“ผอ.ปภ.” เผยความคืบหน้าเก็บกู้ซากอาคารกว่า 70% คาดทันสิ้นเดือนนี้ถึงชั้น1
“ผอ.ปภ.” เผยความคืบหน้าเก็บกู้ซากอาคารกว่า 70% คาดทันสิ้นเดือนนี้ถึงชั้น1
เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2568 ที่อาคารสำนักง่นตรวจเงินแผ่นดิน นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยความคืบหน้าในการเก็บกู้ซากอาคาร ว่าขณะนี้ ในพื้นที่ มีเครื่องจักรหนักทั้งหมด 30 ตัว ได้แบ่งหน้าที่ แบ่งโซนในการทำงานตลอดทั้งคืน โดยกลางวันทำ 15 ตัว มีช่างจาก สำนักการโยธาฯ กทม. และทหารช่าง จากจังหวัดราชบุรี ในการช่วยดูแลซ่อมบำรุงเครื่องจักร ต่างๆ ซึ่งเมื่อวานนี้มีเครื่องจักรหนักเสีย 8 คัน และมีบางคันที่ชิ้นส่วนสำคัญของเครื่องจักรหนักได้รับความเสียหาย
สำหรับเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาใช้กำลังคน เจ้าหน้าที่ กว่า 107 คน ในการเข้าค้นหาร่างผู้สูญหาย และ สุนัขกู้ภัย ของทหารและตำรวจ K9 3 ตัว ซึ่ง K9 ยังคง เป็นส่วนสำคัญใน การเข้าชี้เป้าและค้น หาผู้สูญหาย จากการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ทุกคนภายในพื้นที่ปฏิบัติการ ส่วนใหญ่ยืนยันที่จะช่วยสนับสนุนภารกิจจนเสร็จสิ้น เพื่อนำร่างผู้สูญหายออกมาจนครบ
ขณะเดียวกัน ทีมค้นหาสามารถเก็บกู้ชิ้นส่วนอวัยวะ ผู้สูญหายได้เพิ่มเติมอีก 3 เคส และที่บริเวณการรถไฟฯ ที่นำซากอาคารไปทิ้ง พบชิ้นส่วนอวัยวะอีก 1 เคส โดยอวัยวะส่วนใหญ่ที่พบ เป็นกระดูกและชิ้นเนื้อ ต่อมาได้นำส่งสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ เพื่อทำการพิสูนจ์อัตลักษณ์ ยืนยันตัวบุคคลอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ยังคงพบ ชิ้นส่วนอวัยวะ บริเวณบันได ภายในซากอาคาร ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่ทางเจ้าหน้าที่ได้รับมาว่าในขณะเกิดเหตุบริเวณชั้น 15 มีคนงานอยู่ประมาณ 40 คน รวมถึงเจอชิ้นส่วนอวัยวะ บริเวณที่นำกองปูนไปพักที่บริเวณที่การรถไฟ จุดบริเวณดังกล่าวก็ยัง ให้ K9 เข้าค้นหาซ้ำอีกรอบ
ส่วนการขนซากอาคารออกจากพื้นที่ เจ้าหน้าที่ยังคงขนย้ายต่อเนื่อง ไปไว้บริเวณที่พื้นที่ว่างเปล่าของการรถไฟฯ ด้านหลังศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่ปิด มีรั้วล้อมและเป็นพื้นที่ห้ามเข้า โดยจะมีการแยกระหว่างซากปูน และซากเหล็ก เบื้องต้นยังเพียงพอ มีเจ้าหน้าที่ ในการประเมินสถานการณ์และปรับพื้นที่เพื่อรองรับซากอาคาร
ส่วนความคืบหน้าการรื้อถอนซากอาคาร ขณะนี้เกือบร้อยละ 70 ความสูงของยอดซากอาคาร สตง. ที่ถล่มลงมา ลดระดับลงมาอย่างมาก จากก่อนหน้านี้ โดยบริเวณโซน A และโซน D ลดลงอยู่ที่ 9.25 เมตร ขณะที่โซน B และโซน C ลดลงอยู่ที่ 7.41 เมตร บริเวณพื้นที่ด้านกว้างของ โซน A และ D เหลือพื้นที่โซนละ 1 ใน 4 เท่านั้น ซึ่งการดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามแผน และคาดว่า สิ้นเดือนเมษายนนี้ จะสามารถถึงชั้นที่ 1ได้
ขณะที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์สำนักงานเขตจตุจักร สรุปยอดผู้ประสบเหตุ 103 คน ในช่วง 10.00น. ยืนยันผู้เสียชีวิตคงเดิม 53 คน บาดเจ็บ 9 คน และผู้สูญหายอยู่ระหว่างค้นหา 41 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานชาวไทย ตามมาด้วยแรงงานเมียนมา และสัญชาติอื่น ขณะเดียวกันยังคงต้องรอยืนยันข้อมูล จาก กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงของพนักงานสอบสวน หลังจากมีการแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มว่า มีผู้สูญหาย จาก เหตุการณ์ครั้งนี้อีก จากจำนวน 103 คน โดยได้มีการหารือกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่ากระบวนการสอบสวนยืนยันข้อมูล จะต้องเสร็จพร้อมกับการรื้อถืออาคาร
z-z1603487247937.jpg)