닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมาก---2

“ภราดร” จวก “ฉลาด” ไม่เป็นกลาง เข้าข้าง “เพื่อไทย” หลังถกวิป2 ฝ่ายไร้ข้อสรุปวันโหวตเลือกนายกฯ อ้าง 2 เหตุผล รอศาลรธน.-ยุบสภา ลั่น “ภูมิใจไทย” เข้าตามตรอกออกตามประตู ยังเชื่อ “วันนอร์” บรรจุวาระเร่งด่วนทัน 



วันที่ 3 ก.ย.  2568  ที่รัฐสภา นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย กล่าวหลังการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร(วิป) ว่า หลังจากที่นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 และนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส. บัญชีรายชื่อ ประธานสส.พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล แถลงว่า ที่ประชุมวิป 2 ฝ่าย ไม่มีข้อสรุปนั้น  ตนขอตำหนิการทำหน้าที่นายฉลาด ประธานในที่ประชุม ท่านไม่ได้ทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง แต่เข้าข้างพรรคการเมืองที่สังกัด   ในที่ประชุมฝ่ายในช่วงเช้าพรรคประชาชนแถลงการณ์ชัดเจน ในช่วงสายนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เซ็น MOA กับพรรคประชาชนเรียบร้อย ตนในฐานะสส. จึงยื่นหนังสือให้กับนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ ตามกติกามารยาทว่า ได้รวบรวมเสียงเพียงพอแล้ว สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 5 ก.ย. นี้ได้ แต่ในที่ประชุมวิปทางพรรคเพื่อไทย ยก 2 เหตุผล คือเรื่องวันประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้ นายสราวุธ ทรงศิวิไล ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และภายหลัง ราชกิจจานุเบกษาประกาศลงวันที่ 30 ส.ค. ฉะนั้นข้อสงสัยว่า จะเกิดปัญหากับคำวินิจฉัยหรือไม่ จึงไม่สมควรที่จะเป็นข้อสงสัยอีกต่อไป  แต่พรรคเพื่อไทย ได้รวบรวมชื่อ 20 สส. ให้ประธานสภาฯ ส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความ อ้างว่า ยังอยู่ในกระบวนการของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นเหตุให้ยังไม่สามารถเลือกนายกฯ ในวันที่ 5 ก.ย. นี้ได้

“ส่วนอีกหนึ่งเหตุผล เรื่องการยุบสภา ซึ่งตนเห็นว่าการประกาศยุบสภาต่อสาธารณะ เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ไม่สมควร และไม่บังควรเป็นอย่างยิ่ง ในประเพณีปฏิบัติที่ผ่านมา ไม่เคยมีการประกาศยุบสภาต่อหน้าสาธารณะชน เพราะอำนาจยุบสภาเป็นอำนาจขององค์พระมหากษัตริย์ ตนและน.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส. อุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย ได้ทักท้วงในที่ประชุมว่า หนังสือที่เชิญมาประชุมคือ ให้พิจารณาการบรรจุวาระเลือกนายกฯ ในวันที่ 5 ก.ย.นี้หรือไม่ แต่ในที่ประชุมไม่มีการพูดถึง  มีเพียง 2 เรื่องที่นำมากล่าวอ้าง ในขณะที่พวกตนได้แสดงเหตุผลว่า ในฝ่ายนิติบัญญัติไม่มีหน้าที่ต้องรอคำวินิจฉัยของฝ่ายตุลาการ หรือฝ่ายบริหารจะมีความคิดเห็น ว่าจะยุบสภาก็เป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร ส่วนฝ่ายนิติบัญญัติก็ดำเนินการตามบทบาทหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ เมื่อนายกฯ พ้นจากตำแหน่ง  สภาฯจำเป็นต้องเลือกนายกฯโดยด่วน และเมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วก็ควรดำเนินการตามข้อบังคับ   ผมเข้าตามตรอกออกตามประตู วันนี้ยื่นหนังสือ 24 ชม. หรือ 1 วันตามข้อบังคับ ประธานสภาฯสามารถบรรจุระเบียบวาระเร่งด่วนเพื่อให้สภาฯได้มีการประชุมหารือกันได้  แต่ในที่ประชุมวิป ไม่มีข้อสรุป และได้นำข้อเสนอของทั้ง 2 ฝ่าย คือ พรรคภูมิใจไทยได้เสนอว่าให้เลือกนายกฯ วันที่ 5 ก.ย. และทางพรรคเพื่อไทยเสนอให้เลื่อนไปก่อน โดยไปแจ้งต่อประธานสภาฯ ซึ่งอำนาจในการบรรจุระเบียบวาระเป็นอำนาจของประธานสภาฯโดยแท้ ก็อยู่ที่ประธานสภาฯ ว่าจะให้ความสำคัญกับองค์กรนิติบัญญัติหรือไม่ จะเดินหน้าทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติหรือไม่” นายภราดร กล่าว 

เมื่อถามว่าประธานสภาฯจะบรรจุทันภายในสัปดาห์นี้หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า  ทันครับ ตามข้อบังคับ ประธานสภาฯ สามารถบรรจุเป็นวาระเร่งด่วนได้และหวังว่าประธานจะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ อย่างตรงไปตรงมา และเราในฝ่ายนิติบัญญัติต้องแยกอำนาจให้ชัด ซึ่งมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ คือการเลือกนายกฯ คนใหม่โดยเร็ว ฉะนั้น ต้องคาดหวังจากประธานสภาฯ ว่าจะเร่งบรรจุระเบียบวาระ       

เมื่อถามว่า  หากมีการแก้เกมยื้อเวลาแบบนี้ไปเรื่อยๆ จะแก้แกมอย่างไร  นายภราดร กล่าวว่า ตนเชื่อมั่นว่าประธานรัฐสภาเป็นผู้ใหญ่ และในช่วงที่ไปยื่นหนังสือ ท่านบอกจะทำตามรัฐธรรมนูญและทำตามข้อบังคับ ซึ่งมั่นใจว่าประธานจะทำหน้าที่เพื่อความเป็นกลางและบรรจุระเบียบวาระในวันศุกร์ที่ 5 ก.ย.