닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บ2ouio

“พิธา” แปลกใจ “เพื่อไทย” เป็นรัฐบาลกว่า14 เดือนยังไม่ขึ้นค่าแรงตามหาเสียง มองหาเสียงเหมือนเป็นพรรคฝ่ายค้าน



เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 67 ที่ร้านมาดามพาเท่ห์ จ.อุดรธานี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงการหาเสียงเลือกตั้ง นายยกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี (อบจ.) ว่า มีประชาชนจพนวนมากที่รอฟังนโยบายของนายกอบจ.ที่เกี่ยวกับท้องถิ่น จึงหาจุดที่เหมาะสมหากมีการพาดพิงหรือแซวมาอย่างมีสาระก็จะโต้กลับแต่ถ้าไม่มีก็ไม่ตอบโต้ ซึ่งการหาเสียงก็จะเน้นนโยบายที่ตรงกับคุณสมบัติของผู้สมัครอบจ. เช่นสาธาณะสุข ของจังหวัดอุดรธานีต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศไทย หากคำนวนแล้ว งบสาธารณะสุขของอุดรต้องเพิ่มกว่าหลักร้อยล้าน ซึ่งคนที่จะเข้าใจเรื่องสาธารณะสุขดีที่สุดคือหมอ เพราะบุตรสาวของนายคณิตศร ขุริรัง ผู้สมัครนายออบจ.อุดรธานี คือแพทย์จบใหม่ 

เมื่อถามถึงกรณีค่าแรง400 บาท ที่รัฐบาลจะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 19 พ.ย. นี้ นายพิธาเผยว่า คิดว่าค่าแรงต้องขึ้นให้เหมาะสมกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นและคิดควบคู่กับธุรกิจรายย่อย (sme) ต้องมีมาตรการช่วยเหลือไม่ใช่เป็นการทิ้งภาระไว้อย่างเดียว เช่นการจ้างงานใหม่หรือซื้อเครื่องจักรใหม่ ซึ่งต้องให้เครดิตขอฝรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เคยมีโครงการแบบนี้แต่ไม่เข้าใจที่ปัจจุบันพรรคเพื่อไทยไม่มีนโยบายแบบนี้แล้ว 

นายพิธายังกล่าวอีกว่าการขึ้นดีเบตด้วยกันนั้น เข้าใจว่าปีแรกจะถึน400 และตามลำดับ แต่รัฐบาลพรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลมากว่า 14 เดือนแล้วแต่ยังไม่มีเพิ้มขึ้นสร้างความแคลงงใจให้แรงงานว่าทำไมสัญญาไม่เป็นสัญญา ทั้งนี้ยังรู้สึกแปลกใจว่าเวลามีการหาเสียงเลือกตั้งซ่อมหรือเลือกตั้ง อบจ.ก็จะใช้นโยบายเศรษฐกิจเข้าไปหาเสีย เช่นการปราศัยที่พิษณุโลก ก็มีการปราศัยของพรรคเพื่อไทยว่าเงินดิจิทัลวอลเล็ตกำลังจะมา กรือการปราศัยที่ผ่านมาเงินกทื่นผู้สูงอายุก็กำลังตะมา ทั้งๆที่พรคคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลมากว่า 14 เดือนแล้วน่าจะทำตามสัญญาได้ตั้งแต่แรก หวังว่าจะไม่เป็นการขายฝัน เพราะตนเข้าใจหัวอกแรงงาน มองว่าเวลาพรรคเพื่อไทยหาเสียงทำเหมือนตัวเองเป็นฝ่ายค้านไม่ได้เป็นรัฐบาล เป็นสิ่งที่ประชาชนตั้งคำถามว่าเป็นเทคนิคการหาเสียง 

เมื่อถามถึงเรื่องการแจกเงินนั้น นายพิธาเผยว่าการแจกเงินในช่วงวิกฤติไม่ใช่เรื่องไม่ดี เพราะขึ้นอยู่ที่พื้นที่การคลังของประเทศเช่น ประเทศสิงค์โปรก็มีการแจกเงิน แต่ต้องมีพื้นที่การคลังพอเพื่อการลงทุน รวมถึงยังสงสัยว่าแตกต่างกับที่แจงนโยบายกับกกต. เพราะทางพรรคเพื่อไทยบอกว่าจะใช้บลอคเชน แต่ก็มีการเปลี่ยนแผลวไปจนตนนึกภาพไม่ออก