닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมาก-Recovered-Recovered1

“พล.อ.รังษี” มองสถานการณ์ “ไทย-กัมพูชา” มีความไม่ชอบมาพากล เผย “เกาหลีเหนือ” แถลงการณ์ขอให้หยุดปะทะน่าเซอร์ไพรส์กว่า "ทรัมป์" โทรมา แนะจบปัญหาชายแดน ยกเลิก MOU 43-44 หันมาใช้แผนที่ให้ตรงกัน

 

เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2568 พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว The Room 44 ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ก่อนการปะทะระหว่างไทยและกัมพูชาเมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2568 ที่ผ่านมานั้น กองทัพได้รับโทรศัพท์สั่งห้ามไม่ให้เกิดการปะทะขึ้น ว่า ตนผิดสังเกตุว่ามีไส้ศึกแต่ไม่อยากระบุว่าเป็นใครเพราะอยากให้ประชาชนไปติดตามเอาเองว่าเป็นใครที่ร้อนตัวขึ้นมา ซึ่งตนยืนยันว่าไม่ได้แต่งเรื่อง รวมถึงความผิดปกติที่ ประเทศไทยดูเกรงใจทางกัมพูชาอยู่ตลอด รวมถึงที่ประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐอเมริกาก็มีการโทรศัพท์มาให้หยุดการปะทะ และนายกมาเลเซียก็ให้ไป ทำข้อตกลงกัน รวมถึงความผิดปกติที่ปราสาทตาควาย ที่กัมพูชามีการเสริมกำลังมากขึ้น

 

พล.อ.รังษี ยังกล่าวอีกว่าสิ่งที่น่าแปลกคือกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือออกแถลงการณ์ขอให้ประเทศไทยกับกัมพูชาเกิดสันติภาพขึ้นซึ่งตนมองว่าเป็นสิ่งที่ ผิดปกติเพราะเกาหลีเหนือไม่เคยเข้ามายุ่งเกี่ยวในเรื่องนี้เลย ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เซอร์ไพรส์ยิ่งกว่ากรณีที่ประธานาธิบดี โดนัล ทรัมป์ โทรมาให้หยุดการปะทะ ซึ่งในความคิดเห็นตนมองว่าเกาหลีเหนือมองว่า ระหว่างไทยกัมพูชาจะทำให้สหรัฐเข้ามาแทรกแซงกัมพูชาเป็นฐานที่ตั้ง เพื่อจะเปิดศึกระหว่างจีนกับเกาหลีเหนือ พวกเกาหลีเหนือก็อ่านเกมออกว่าสัญญาณอันตรายมาถึงแล้ว

 

“ประเทศไทยเป็นภูมิศาสตร์สำคัญ ที่สหรัฐต้องใช้เราเพื่อเป็นฐานที่ตั้งรบกับประเทศจีนกับเกาหลีเหนือ สิ่งสำคัญตอนนี้คือคนไทยต้องร่วมใจกัน ไม่มีทางยอมให้ต่างชาติประเทศใดก็ช่าง มาใช้เราเป็นฐานทัพ เพราะปัจจุบันเราโดนภาษีการค้ากว่า 19% และเขมรก็โดนเท่าเราคือ 19% แต่มีข้อแลกเปลี่ยนคือยอมให้สหรัฐมาใช้ท่าเรือในการเซ็นสนธิสัญญาอินโดแปซิฟิก ที่ระบุว่าจีนเป็นภัยมั่นคงของโลก” พล.อ.รังษีกล่าว

 

พล.อ.รังษี กล่าวอีกว่าเราไม่ได้อนุญาตให้สหรัฐมาใช้ท่าเรือเป็นฐานทัพ ตนคิดว่าประเทศไทยต้องเตรียมการและมียุทธศาสตร์ที่จะทำให้ประเทศนี้รอดในสงครามการค้า

 

เมื่อถามว่าแนวทางที่จะแก้ไขปัญหาชายแดนไทยกัมพูชาได้จริงๆนั้นคืออะไร พล.อ.รังษี เปิดว่าทางที่จะแก้ได้คือต้องยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 เอาเอ็มโอยูทั้งสองฉบับนี้ใช้มากกว่า 24 ปีแล้วยังคุยกันไม่ได้หลักฐานที่จะใช้อ้างฝั่งอเมริกันในการเจรจาเรื่องเขตแดนเราใช้แผนที่ 1 ต่อ 50,000 แต่กัมพูชาใช้มาตรา 1 ต่อ 200,000 ซึ่งคุยกันไม่รู้เรื่องเพราะเขตแดนจะคลาดเคลื่อนกันและเราควรจะใช้กติกาของสากลในการเจรจาเรื่องดินแดนทางบกหรือทางทะเลถ้าเราไม่ตกลงให้รู้เรื่องจะคุยกันไม่จบ ส่วนการคุย เจบีซี นั้นไม่มีประโยชน์เพราะคุยกันภายใต้เอกสารที่จะใช้อ้างในการปักปันเขตแดนคนละมาตรฐาน ส่วนถ้าหากฝั่งกัมพูชาไม่ยอมหรือยังใช้กำลังแบบนี้อยู่ก็ต้องรบกัน แต่วันนี้ที่รบกันเพราะกัมพูชาเป็นคนสร้างสถานการณ์ให้เกิดสงครามซึ่งตนมองว่าควรยกเลิกเพราะหลักฐานเอกสารหรือกฎกติกาไม่ได้คุยกันว่าเอาอะไรเป็นมาตรฐานถ้าตกลงตรงนี้ว่าจะใช้กฎข้อบังคับใช้เอกสารถ้าตรงกันก็คุยกันง่าย

 

ส่วนกรณีที่โฆษกรัฐบาลออกมาเปิดเผยว่าเรื่องที่มีคำสั่งให้หยุดปะทะกันเป็นเรื่องไม่จริงนั้น พล.อ.รังษี เผยว่าตนก็ไม่ได้บอกว่าเอ่ยชื่อใครเพราะได้ข้อมูลมาแบบนี้เพราะฉะนั้นประชาชนสื่อเองก็ต้องดูว่าใครมีพฤติกรรมแบบนี้เพราะตนไม่ได้เอ่ยชื่อเพราะ เป็นการโทรศัพท์ไปสั่งแล้วเป็นการปะทะครั้งแรก ซึ่งตามที่ตนมองสถานการณ์ไทยกัมพูชารอบนี้มีอะไรแปลกๆหลายอย่างตามที่กล่าวไปข้างต้น