닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมาก---6458

“ปานเทพ” แนะ ไทยเฝ้าระวัง หลังกัมพูชาพัฒนาระบบแอนตี้โดรนดีขึ้นมาก ปูด มีโดรนเตรียมไว้โจมตีพลีชีพ หวั่นใช้งบลับ–ทุนสีเทาเป็นภัยคุกคาม จับตา เขมรกู้ IMF อาจนำเงินไปใช้อย่างอื่น

วันที่ 24 พ.ย. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีโดรนจากฝั่งกัมพูชา บินเข้ามาในเขตแดนประเทศไทย จะมีผลต่อความมั่นคงอย่างไรบ้างว่า โดรนเกี่ยวข้องกับเวลาและเงิน ซึ่งนับ ซึ่งต้องยอมรับว่า โดรนกัมพูชามีพัฒนาการไปเยอะมาก ภายหลังจากที่มีการปะทะ  
โดยจะเห็นได้ชัดเจนว่า ระบบแอนตี้โดรนของกัมพูชา มีความแข็งแรงขึ้นมาก ตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ดังนั้นหากไทยไม่ปรับ หรือไม่หายุทธโธปกรณ์ที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง เราจะบินเข้าไปในเขตกัมพูชาเพื่อสำรวจไม่ได้เลย

นายปานเทพ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ เท่าที่ทราบโดรนจากกัมพูชามีเยอะมาก และเป็นโดรนชนิดการโจมตีพร้อมพลีชีพเพื่อถล่ม หลังจากที่หาพิกัดไว้เตรียมพร้อมแล้ว แสดงว่าในช่วงเวลาที่หยุดยิงไปกัมพูชามีการเตรียมตัวหลายอย่าง รวมถึงอาวุธหนักที่เขาเพิ่งถอยไปล่าสุด ชัดเจนว่าเป็นอาวุธใหม่ที่เขาจัดเตรียมมา 

"เราต้องจับตาและระมัดระวังว่า กัมพูชากำลังใช้งบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นทางตรง หรือทางลับ หรือทุนสีเทา ซึ่งกำลังเป็นภัยคุกคามต่อประเทศไทย และยิ่งนานไป ก็จะยิ่งอันตราย"

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่กัมพูชา จะขอกู้เงินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ซึ่งมีความกังวลว่าอาจจะนำเงินดังกล่าวมาซื้ออาวุธ นายปานเทพ กล่าวว่า เราต้องคิดว่ากัมพูชาจะกู้ไอเอ็มเอฟมาทำอะไร  เพราะปกติแล้ว ไม่ใช่ว่าใครจะกู้ไอเอ็มเอฟได้ ซึ่งหากกัมพูชาเกิดวิกฤติบางอย่าง เช่นขาดเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ เขาคงไม่กล้าขอกู้เงินจากไอเอ็มเอฟ จากโครงการการขาดทุนสำรองระหว่างประเทศ เพราะถ้าทำเช่นนั้น ไอเอ็มเอฟ จะต้องมีการกำหนดเงื่อนไขจำนวนมาก เช่น การปฏิรูปเศรษฐกิจในประเทศ จึง ทำให้กัมพูชาไม่กล้ายื่นโครงการแบบนี้ แต่เลี่ยงไปใช้การกู้ผ่านโครงการคลองฟูนันเตโช หลังจากที่จีนระงับ เนื่องจากเวียดนามสร้างถนนปิดกั้น ทำให้คลองดังกล่าวไม่สามารถทำการขนส่งออกทางทะเลได้ จึงทำให้ความเป็นไปได้น้อยลง ดังนั้นกัมพูชาอาจกู้โดยใช้โครงการนี้ และนำเงินไปใช้อย่างอื่นแทนก็ได้ ดังนั้นเราจึงต้องจับตามอง เราไว้ใจเขาไม่ได้เลย