“พระพยอม” ลั่น ปมไหว้หุ่นยนต์ ชาวพุทธหลายใจ
โพสต์เมื่อ : 6 มี.ค 2568 เวลา 8:32 น.
“พระพยอม” ลั่น ปมไหว้หุ่นยนต์ ชาวพุทธหลายใจ แนะ อยากให้คนไทยรักเดียวใจเดียว ให้อยู่กับพระรัตนตรัยอย่างเดียว ชี้ โลกนี้เต็มไปด้วยสิ่งแปลกปลอมใหม่ แต่หากเป็นผลดีคงไม่มีการสั่งห้าม ให้ยกเลิกการสักการะบูชา
วันที่ 6 มี.ค. 2568 จากกรณีที่เกิดกระแสในสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการกราบไหว้หุ่นยนต์ ออพติมัส ไพรม์ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณถนนเจริญกรุง โดยมีประชาชนบางส่วนเข้าร่วมพิธีกราบไหว้และแก้บนด้วยการจ้างนางรำและถวายน้ำมันเครื่อง
ทีมข่าว The Room 44 จึงลงพื้นที่ไปสัมภาษณ์ความเห็นจากพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ถึงความเชื่อต่าง ๆ ว่า เรื่องความเชื่อถือหรือการปักหมุดในสิ่งต่าง ๆ บางเรื่องก็ดูน่าขำ แต่คนโง่ก็ยังกระทำอยู่ เรื่องไม่ถูกไม่ควรก็ไม่รู้จะทำทำไม ? แม้ว่าขณะนี้รัฐบาลจะออกกฎห้ามแล้วก็ตาม เพราะพื้นที่ดังกล่าวอาจเป็นอันตรายในเรื่องการสัญจร หรือเกิดอุบัติเหตุได้ หากความถูกต้องและความดีงามเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รับรองไม่มีใครสั่งห้าม
“อยากให้คนไทยรักเดียวใจเดียว ให้อยู่กับพระรัตนตรัยอย่างเดียว ไม่ควรจะวิ่งไปหานู่นหานี่ แต่เรื่องความเชื่อพวกนี้ก็มีให้เห็นอยู่เรื่อย”
ส่วนการนำน้ำมันเครื่องมาแก้บน เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว มองว่า เป็นเรื่องที่เลอะเทอะ ความเชื่อถือคน กลับไปกลับมา เอาพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ที่พึ่งอื่นไม่ควรจะเกษม ขณะที่ศาสนาอิสลามนับถืออัลลอฮแต่เพียงผู้เดียว มัสยิดจะไม่มีรูปปั้นแม้แต่องค์เดียว ต่างจากศาสนาพุทธที่มีรูปปั้นเยอะ ชาวพุทธนั้นหลายใจ จนกระทั่งความมั่นคงในชีวิตเหลือน้อยลง เพราะความมั่นคงทางด้านการนับถือเรื่องต่าง ๆ ลื่นไหลไปเรื่อย จนเกิดเรื่องหุ่นยนต์นี้ได้ และถือเป็นครั้งแรก ของชาวพุทธ หลักการ อุดมการ และวิธีการ 3 เรื่องนี้ หากกระทำได้ ใจของคนเราก็จะรู้สึกสบาย โดยไม่ต้องวิ่งหาสิ่งอื่นมาทดแทน
.
“โลกนี้เต็มไปด้วยสิ่งแปลกปลอมใหม่ ๆ โดยไม่ได้มีผลดีอะไรเลย แต่หากเป็นผลดีคงไม่มีการสั่งห้าม ให้ยกเลิกการสักการะบูชา อย่างไรก็ตามไม่เกิน 2 ปี เรื่องนี้หายไปตัวใหม่จะมาอีก”
.
ส่วนประเด็นการให้โชคให้ลาภของหุ่นยนต์ออพติมัส ประเด็นนี้ต้องถามกลับไปว่า คนที่ไม่ได้ไปสักการะบูชา แล้วถูกหวยหมายความว่าอย่างไร ? ซึ่งอยู่ที่ตัวบุคคลในการสร้างบุญบารมีหรือการสร้างโชค สั่งสมมาเยอะชาตินี้ก็จะได้ลาภ
.
ในอนาคตกับหลักความเชื่อของชาวไทย จะเป็นอย่างไร คนไทยจะมีความเชื่อแบบไหลไปเรื่อย ไม่สิ้นสุด เพราะเป็นแบบนี้มากว่า 1,000 ปีแล้ว และไม่เคยมีคำว่าหลักความเชื่อของชาวไทยจะหายไปเป็น และ ภายใน 10 ปีนี้ จะมีเรื่องเหล่านี้หมุนเวียนไม่จบ
.
เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ฝากทิ้งท้าย ว่า ถ้าเชื่ออะไรแล้วทำให้ทุกข์คลายลง ค่อยปลงใจเชื่อ ถ้าทุกข์ไม่ได้คลายลง อย่าฝืนขืนไปเชื่อ มันจะหมดเนื้อหมดตัว หากความเชื่อเป็นความงมงาย
z-z1603487247937.jpg)