닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ2

“พริษฐ์” เผย ดินเนอร์พรรคร่วมวันนี้ จ่อ หารือเรื่องธุรการ-ไม่ไว้วางใจรัฐบาล 151 เท่านั้น ลั่น ไม่กังวล จำนวน สส. ไม่เพียงพอ 


วันที่ 18 ธ.ค. 2567 ที่ รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะโฆษกพรรคประชาชนให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องการดินเนอร์พรรคร่วมฝ่ายค้านเย็นนี้ หลังถูกถามว่ามีการคาดหวังหรือมีเรื่องที่อยากคุยอะไรเป็นพิเศษหรือไม่กับพรรคร่วมฝ่ายค้านเย็นนี้ นายพริษฐ์ ระบุว่า อย่างที่ตนเคยเรียนไปว่าการทำงานของซีกฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล มีความแตกต่างกันเนื่องจากฝ่ายรัฐบาลเป็นการตัดสินใจร่วมทำงานด้วยกัน เพราะเรื่องของเอกภาพหรือความสอดคล้องเรื่องนโยบายจะไปในทิศทางเดียวกันค่อนข้างสูง แต่ฝ่ายค้านไม่ได้เป็นการตัดสินใจมาอยู่ร่วมกัน แต่คือพรรคที่เหลืออยู่ที่ไม่ได้เป็นรัฐบาล จึงไม่ได้มีความคาดหวังว่าแต่ละพรรคจะมีจุดยืน ต่อการร่างกฎหมายหรือนโยบาย รวมถึงทิศทางการทำงาน ในการทำงานร่วมกันก็เป็นในเรื่องธุรการเพียงเท่านั้น รวมถึงเรื่องการแบ่งสัดส่วนเวลาอภิปรายเพียงเท่านั้น ซึ่งวันนี้ช่วงเย็นก็น่าจะเป็นเพียงแค่การหารือในเรื่องของธุรการดังกล่าว

โดยพรรคประชาชนในฐานะแกนนำพรรคฝ่ายค้านก็จะถือโอกาสชี้แจง ถึงความประสงค์ให้กับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆได้ทราบถึงเรื่อง การอภิปรายไม่ไว้วางใจตามระเบียบ 151 ที่กำลังจะถึงนี้

ส่วนเรื่องที่มีคนวิพากษ์วิจารณ์ การทำงานของพรรคฝ่ายค้านในสภาว่าดูเบามาก จากที่ผ่านมามองว่าฝ่ายค้านจะมีบทบาทที่เข้มข้นมากกว่านี้  ตั้งแต่เปิดสมัยสภา ทางพรรคฝ่ายค้านจะมีการปรับยุทธศาสตร์อย่างไรนั้น โดยนายพริษฐ์  เผยว่า สภาเปิดสมัยได้ไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น แต่ตนยืนยันว่าพรรคประชาชนทำงานอย่างเต็มที่ในฐานะฝ่ายค้าน ในฐานะฝ่ายค้านของรัฐประชาชนก็ต้องทำ 2 บทบาทควบคู่กันไป คือการตรวจสอบรัฐบาล ในการใช้กลไกของกรรมาธิการต่างๆ และตั้งกระทู้ทั่วไปอภิปรายรัฐบาล ยืนยันว่ายังคงเข้มข้นเหมือนเดิม

ในส่วนบทบาทที่ 2 คือการเสนอร่างกฏหมาย ที่ไม่ได้หวังแค่เพียงพลักดันนโยบายของพรรคเพียงอย่างเดียว แต่มองว่าจะเป็นคนไกลที่ทำให้พรรคฝ่ายค้านสามารถกำหนดวาระของสังคมได้   เพื่อให้รัฐบาลหยิบประเด็นดังกล่าวเข้ามาพูดคุย รวมถึงเรื่องของพ.ร.บ.กลาโหม ที่มีปัญหากันในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนเชื่อว่า ก่อนหน้านี้ที่พรรคเพื่อไทยได้มีการเสนอร่างมาก่อนหน้านี้ได้มีการถอนออกไป ก็มาจากการที่พรรคก้าวไกล ยื่นไปเมื่อ16 ม.ค.2566 ที่ผ่านมา ซึ่งอาจทำให้การเมืองอื่นเห็นประโยชน์ในการยื่นประกบด้วยเช่นกัน จึงทำให้เห็นว่าการที่เรายื่นกฎหมายอะไรเข้าไปก็เหมือนเป็นการกระตุกให้รัฐบาลได้รับทราบแม้คำตอบอาจจะไม่ตรงกับฝ่ายค้านก็ตาม แต่ก็ทำให้ฝ่ายค้านได้ตั้งวาระสังคมได้ เพื่อประโยชน์ของประชาชน

เมื่อถามต่อว่าการที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน ขณะนี้อย่างพรรคพลังประชารัฐเองก็มีการขับสส.จำนวนหนึ่งออกจากพรรคไปจะทำให้มีปัญหาในเรื่องของจำนวนพรรคฝ่ายค้านในการโหวตในสภาหรือไม่นั้น นายพริษฐ์ ระบุว่าพรรคประชาชนตอนนี้ก็มีสส.อยู่จำนวน 140 กว่าเสียง ซึ่งเชื่อว่าเพียงพอในการเสนอ หรืออภิปรายเรื่องต่างๆ เพื่อตรวจสอบรัฐบาล จึงมองว่าเรื่องของจำนวนไม่น่าเป็นปัญหา เนื่องจากเราเป็นพรรคการเมืองที่ใหญ่ที่สุดในรัฐสภา จึงมั่นใจว่าเพียงพอในการใช้กลไกตรวจสอบรัฐบาล  

ถามถึงจำนวนสส. ฝ่ายค้านของพรรคไทยสร้างไทยขณะนี้นั้น นายพริษฐ์ ระบุว่า เรื่องนี้ขอให้ ให้ไปถามกับพรรคไทยสร้างไทยน่าจะดีกว่า เข้าใจว่า การลงมติของ พรรคไทยสร้างไทยอาจมีบางครั้งที่อาจจะมีปัญหาเรื่องของเอกภาพ แต่อยากให้ไปถามเรื่องนี้กับฝ่ายที่รับผิดชอบน่าจะดีกว่า