닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ5

“ปานเทพ” หวั่น DSI ล่าช้าปม “หมอบุญ” มองความเสียหายแตะหมื่นล้าน


วันที่ 24 พ.ย. 267 ที่ หอประชุมใหญ่ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายแพทย์บุญ วนาสิน หรือ หมอบุญ ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลธนบุรี ผู้ต้องหากับพวก คดีฉ้อโกงประชาชน  และร่วมกันฟอกเงิน ว่า  ขณะนี้มีการอ้างลายเซ็นปลอมหลายชั้น ไม่ใช่แค่ภรรยาหรือลูก ยังมีการแอบอ้างว่าหมอบุญก็ถูกปลอมลายเซ็น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นข้ออ้างเพื่ออำพรางคนที่เซ็นไปหรือมีการปลอมกันจริงก็ต้องแสวงหาหลักฐานข้อเท็จจริง แต่พฤติการณ์ของหมอบุญที่ไม่อยู่ในประเทศไทยและหลบหายถ้าหากเป็นผู้บริสุทธิ์จริงควรปรากฏตัวและสู้คดี และน่าคิดว่าคนอายุ 86 ปี จะเอาทรัพย์สินมากมายไปทำอะไร จะใช้ได้อีกกี่ปี แล้วต้องเดินทางหนีไปต่างประเทศไม่คุ้มค่าชีวิตสำหรับผู้สูงวัยเลย กลับมายอมรับความจริงดีกว่า และทำให้ผู้เสียหายได้รับการเยียวยาจากการลงทุนที่ไม่ถูกต้อง

เมื่อถามว่าผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นกลุ่มไหน นายปานเทพ กล่าวว่า ตอนนี้มูลค่าความเสียหายขั้นต่ำราว ๆ 7 พันล้านบาทน่าจะถึงหมื่นล้าน เพราะยังมีการกู้เงิน ผู้เสียหายก็มีความหลากหลายมากตั้งแต่เศรษฐีใหญ่ นักลงทุน ประชาชนทั่วไปที่ร่วมลงทุน ยังไม่นับรวมผู้ถือหุ้น เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ต้องรอกระบวนการตรวจสอบหลังจากนี้ แต่ที่ยังเป็นห่วงคือ การดำเนินงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI เพราะมีหลายคดีไปกองอยู่แต่ไม่มีความคืบหน้า ไม่ว่าจะเป็นคดีในตลาดหลักทรัพย์ที่เข้าเกณฑ์หรือแพลตฟอร์มที่ขายคริปโตแล้วผิดกฎหมาย ซึ่งตรงนี้รัฐบาลควรทบทวนว่าการที่มีองค์กรทำงานล่าช้าไม่คืบหน้าและอาจถูกดอง จะทำอย่างไรให้ เกิดประสิทธิภาพและรัดกุมเป็นธรรมมากขึ้น

เมื่อถามว่าขบวนการเหล่านี้เป็นแชร์ลูกโซ่ในตลาดหลักทรัพย์ใช่หรือไม่  นายปานเทพ ระบุว่า ใช่ และมีความชัดเจนว่ามีการปลอมแปลงเอกสาร และนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์คล้ายกับกรณีทนายตั้ม เพียงแต่คดีหมอบุญใหญ่กว่ามาก และคดีที่มีเงินจำนวนมากมาเกี่ยวข้องมีโอกาสที่จะถูกตั้งข้อสงสัยว่า มีการเตะถ่วงวิ่งเต้นกันหรือไม่ต้องจับตา