“พริษฐ์” ลั่น ผิดหวังสภาล่ม 2 ครั้ง จวกแรงทำไม่ได้ ก็คืนอำนาจให้ประชาชน
โพสต์เมื่อ : 14 ก.พ 2568 เวลา 8:54 น.
“พริษฐ์” ลั่น ผิดหวังสภาล่ม 2 ครั้ง ทำให้ประชาชนเห็นชัดขึ้น จวกแรงทำไม่ได้ ก็คืนอำนาจให้ประชาชน ชี้ปัญหาเกิดจาดความขัดแย้ง เพื่อไทย-ภูมิใจไทย ไม่ใช่ข้อขัดแย้งทางกฎหมายที่ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ บอกไม่ได้รับความร่วมมือจากพรรคร่วมรัฐบาล ชี้ ขาดเจตจำนงทางการเมือง-นิติรัฐ-ไม่เคารพเสียงประชาชน
วันที่ 14 ก.พ. 68 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้แถลงข่าวร่วมกับ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ภายหลังที่การประชุมสภาพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติม องค์ประชุมไม่ครบ จนทำให้การประชุมล่ม โดยมีองค์ประชุมแสดงตนเพียง 175 เสียง ทำให้ประธานรัฐสภา ปิดประชุมทันที โดยนายพริษฐ์ กล่าวว่า การจะมองว่าพรรคไหน จริงจังหรือจริงใจ มากการกันในการแก้ไขรัฐธรามนูญ เชื่อว่า ประชาชนน่าจะตัดสินใจได้จากวันนี้ โดยส่วนของพรรคประชาชนยืนยันว่า เราต้องการผลักดันการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ สสร. มาจากการเลือกตั้งจากประชาชน 100% เพื่อให้มีระบบการเมืองที่ดีขึ้นและทำให้ผู้แทนสามารถแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้อย่างตรงจุดได้โดยเร็ว
แต่แน่นอนว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สำเร็จได้นั้น มีบทบัญญัติที่เขียนไว้อย่างชัดเจนว่า จะต้องได้รับเสียงสนับสนุนเพียงพอ จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ 1 ใน 3 ของสมาชิกวุฒิสภา จะเห็นว่า พรรคเพื่อไทยแสดงความกังวลว่า หากเดินหน้าพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับในวันนี้และมีการลงมติอาจจะไม่ได้รับสนับสนุนเพียงพอ โดยเฉพาะจากพรรคภูมิใจไทย และเสียงจาก สว. ที่หลายคนมองว่า มีความคิดคล้ายกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งพรรคเพื่อไทยก็กังวลว่า อาจจะมีผลผูกพันธ์ทางกฎหมายตามมา
แต่ทั้งนี้ อยากบอกว่า เรื่องอุปสรรคนี้สาเหตุที่เราไม่ได้เสียงสนับสนุนจากพรรคภูมิใจไทย และ สว.กลุ่มนี้ เพราะ ข้อกังวลทางกฎหมายจริงๆ หรือเพราะความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ถ้าเชื่อว่า เป็นข้อกังวลทางกฎหมาย ในมุมของพรรคประชาชน ยืนยันว่าสิ่งที่รัฐบาลทำอยู่ไม่ได้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และหากพรรคภูมิใจไทยร่วมเป็นองค์ประชุมให้การประชุมดำเนินการต่อไปได้ ก็เป็นโอกาสที่เราจะได้ชี้แจงกับประชาชนและสมาชิกของรัฐสภา ว่า สิ่งที่เราดำเนินการอยู่นั้นไม่ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ในมุมหนึ่ง ก็ทราบดีว่า เป็นสิทธิ์ของสมาชิกรัฐสภาที่จะส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญได้ แต่หากส่งไปจริง ก็ไม่มีอะไรรับประกันว่า จะได้คำตอบตามที่ตัวเองต้องการ
นายพริษฐ์ มองว่า หลักฐานที่ชัดเจนที่สุด ที่เป็นต้นเหตุและสาเหตุที่ทำให้ไม่ได้รับเสียงสนับสนุนจากพรรคภูมิใจไทย และ สว. กลุ่มนี้ ไม่ใช่ข้อกังวลทางกฎหมายหรือความไม่ชัดเจนของศาลและรัฐธรรมนูญ เพราะว่า สส. ของพรรคภูมิใจไทย และ สว.กลุ่มนี้ ไม่ได้มาลงมติเห็นชอบกับการส่งเสริมไปศาลรัฐธรรมนูญ หากพรรคเพื่อไทยบอกว่า ความชัดเจนจากศาลรัฐธรรมนูญ จะเป็นสิ่งที่ทำให้ สส.พรรคภูมิใจไทย และสว. มาลงความเห็น แล้วเหตุใด สส.ภูมิใจไทย และ สว.กลุ่มนี้จึงไม่ลงมติเห็นชอบ เมื่อวานนี้ (13 ก.พ.) เพื่อส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ
ย้ำว่า สิ่งที่เป็นหลักฐานที่ ทำให้ไม่ได้เสียงสนับสนุน จากพรรคภูมิใจไทยหรือ สว.กลุ่มนี้ ไม่ใช่ข้อกังวลทางกฎหมาย แต่เกิดจากความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งปรากฏให้เห็นไม่ใช่เฉพาะแค่เรื่องรัฐธรรมนูญ แต่มีหลายเรื่องที่ผ่านมา ดังนั้นหากจะแก้ไขปัญหาไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่ทางออกอยู่ที่นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหารและหัวหน้ารัฐบาลผสมที่จะต้องทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการแก้ไขความแตกแยกในรัฐบาล หากนายกรัฐมนตรีไม่สามารถเป็นเจ้าภาพในการแก้ไขความคิดเห็นที่แตกต่าง ตนก็เห็นสอดคล้องกับผู้นำฝ่ายค้านว่า ควรจะคืนอำนาจให้กับประชาชน
z-z1603487247937.jpg)