี้หากจะดูว่าเป็นเหมือนคนละเรื่องแต่ก็สามารถถูกโยงไปได้ซึ่งแน่นอนว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นเดินหน้าไปสู่อะไรซึ่งเดินหน้าไปสู่การลงมติว่าจะไว้วางใจหรือไม่ต่อคนที่ถูกอภิปรายซึ่งต้องดูในญัตติว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งคณะ รายบุคคล เป็นอย่างไร ถ้าอภิปรายทั้งคณะและลงมติเกิดสองรัฐบาลเกิดแพ้คะแนนขึ้นมา นั่นก็หมายความว่าจะไม่มีรัฐบาลต่อ ซึ่งก็ต้องมีการหานายกรัฐมนตรีใหม่หรือเป็นอำนาจนายกรัฐมนตรี หากเห็นว่ามีการจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่จะตัดสินใจทางการเมืองยุบสภาหรือยุบสภา 

เมื่อถามถึงกรณีหักมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นนายกรัฐมนตรีจะได้รับมติการไว้วางใจ จากที่ประชุมสภา นายภราดร กล่าวว่ารัฐบาลและนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้กลัวการตรวจสอบแต่ด้วยตัวเลขที่ฝ่ายรัฐบาลได้เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ก็ประกาศมาตั้งแต่วันแรกที่เป็นรัฐบาลว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย การจะดำเนินการใดใดที่จะชนะในตัวเลขทางสภาแทบจะเป็นไปไม่ได้หากขาดความร่วมมือจากสมาชิกทั้งหมด แต่ในสมัยประชุมแล้วสิ่งที่รัฐบาลทำก็คือการประสานงานกับทุกพรรคในการที่จะพิจารณากฎหมาย ในส่วนของกฎหมายที่ไม่มีพรรขัดแย้ง สู้ก็พะเยาผ่าความเห็นป้องกันในเรื่องการพิจารณากฎหมาย เพราะในสมัยประชุมที่แล้วนั้นกฎหมายผ่านเยอะมาก จนคิดว่าสองปีของสภาชุดนี้กับช่วงสี่เดือน การผ่านกฎหมาย ในช่วงสี่เดือน แทบจะมากกว่า นี้เป็นเหตุว่าการทำงานของรัฐบาลเสียงข้างน้อยต้องหาความร่วมมือทุกฝ่าย ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจก็เป็นไปไม่ได้ที่เสี่ยงของรัฐบาลจะชนะเสียงของฝ่ายค้าน แต่ก็ต้องไปดูว่าการลงมติตามรัฐธรรมนูญ 151 การที่ที่จะไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีได้ก็ต้องใช้เสียงมากกว่ากึ่งหนึ่ง ก็ต้องไปดูว่าเมื่อมีการลงมติแล้วจะสามารถมีเสียงไม่ไว้วางใจถึง 247 เสียงหรือไม่