닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมาก---6569

“พีระพันธุ์-รวมไทยสร้างชาติ” ตั้งศูนย์ประสานงานแก้วิกฤติผู้ประสบอุทกภัย จี้ รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำประปา ไฟฟ้า การสื่อสาร ต้องมีให้ อย่าลืมจังหวัดอื่นน้ำก็ท่วม แนะ 3 ข้อฟื้นฟู-เยียวยาปักษ์ใต้ ซัดรัฐบาลไม่ได้ใช้กฎหมายที่มีแก้สถานการณ์ ย้ำ ไม่ใช่วันที่จะมาหาคนผิด ลั่นจองกฐิน เปิดสภาเมื่อไหร่ เจอกระทู้ถามแน่

วันที่ 1 ธ.ค. 2568 ที่รัฐสภา นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) พร้อม สส. เลขาธิการและสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ แถลงข่าวถึงปัญหาอุทกภัยที่เพิ่งเกิดขึ้นในภาคใต้ ว่า ปัญหาน้ำท่วมไม่ใช่เพิ่งเกิดที่ภาคใต้ ที่ผ่านมา เริ่มเกิดขึ้นที่ภาคกลาง ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  อ่างทอง อยากเรียกร้องให้รัฐบาลอย่าลืมจังหวัดต่างๆ แม้วันนี้เหตุรุนแรงเกิดขึ้นที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และในภาคใต้ก็ไม่ได้มีเฉพาะที่หาดใหญ่จังหวัดสงขลาเท่านั้น ยังมีที่จังหวัดนครศรีธรรมราช , สตูล , ตรัง ,พัทลุง , นราธิวาส ,ปัตตานี และจังหวัดยะลาด้วย จึงขอให้กำลังใจพี่น้องประชาชนในทุกจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย  ทั้งนี้ พรรครวมไทยสร้างชาติได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานแก้วิกฤติผู้ประสบอุทกภัยของพรรค เพื่อเป็นพี่เลี้ยงให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนทุกพื้นที่โดยประชาชนสามารถติดต่อพรรคได้ในทุกช่องทาง เช่น โทรศัพท์หมายเลข 062-2627416 และ ที่เพจ Facebook พรรครวมไทยสร้างชาติ 

นายพีระพันธุ์ กล่าวต่อว่า  ตนขอเสนอ 3 ขั้นตอนให้รัฐบาลเร่งแก้ไขคือ  ข้อ 1.เร่งแก้ 5 เรื่องสำคัญ ได้แก่ 1.)ความสับสนเรื่องตัวเลขผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ รัฐบาลควรเร่งรัดและดำเนินการประกันตัวผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตที่ถูกต้องในทุกจังหวัด และเร่งระดมการตรวจสอบอย่างเปิดเผยโดยสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และ สถาบันนิติเวช ควรตั้งคณะกรรมการอิสระที่เป็นที่เชื่อถือของสาธารณะเพื่อตรวจสอบตัวเลขให้เกิดความชัดเจนน่าเชื่อถือต่อสังคม ,   2.)ตั้งหน่วยรับแจ้งบุคคลสูญหายและผู้เสียชีวิตให้ประชาชนสามารถแจ้งได้ทุกพื้นที่จังหวัด  รวมถึงการวางระบบรายงาน ตรวจสอบและติดตามผลโดยวิธีที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว , 3.)จัดตั้งหน่วยรับแจ้งความเสียหายของบ้านเรือน ร้านค้า และกิจการต่างฑธรกิจต่างๆ และ การวางระบบผลการติดตามตรวจสอบ , 4.)การแก้ระบบบริการสาธารณะให้กลับมาบริการประชาชนโดยเร็วที่สุด ทั้งไฟฟ้า ประปา น้ำมันเติม แก๊สหุงต้ม และสัญญาณอินเตอร์เน็ต และ5.)เร่งวางระบบรักษาความปลอดภัยให้ประชาชน และการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค โดยให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นหลักนำ

ข้อ 2. มาตรการเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ คือ  1.) ควรตรวจสอบรายชื่อจำนวนผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต บ้านเรือน ร้านค้าที่เสียหาย เพื่อจ่ายเงินเยียวยาให้แล้วเสร็จไม่เกิน 1 เดือนหลังจากนี้ , 2.)จัดระบบบริการน้ำดื่ม และรถฉีดน้ำแรงดันสูง เพื่อทำความสะอาดบ้านเรือนกำจัดขยะสิ่งปฏิกูล และขยะ , 3.)แก้ไขปัญหาการคมนาคมให้เร็วที่สุดแต่ต้องไม่ให้เกิดความเสียหายต่อยานพาหนะที่เสียหายจากอุทกภัย ส่วนนี้ควรระดมหน่วยงานของรัฐ และจิตอาสาเข้าซ่อมแซมรถยนต์เหล่านี้ให้กลับมาใช้งานและเคลื่อนย้ายๆได้โดยเร็วที่สุด , 4.)วางระบบตรวจสอบสถานการณ์ฝน และปริมาณน้ำที่จะเกิดขึ้นในระยะต่อไป โดยวางระบบสั่งการและการอพยพอย่างเป็นระบบตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยแห่งชาติ และ5.)การควบคุมราคาตั๋วเครื่องบินที่วันนี้เริ่มมีปัญหาเกิดขึ้น ส่วนนี้กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งควบคุมไม่ให้เกิดปัญหาขึ้น อย่าให้ขึ้นราคาตั๋วเครื่องบินโดยไม่มีเหตุสมควร และเป็นการซ้ำเติมประชาชน

ข้อ 3. มาตรการระยะสั้น คือ 1.)จัดเตรียมหน่วยให้คำปรึกษาและรับฟังปัญหาของประชาชนเพื่อช่วยผ่อนคลายความเครียดและฟื้นฟูสภาพจิตใจให้ประชาชน , 2.) จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจการค้า และเปิดเผยพื้นที่ให้ประชาชนสามารถเข้ามาค้าขายเพื่อเพิ่มรายได้ให้ประชาชนในระยะสั้น  , 3.) ปรับอัตราเงินเยียวยาความเสียหายบ้านเรือนให้เหมาะสม ไม่ใช่ หลังละ 9,000 บาท และจัดงบกลางให้เพียงพอเพื่อเป็นงบฉุกเฉินให้ประชาชนกลับมาฟื้นฟูกิจการร้านค้า , 4.)เร่งทำความสะอาด และฟื้นฟูโรงงานสถานศึกษาให้เด็กนักเรียนและนักศึกษากลับเข้าเรียนได้ตามปกติ และควรจัดหาทุนพิเศษสำหรับครอบครัวที่ประสบเหตุและไม่มีความสามารถในการชำระค่าเรียน และ5.)จัดตั้งโครงครัวเพื่อบริการอาหารให้ประชาชนอย่างเพียงพอและทั่วถึง ทั้งนี้ ขอให้กำลังใจประชาชนทุกคนทุกจังหวัดได้รับผลกระทบในส่วนนี้ และขอให้รัฐบาลลงพื้นที่ดูแลอย่างครบถ้วนขอให้ทุกคนผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้ด้วยดีและเป็นบทเรียนที่ดี

เมื่อถามว่าประเด็นอุทกภัยที่เกิดขึ้นมองว่ารัฐบาลและภาคส่วนต่างๆได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้วหรือไม่ นายพีรพันธุ์กล่าวว่า วันนี้ไม่ใช่วันที่จะมารื้อฟื้นว่าใครผิดใครถูกเรื่องนี้สังคมได้เห็นกันอยู่แล้ว ส่วนตัวมองว่าส่วนที่เกิดขึ้นรัฐบาลไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ได้ใช้อำนาจที่ถูกต้อง และไม่ได้สั่งการตามระบบที่ได้วางแผนไว้ เพราะหากเข้าไปตรวจสอบพบว่ามีหลายหน่วยงานที่ติดตามข้อมูลและได้แจ้งข้อมูลให้ส่วนกลางรับทราบเป็นระยะแล้ว แม้ตอนเกิดเหตุก็มีการแจ้งเตือนแต่คนที่รับผิดชอบทำไมไม่นำไปดำเนินการต่อ และระยะที่เสนอแผนเร่งรัดให้ฟื้นฟูอยากเห็นรัฐบาลทำสำเร็จภายในกรอบเวลาเท่าไหร่นั้น นายพีรพันธุ์ กล่าวว่า ตนเคยเป็นรัฐบาลมาก่อนหลายเรื่องที่จะทำยังติดขัดในระบบราชการ แต่ทั้งหมดนี้ถ้ารัฐบาลสามารถประกาศเป็นกรณีฉุกเฉินได้คิดว่าภายใน 1 เดือนจะสามารถทำได้แล้วเสร็จ ที่สำคัญต้องเปิดกว้างให้อาสาสมัครเข้ามาช่วย แทนที่จะให้หน่วยงานของรัฐ หรือ ปภ.เข้ามาสำรวจทั้งหมดนั้นเป็นไปไม่ได้ วันนี้ต้องระดมองค์กรบริหารท้องถิ่น และอาสาสมัคร มาตรวจสอบ หากทำในส่วนนี้ได้คิดว่าภายใน 1 เดือนจะสามารถจ่ายเงินชดเชยได้
  
เมื่อถามว่าเมื่อเปิดสมัยประชุมสภาแล้วจะใช้บทบาทของสภาดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร นายพีรพันธุ์ กล่าวว่า พรรครวมไทยสร้างชาติจะตั้งกระทู้ และเสนอเรื่องให้คณะกรรมาธิการการพิจารณา สำคัญที่สุดสถานการณ์วันนี้เรื่องยอดผู้เสียชีวิตควรมีคณะกรรมการที่เชื่อถือได้มาตรวจสอบให้ชัดเจน เช่น ที่ผ่านมา พรรครวมไทยสร้างชาติได้ลงพื้นที่ได้รับการประสานแจ้งว่าทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ต้องการรถคอนเทนเนอร์สำหรับแช่แข็งที่สามารถเก็บรักษาศพผู้เสียชีวิต เมื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ประสานจัดการและรถถึงพื้นที่แล้วพบว่ารถคอนเทนเนอร์เพียงพอแล้ว คันที่จัดเตรียมไว้จึงต้องส่งกลับ จึงทำให้เกิดความสับสนและไม่เป็นสิ่งที่ดีต่อรัฐบาล