닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บ2ัะีะัี

“พีระพันธุ์” เคลียร์ปมถูกพาดพิง“คดีแตงโม”ลั่นไม่เคยช่วยคนทำผิดทุกกรณี แจงรู้จัก“ปอ“แค่ฐานะคนทำธุรกิจซื้อขายรถยนต์-เปิดอู่ซ่อม เชื่อโทรหาอีกหลายคน



วันที่ 13 ก.พ.นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงกรณีที่มีการพาดพิงในข่าวเกี่ยวกับคดีดาราสาว “แตงโม”ว่า มีหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาโทรศัพท์หาว่า ตนเป็นคนทำงานการเมืองที่ต้องดูแลประชาชน  จึงเป็นเรื่องปกติที่จะมีคนโทรหาตลอดเวลา ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักเป็นคนที่มีปัญหาเดือดร้อน เมื่อมีสายโทรศัพท์เข้ามา ตนก็รับตลอด แต่ถ้ารับไม่ทัน ก็โทรกลับไปเป็นเรื่องปกติ ส่วนผู้ที่ถูกกล่าวหานั้น ตนรู้จักในฐานะที่เขาเป็นคนทำธุรกิจซื้อขายรถยนต์และเปิดอู่ซ่อม ในวันที่เกิดเหตุเขาได้เล่าให้ฟังว่าเพื่อนของเขาประสบอุบัติเหตุตกน้ำและขอคำแนะนำว่าเขาต้องทำอะไร ตนจึงบอกให้ไปแจ้งตำรวจเป็นอันดับแรก และหลังจากนั้นตนก็ไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวในเรื่องนี้อีกเลย

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า สำหรับคุณปอที่เป็นประเด็นปัญหา ตนเรียนว่ารู้จักเขาในฐานะที่เขาเป็นคนทําธุรกิจซื้อขายรถยนต์ แล้วก็เปิดอู่ซ่อม ตนเคยซื้อรถยนต์จากเขา แล้วก็ซ่อมรถกับเขามาก่อน เพราะฉะนั้นเลยรู้จัก แต่วันนั้นเขาไม่ได้มีคดีความอะไร แม้แต่วันที่เกิดเหตุ ตนก็ไม่รู้ว่าเกิดเหตุอะไร เมื่อมีคนโทรศัพท์มา ตนรับโทรศัพท์ไม่ทัน ตนก็โทรกลับ ก็เป็นเรื่องปกติ พอตนโทรกลับ คุณปอเขาบอกว่า เขาไปลงเรือกับเพื่อนๆ ปรากฏว่าเพื่อนเขาประสบอุบัติเหตุตกน้ำ เขาเองก็กำลังตกใจ พูดไม่ค่อยเข้าใจ ตนก็เลยบอกว่า ค่อย ๆ เล่าเรียบเรียงเหตุการณ์พอเขาเรียบเรียงเหตุการณ์มาเสร็จ เขาก็ถามตนว่าเขาต้องทําอย่างไร ตนก็บอกว่าสิ่งที่คุณต้องทําอันดับแรกคือคุณก็ต้องไปแจ้งตํารวจ ไปที่สถานีตํารวจสักแห่งหนึ่งก็ได้แล้วก็ไปเล่าให้เขาฟัง จุดเกิดเหตุอยู่ไหน แล้วจะต้องทําอย่างไร ไปแจ้งที่ตํารวจที่ สน.อะไรก็ว่ากันไปตามนั้น ก็เท่านี้ล่ะ ไม่ได้มีอะไร เขาโทรหามาประมาณกี่โมง ตนจําไม่ได้หรอก มัน 3 ปีแล้วมั้ง แต่เป็นกลางคืนอย่างนี้แหละ 

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า สำหรับตนมันเรื่องปกติ เพราะว่าชาวบ้านก็ดี ใครก็ดี โทรมาหาตนตลอดเวลาอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นประเด็นมันมีเท่านี้ แล้ววันนั้น เราก็ยังไม่รู้ว่าเกิดเหตุ แล้วตนก็ไม่รู้ด้วยว่าใครเป็นผู้ประสบเหตุ เพราะเขาไม่ได้บอกตน แต่ถึงบอกตนก็ไม่รู้จัก เพราะตนเป็นคนไม่รู้จักดาราเลย มารู้อีกทีที่เป็นข่าววันรุ่งขึ้น แล้วตนก็ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับเขา คดีความเขาเป็นอะไรเราก็ไม่เคยไปยุ่งเกี่ยว ไม่เคยไปให้คําแนะนําทางกฎหมาย หรือว่าไปช่วยเหลืออะไรเลย ก่อนที่เขาจะเกิดเหตุเป็นข่าวขึ้นมา เขาก็เป็นคนทําธุรกิจที่เรารู้จักธรรมดา ไม่ได้แปลว่าเราจะต้องไปเกี่ยวข้องอะไรกับเขา ตนเชื่อว่าวันนั้น เขาคงไม่ได้โทรหาตนคนเดียวหรอก แต่ทําไมต้องเอาตนอ้างขึ้นมา

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า หลักความยุติธรรมที่ตนยึดมั่นมาตลอดว่า “เราไม่มีวันรู้หรอกว่าใครจะโทรหาเรา และเราก็ไม่มีวันรู้หรอกว่า แต่ละคนที่เรารู้จัก เขาไปเกิดเหตุอะไร แต่ถ้าใครทําอะไรผิด ตนไม่เคยช่วย ไปเช็คประวัติตนดูได้ ถ้าผิดก็ว่าไปตามผิดอยู่แล้ว แต่ที่สําคัญคือตนจะไปเกี่ยวอะไรกับเขา ในเมื่อคดีนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับตน แล้วตนจะต้องเอาหน้าที่การงานไปเสี่ยงเพื่ออะไร อย่าว่าแต่คุณปอเลย แม้แต่ตัวเอง เกิดเรื่องอะไร ก็ไม่เคยใช้ตําแหน่งหน้าที่ไปทําอะไรให้จากผิดเป็นถูก ผิดก็ต้องยอมรับผิด ตนเป็นอย่างนี้อยู่แล้ว คนที่รู้จักตนจะรู้อยู่แล้วว่าตนเป็นยังไง เพราะฉะนั้นอย่าว่าแต่กรณีนี้เลย ไม่ว่ากรณีไหนตน ไม่เคยเข้าไปช่วยคนที่ทําผิด