닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บcopy

"พิธา" มั่นใจในตัว "ณัฐพงษ์" สูง อดทนผ่านไปได้ วลี ”แพ้เป็นถ่าน ผ่านเป็นเพชร“ มองกระแสายเพราะกระบวนการ ไม่เกี่ยวกับตัวเอง แจงนักการเมืองต้องฟังประชาชน เอาผลประโยชน์ประเทศเป็นหลัก



เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2567 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าอดีตพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณี ความนิยมของพรรรคประชาชนที่ลดลงตามหลังพรรคเพื่อไทย ว่า พูดตั้งแต่สมัยพรรคก้าวไกลแล้วว่า แพ้เป็นถ่าน ผ่านเป็นเพชรจะเป็นเพชรได้ ต้องใช้ทั้งความอดทน ความกดดัน ความร้อน และเวลา เชื่อว่า นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน และเพื่อน สส.ของพรรค คงจะจำบรรยากาศจากอนาคตใหม่มาเป็นก้าวไกลได้ ซึ่งตนได้ใช้คำนี้ในที่ประชุมว่า หากเราผ่านกระบวนการนี้ไปได้ ทุกอย่างจะเป็นไปได้ด้วยดี และขอส่งกำลังใจให้ เพราะเข้าใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างต้องใช้เวลา 

ส่วนกรณีที่ทุกการเคลื่อนไหวของนายณัฐพงษ์ถูกนำมาเปรียบเทียบกับนายพิธานั้น มองว่าเป็นสิทธิ์ของแต่ละคนที่จะวิจารณ์ ส่วนตัวตนมั่นใจในตัวนายณัฐพงษ์มาก ตอนที่พยายามจัดตั้งรัฐบาล นายณัฐพงษ์ก็อยู่ข้างตัวอยู่พักนึง ตอนนั้นก็มีคนอยากให้นายณัฐพงษ์เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จึงมั่นใจว่าผ่านไปได้แน่นอน และที่กระแสหายไปนั้น ก็ไม่เกี่ยวกับตน เป็นเรื่องของกระบวนการ 

เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคประชาชนโดนบิดไปจนมีการตั้งชื่อพรรคใหม่ให้ว่าพรรคประชาชนพม่าจากการอภิปรายของ สส.ของพรรค นายพิธา กล่าวว่า เราเป็นนักการเมือง ต้องรับฟังความคิดเห็น คำติชม ของประชาชนที่เลือกเรามาเป็นธรรมดา ขณะเดียวกันก็ต้องยืนยันในข้อเท็จจริง ว่าเราเป็นนักการเมืองไทย ต้องเลือกเอาผลประโยชน์ของประเทศไทยเป็นหลัก แต่เราก็เป็นส่วนหนึ่งในประชาคมโลก จึงต้องหาจุดสมดุลให้เจอ หากเรามีความจริงใจ และสามารถอธิบายได้ ก็คงเป็นไปได้ เพราะฉะนั้น ต้องฟังประชาชน เพื่อเอามาปรับปรุง และแยกแยะให้ได้ว่า อันไหนเป็นเรื่องจริง