“พิชิต” เห็นต่างพท.ชงทำประชามติ3รอบ รื้ออำนาจศาล-องค์กรอิสระแปลกแยก
“พิชิต” เห็นต่างพท.ชงทำประชามติ3รอบ รื้ออำนาจศาล-องค์กรอิสระแปลกแยกอุดมการณ์ประชาธิปไตย
นายพิชิต ชื่นบาน อดีตรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เห็นด้วยว่าเราต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อปกป้องและรักษาไว้ซึ่งความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประเด็นแรก ตนไม่เห็นด้วยกับการนำเอา“คำวินิจฉัยส่วนตน”ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่กำลังจะหมดวาระมาเป็นแนวทางในการทำประชามติ ย่อมไม่ส่งผลดีต่อประโยชน์สาธารณะของประเทศ ควรยึดเอาคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญ มาใช้ประกอบแนวทางการจัดทำประชามติที่ตนเห็นว่าควรต้องทำ 3 ครั้ง เพื่อความรอบคอบตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ และเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่แท้จริงของประชาชน ผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ขอเสนอเป็นหลักการ“3 ประตูสู่ประชามติ เพื่อประชาธิปไตย” ที่จะนำมาซึ่งความสงบสุขที่แท้จริง
โดยการทำประชามติครั้งที่ 1 เป็นการขอความเห็นชอบต่อประชาชนว่าสมควรยกร่างใหม่ทั้งฉบับ โดยให้มีสสร.เป็นผู้ทำหน้าที่ยกร่างหรือไม่ ครั้งที่ 2 ขอความเห็นชอบต่อประชาชนในการยกร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 256/1 หรือ หมวด 15/1 เพื่อให้เกิดความชอบธรรมในการจัดตั้งสสร. และเพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 256 (8) โดยจะไม่แก้ไขหมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์เท่านั้น แต่เพื่อให้เกิดความชอบธรรมในการแก้ไขหมวดอื่นๆเช่น การแก้ไขอำนาจศาลหรือองค์กรอิสระที่ไม่อาจปฎิบัติหน้าที่สอดคล้องตามหลักการและอุดมการณ์ที่แท้จริงของการปกครองระบอบประชาธิปไตย จึงจำเป็นต้องขอฉันทานุมัติจากประชาชนเสียก่อน เพื่อป้องกันการตีความในภายหลังว่าการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีลักษณะที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ส่วนการทำประชามติครั้งที่ 3 เพื่อขอความเห็นชอบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ ที่สสร.ยกร่างเสร็จแล้ว
แม้จะต้องใช้เวลาและงบประมาณจำนวนมาก แต่คุณค่าของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับใหม่ จะเป็นไปตามหลักการและอุดมการณ์ของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อยากเห็นทุกฝ่ายร่วมกันหาทางออกโดยยึดประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นหลัก และรักษาไว้ซึ่งความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ถ้าสุดโต่งกันเกินไป การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่สำเร็จ
z-z1603487247937.jpg)